โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ศุภมาส” จี้แก้ 3 ปมร้อนรถ EV ชำรุด-ลอยแพ-ราคาดิ่ง ช่วยผู้ซื้อกว่า 1,300 ราย

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 พ.ค. 69) เวลา 11:00 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นประธานการประชุมมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อยกระดับความเชื่อมั่นการซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้า ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค รศ.ภญ.ดร.ยุพดี ศิริสินสุข รองเลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค ในฐานะตัวแทนภาคประชาชน พร้อมด้วยผู้ประกอบการรถยนต์ไฟฟ้าในฐานะภาคเอกชน เข้าร่วมหารือ เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนจากการซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้าจำนวนมาก

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ดิฉันตั้งใจรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนที่ตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นไปตามมาตรการที่รัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้รณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือกรองรับสถานการณ์วิกฤติพลังงาน แต่กลับต้องเผชิญปัญหา 3 เรื่องใหญ่ คือ รถชำรุดบกพร่อง การถูกลอยแพหลังบริษัทปิดตัว หรือศูนย์บริการปิดทำให้ไม่มีที่ซ่อมแซม และปัญหาด้านราคาที่ปรับตัวลดลงหลังซื้ออย่างรวดเร็ว สิ่งนี้ทำให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนและเป็นข้อกังวลทั้งในมิติของความปลอดภัย คุณภาพ มาตรฐานชิ้นส่วน กระบวนการประกอบรถ การบริการหลังการขาย เหล่านี้เป็นประเด็นที่ต้องเร่งพิจารณาเพื่อหาแนวทางและมาตรการคุ้มครองและเยียวยาผู้บริโภคให้เกิดความชัดเจน และเป็นธรรม

“ดิฉันได้รับรายงานจาก สคบ. ว่าในช่วงปี 2567-2569 มีผู้บริโภคร้องทุกข์เรื่องรถยนต์ไฟฟ้ากับทาง สคบ. เข้ามามากถึง 556 ราย รวมถึงร้องเรียนไปยังสภาองค์กรของผู้บริโภค ในฐานะตัวแทนภาคประชาชนเพิ่มอีก 792 ราย รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,348 ราย ซึ่ง สคบ. มีการแก้ไขจนยุติข้อพิพาทแล้ว 402 ราย คิดเป็นร้อยละ 72.3 ปัญหาที่พบมากที่สุด 5 ลำดับ ได้แก่ ความชำรุดบกพร่อง 47.3% ไม่คืนเงินจอง 18.2% ซื้อแล้วปรับราคาลง 14.7% ไม่ส่งมอบของแถม 13.1% และอุบัติเหตุหรือซ่อมล่าช้า 2.9% ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับผู้บริโภค ทุกเสียงของผู้บริโภค คือสิ่งที่ดิฉันรับฟังและไม่อาจนิ่งเฉยได้ รถหนึ่งคันคือทรัพย์สินสำคัญของครอบครัว ผู้บริโภคต้องได้รับความเป็นธรรม ไม่ใช่ภาระที่ต้องแบกรับ” นางสาวศุภมาส กล่าว

ทั้งนี้ สคบ. ได้พิจารณารูปแบบปัญหาที่ผู้บริโภคเผชิญ เป็น 3 ประเด็น โดยพบปัญหาหลังการขายมากที่สุด 288 ราย คิดเป็น 52% รองลงมาคือปัญหาการซื้อขาย 183 ราย คิดเป็น 33% และปัญหาการส่งมอบ 85 ราย คิดเป็น 15% โดยประชาชนมีความกังวลว่าศูนย์บริการจะปิดตัวถึง 329 ราย คิดเป็น 41.5% พบอุปกรณ์ชำรุดเสียหาย 164 ราย คิดเป็น 20.7% ไม่มีอะไหล่ต้องรอนาน 94 ราย คิดเป็น 11.9% และคืนรถไม่ได้เมื่อบริษัทปิดตัวอีก 52 ราย คิดเป็น 6.6% เพื่อปกป้องสิทธิผู้บริโภค คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้มีมติดำเนินคดีแพ่งกับผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อเรียกค่าเสียหายคืนให้ผู้บริโภค มูลค่าความเสียหายกว่า 103.1 ล้านบาท

