โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นตำรวจหาดใหญ่ เหยื่อสูญเงิน 1.5 ล้าน

สวพ.FM91

อัพเดต 25 ต.ค. 2567 เวลา 06.05 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2567 เวลา 06.05 น.

สืบนครบาล รวบบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นตำรวจหาดใหญ่ หลอกว่าเกี่ยวกับฟอกเงินให้โอนตรวจสอบสูญเงิน 1.5 ล้าน

กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้สืบสวนติดตามจับกุมขบวนการโทรแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัทเอไอเอส โทรศัพท์มาลวงผู้เสียหาย อ้างว่าผู้เสียหายเคยลงทะเบียนเปิดใช้งานเบอร์โทรศัพท์ของบริษัทเอไอเอส สาขาหาดใหญ่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน จากนั้น ได้มีการลวงทำทีให้ผู้เสียหายติดต่อทางไลน์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ จากนั้นได้ปรากฏไลน์ชื่อบัญชี “สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ” เข้ามาที่ไลน์ส่วนตัวของผู้เสียหาย และได้มีการส่งข้อมูลหน้าหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ ชื่อ-สกุลของบุคคลคนหนึ่งซึ่งผู้เสียหายไม่เคยรู้จัก พร้องกับได้ส่งข้อมูลบัญชีธนาคารกรุงเทพสาขาหาดใหญ่ และภาพถ่ายทะเบียนราษฎร์ของผู้เสียหายให้ผู้เสียหายทราบ แล้วได้มีการแจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนพัวพันกับคดีฟอกเงิน ซึ่งต้องให้ผู้เสียหายโอนเงินไปทำการตรวจสอบบัญชีและลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะเปลี่ยนมาโทรผ่านไลน์พูดคุยกันจนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินจากบัญชีธนาคารต่างๆ ของตนให้ตรวจสอบจำนวน 10 ครั้ง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 รวมเป็นเงิน 1,436,983 ล้านบาท

ต่อมา เมื่อผู้เสียหายโอนเงินจนครบทุกบัญชีธนาคารที่ตนมีแล้ว ได้ตรวจสอบข้อมูลที่คนร้ายซึ่งแอบอ้างส่งข้อมูลมาให้ทราบทางไลน์ พบว่า บัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจ ที่คนร้ายส่งมาแอบอ้างมีการลบด้วยปากกาแดงที่เลขประจำตัว และได้มีการโทรศัพท์ปรึกษากับเพื่อนจึงทราบว่าตนถูกหลอก จึงเดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ให้ดำเนินคดีกับคนร้าย

ต่อมา ช่วงเดือนพฤษภาคม 2567 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้อนุมัติหมายจับ น.ส.ณัฐสุดา หนึ่งในบัญชีม้าที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ข้อหาฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด , เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด”

เมื่อจับกุมได้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัว ส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...