โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

BAFS โชว์กำไร Q1 โต 6% แตะ 152 ล้านบาท รับยอดเติมน้ำมันเครื่องบินพุ่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 12 พ.ค. เวลา 03.41 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. เวลา 12.08 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

บริษัทรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 151.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.92% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 143.35 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจ Aviation ตามปริมาณน้ำมันอากาศยานและจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีรายได้รวม 797.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลุ่มธุรกิจ Aviation มีรายได้ค่าบริการ 777.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% สอดคล้องกับปริมาณน้ำมันอากาศยานรวมและจำนวนเที่ยวบิน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมืองที่เพิ่มขึ้น 5% และ 6% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะเดียวกัน ปริมาณการเติมน้ำมันในทุกทวีปปลายทางกลับมาอยู่ในระดับมากกว่า 80% ของช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 สะท้อนภาพรวมการเดินทางทางอากาศที่ทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม รายได้บางส่วนยังถูกกดดันจากการลดลงของรายได้จากการขายรถเติมน้ำมันอากาศยาน เนื่องจากในปีก่อนมีรายการขายอะไหล่และอุปกรณ์สำหรับรถเติมน้ำมันอากาศยานให้แก่ลูกค้าภายในประเทศ แต่ในปีปัจจุบันไม่มีรายการดังกล่าว

สำหรับ EBITDA ของกลุ่มธุรกิจ Aviation อยู่ที่ 449.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลง จากค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษาระบบท่อส่งน้ำมันอากาศยาน รวมถึงต้นทุนขายอะไหล่และอุปกรณ์สำหรับรถเติมน้ำมันอากาศยานที่ปรับลดลงตามรายได้จากการขาย

ด้านกลุ่มธุรกิจ Power มีรายได้รวม 74.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายพลังงานไฟฟ้า 72.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% ตามปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้อื่นปรับลดลง เนื่องจากในปีนี้ไม่มีรายได้จากการขายใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน หรือ Renewable Energy Certificate (REC) เช่นเดียวกับปีก่อน

ขณะที่ EBITDA ของกลุ่มธุรกิจ Power อยู่ที่ 48.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายดำเนินงานสุทธิลดลง 4% จากการลดลงของค่าใช้จ่ายบุคลากร รวมถึงค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าเป็นหลัก

ด้าน ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BAFS เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 151.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.22 บาท ขณะที่มีรายได้รวม 967.00 ล้านบาท และมี EBITDA จำนวน 532.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลก

ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แม้อุปสงค์การเดินทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจากภูมิภาคเอเชียยังคงแข็งแกร่ง แต่เริ่มได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและต้นทุนการเดินทางที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน ซึ่งส่งผลให้สายการบินบางส่วนปรับลดเที่ยวบินในบางเส้นทาง

อย่างไรก็ตาม ปริมาณการให้บริการน้ำมันในภาพรวมยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะเส้นทางภายในประเทศที่ขยายตัว 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และกลับมาอยู่ในระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้ว ขณะที่เส้นทางยุโรปเติบโต 8% เส้นทางภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ซึ่งเป็นตลาดหลัก ขยายตัว 3% ส่วนเส้นทางตะวันออกกลาง แม้ได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยังสามารถเติบโตได้ 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ท่ามกลางความผันผวนด้านพลังงานโลก ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้อุตสาหกรรมการบินยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ BAFS GROUP ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักและโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ พร้อมมุ่งบริหารต้นทุน ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน และความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ไตรมาส 1/2569 บริษัทมีอัตรากำไรสุทธิ หรือ Net Profit Margin อยู่ที่ 14%

สำหรับกลุ่มธุรกิจ Aviation แม้ยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินยังไม่ทั่วถึงในทุกภูมิภาค แต่ปริมาณการให้บริการโดยรวมยังเติบโต โดยไตรมาสแรกปี 2569 มีปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานอยู่ที่ 1,486 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 92% ของระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 และคิดเป็น 27% ของเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 5,560 ล้านลิตร

ขณะที่กลุ่มธุรกิจ Utilities มีรายได้รวม 102.90 ล้านบาท ลดลง 12% จากการลดลงของรายได้จากการจัดเก็บน้ำมัน และรายได้ค่าบริการขนส่งน้ำมันภาคพื้นดิน โดยมีสาเหตุหลักจากภาวะอุปทานน้ำมันในตลาดที่ตึงตัวในช่วงครึ่งหลังของเดือนมีนาคม 2569 ทำให้ปริมาณน้ำมันที่เข้าสู่ท่อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ส่วนกลุ่มธุรกิจ Power มีรายได้รวม 74.00 ล้านบาท จากการขายพลังงานไฟฟ้า ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายดำเนินงานสุทธิปรับลดลง 4% สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง

บริษัทระบุว่า ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2569 ของ BAFS GROUP ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโลกที่ยังคงผันผวน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของสถานะทางธุรกิจ ความสามารถในการบริหารองค์กร การบริหารความเสี่ยง และการจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ BAFS ยังได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรจากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ที่ระดับ BBB(tha) พร้อมแนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ หรือ Stable Outlook ซึ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อความแข็งแกร่งด้านการเงินของบริษัท และบทบาทสำคัญในฐานะผู้ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานครบวงจร รวมถึงผู้นำด้านธุรกิจบริการพลังงานของประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...