รถยนต์ไฟฟ้าถือเป็น “สินค้าควบคุมฉลาก” ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดทำฉลากสินค้าโดยให้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน แสดงฉลากให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้ สคบ. จัดทำ e-Book “ฉลากรถยนต์ไฟฟ้า” โดยขอความร่วมมือผู้ผลิตและ ผู้นำเข้าส่งฉลากรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทยให้กับ สคบ.เพื่อรวบรวมจัดทำเป็น e-book นำเสนอข้อมูลฉลากของรถยนต์ไฟฟ้าทุกยี่ห้อ พร้อมอธิบายสาระสำคัญของฉลาก สิทธิผู้บริโภค แนวทางตรวจสอบข้อมูลก่อนซื้อ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก รวดเร็ว ใช้เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ โดยจะเผยแพร่ผ่านทุกช่องทางการประชาสัมพันธ์ของ สคบ. ทั้งบนเว็บไซต์ application และเพจในแพลตฟอร์มต่าง ๆ

รวมถึงเฝ้าระวังการโฆษณา และกำกับดูแลให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดทำสัญญาจอง ตามแบบสัญญามาตรฐานด้วย อีกทั้งยังได้รับฟังข้อเสนอจากสภาองค์กรของผู้บริโภคในฐานะตัวแทนภาคประชาชน เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย การกำหนดให้ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายโฆษณาข้อมูลคุณภาพ คุณลักษณะทางเทคนิค สมรรถนะ เงื่อนไขการรับประกัน และข้อจำกัดการใช้งานชิ้นส่วนสำคัญอย่างละเอียด การกำหนดกรอบเวลาซ่อมมาตรฐานในสัญญา การกระจายศูนย์บริการให้ครอบคลุมทุก 150-200 กิโลเมตร การสำรองอะไหล่ให้เพียงพอ การพัฒนาระบบเรียกคืนรถ (Recall) เพื่อแก้ไขความบกพร่องที่กระทบความปลอดภัย การผลักดันมาตรการสิทธิในการซ่อม (Right to Repair) ให้เจ้าของรถซ่อมบำรุงได้แม้หมดระยะประกัน และการจัดตั้งศูนย์ประสานงานรับเรื่องร้องเรียนเฉพาะทางด้านยานยนต์ไฟฟ้า ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สคบ. กับกรมการขนส่งทางบก ซึ่งในส่วนนี้ จะมีการแต่งตั้งคณะทำงานของทุกฝ่ายร่วมกัน เพื่อมาร่วมลงรายละเอียดในประเด็นแนวทางการยกระดับมาตรการคุ้มครองผู้บริโภครถยนต์ไฟฟ้ากันต่อไป

“ดิฉันขอขอบคุณสภาองค์กรของผู้บริโภคที่นำเสียงของพี่น้องประชาชนมาสะท้อน และขอฝากถึงผู้ประกอบการทุกรายว่า พี่น้องประชาชนที่ตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจากท่าน คือผู้ที่ฝากความหวังและฝากเงินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงไว้กับท่าน ขอให้ดูแลเขาเหมือนคนในครอบครัว เร่งรัดแก้ไขปัญหาด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม สำรองอะไหล่ให้เพียงพอ ดูแลศูนย์บริการให้ครอบคลุม กำหนดกรอบเวลาซ่อมที่ชัดเจน อย่าปล่อยให้ผู้บริโภคถูกลอยแพ ดิฉันยืนยันว่าจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้ผู้บริโภคต้องสู้ลำพัง สำหรับพี่น้องประชาชนที่กำลังจะตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ขอให้ตรวจสอบฉลากสินค้า เงื่อนไขการรับประกัน กรอบเวลาซ่อมมาตรฐาน ข้อมูลศูนย์บริการ ความพร้อมของอะไหล่ อ่านสัญญาจองให้ครบถ้วน เก็บใบเสร็จ ใบจอง โบรชัวร์ และเอกสารโฆษณาทุกชิ้นไว้เป็นหลักฐาน หากถูกเอารัดเอาเปรียบ ท่านสามารถร้องเรียนมาที่ สคบ. ได้ทันที ดิฉันพร้อมรับฟังและยืนเคียงข้างผู้บริโภคทุกท่าน” นางสาวศุภมาส กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากการซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้าหรือสินค้าและบริการอื่น สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 ระบบร้องทุกข์ผู้บริโภค OCPB Complaint แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” สำหรับในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นสามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม ณ ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...