BAFS โชว์กำไร Q1 โต 6% แตะ 152 ล้านบาท รับยอดเติมน้ำมันเครื่องบินพุ่ง
บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้
บริษัทรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 151.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.92% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 143.35 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจ Aviation ตามปริมาณน้ำมันอากาศยานและจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีรายได้รวม 797.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลุ่มธุรกิจ Aviation มีรายได้ค่าบริการ 777.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% สอดคล้องกับปริมาณน้ำมันอากาศยานรวมและจำนวนเที่ยวบิน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมืองที่เพิ่มขึ้น 5% และ 6% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะเดียวกัน ปริมาณการเติมน้ำมันในทุกทวีปปลายทางกลับมาอยู่ในระดับมากกว่า 80% ของช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 สะท้อนภาพรวมการเดินทางทางอากาศที่ทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม รายได้บางส่วนยังถูกกดดันจากการลดลงของรายได้จากการขายรถเติมน้ำมันอากาศยาน เนื่องจากในปีก่อนมีรายการขายอะไหล่และอุปกรณ์สำหรับรถเติมน้ำมันอากาศยานให้แก่ลูกค้าภายในประเทศ แต่ในปีปัจจุบันไม่มีรายการดังกล่าว
สำหรับ EBITDA ของกลุ่มธุรกิจ Aviation อยู่ที่ 449.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลง จากค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษาระบบท่อส่งน้ำมันอากาศยาน รวมถึงต้นทุนขายอะไหล่และอุปกรณ์สำหรับรถเติมน้ำมันอากาศยานที่ปรับลดลงตามรายได้จากการขาย
ด้านกลุ่มธุรกิจ Power มีรายได้รวม 74.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายพลังงานไฟฟ้า 72.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% ตามปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้อื่นปรับลดลง เนื่องจากในปีนี้ไม่มีรายได้จากการขายใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน หรือ Renewable Energy Certificate (REC) เช่นเดียวกับปีก่อน
ขณะที่ EBITDA ของกลุ่มธุรกิจ Power อยู่ที่ 48.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายดำเนินงานสุทธิลดลง 4% จากการลดลงของค่าใช้จ่ายบุคลากร รวมถึงค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าเป็นหลัก
ด้าน ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BAFS เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 151.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.22 บาท ขณะที่มีรายได้รวม 967.00 ล้านบาท และมี EBITDA จำนวน 532.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลก
ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แม้อุปสงค์การเดินทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจากภูมิภาคเอเชียยังคงแข็งแกร่ง แต่เริ่มได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและต้นทุนการเดินทางที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน ซึ่งส่งผลให้สายการบินบางส่วนปรับลดเที่ยวบินในบางเส้นทาง
อย่างไรก็ตาม ปริมาณการให้บริการน้ำมันในภาพรวมยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะเส้นทางภายในประเทศที่ขยายตัว 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และกลับมาอยู่ในระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้ว ขณะที่เส้นทางยุโรปเติบโต 8% เส้นทางภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ซึ่งเป็นตลาดหลัก ขยายตัว 3% ส่วนเส้นทางตะวันออกกลาง แม้ได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยังสามารถเติบโตได้ 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ ท่ามกลางความผันผวนด้านพลังงานโลก ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้อุตสาหกรรมการบินยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ BAFS GROUP ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักและโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ พร้อมมุ่งบริหารต้นทุน ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน และความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ไตรมาส 1/2569 บริษัทมีอัตรากำไรสุทธิ หรือ Net Profit Margin อยู่ที่ 14%
สำหรับกลุ่มธุรกิจ Aviation แม้ยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินยังไม่ทั่วถึงในทุกภูมิภาค แต่ปริมาณการให้บริการโดยรวมยังเติบโต โดยไตรมาสแรกปี 2569 มีปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานอยู่ที่ 1,486 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 92% ของระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 และคิดเป็น 27% ของเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 5,560 ล้านลิตร
ขณะที่กลุ่มธุรกิจ Utilities มีรายได้รวม 102.90 ล้านบาท ลดลง 12% จากการลดลงของรายได้จากการจัดเก็บน้ำมัน และรายได้ค่าบริการขนส่งน้ำมันภาคพื้นดิน โดยมีสาเหตุหลักจากภาวะอุปทานน้ำมันในตลาดที่ตึงตัวในช่วงครึ่งหลังของเดือนมีนาคม 2569 ทำให้ปริมาณน้ำมันที่เข้าสู่ท่อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ส่วนกลุ่มธุรกิจ Power มีรายได้รวม 74.00 ล้านบาท จากการขายพลังงานไฟฟ้า ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายดำเนินงานสุทธิปรับลดลง 4% สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง
บริษัทระบุว่า ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2569 ของ BAFS GROUP ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโลกที่ยังคงผันผวน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของสถานะทางธุรกิจ ความสามารถในการบริหารองค์กร การบริหารความเสี่ยง และการจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ BAFS ยังได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรจากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ที่ระดับ BBB(tha) พร้อมแนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ หรือ Stable Outlook ซึ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อความแข็งแกร่งด้านการเงินของบริษัท และบทบาทสำคัญในฐานะผู้ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานครบวงจร รวมถึงผู้นำด้านธุรกิจบริการพลังงานของประเทศ