สหรัฐฯ เข้าเก็บทุ่นระเบิด เปิดทางช่องแคบฮอร์มุซระหว่างเจรจาสันติภาพ
วันนี้ (12 เม.ย.2569) สำนักข่าวเอพี รายงาน สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ยังคงเจรจาแบบพบหน้ากันอย่างต่อเนื่องจนเลยเวลา 24.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของปากีสถาน ซึ่งเป็นประเทศกลางในการเจรจา ซึ่งตรงกับเวลาไทย 04.36 น.
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ กล่าวว่า กองทัพสหรัฐฯ ส่งเรือพิฆาต 2 ลำ แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ที่อิหร่านยึดครองอยู่ เพื่อดำเนินการกวาดล้างทุ่นระเบิด ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น อย่างไรก็ตาม สื่อของรัฐบาลอิหร่านกล่าวว่ากองบัญชาการทหารร่วมปฏิเสธเรื่องดังกล่าว
"เรากำลังกวาดล้างช่องแคบ ไม่ว่าเราจะบรรลุข้อตกลงหรือไม่ก็ไม่สำคัญสำหรับผม" ทรัมป์ กล่าวกับนักข่าว ขณะที่การเจรจายังคงดำเนินต่อไปและเวลาใกล้จะถึง 02.00 น.ในอิสลามาบัด เขาเรียกการเจรจาว่า "ลึกซึ้งมาก"
คณะที่ผู้แทนสหรัฐฯ นำโดย เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดี และคณะผู้แทนอิหร่าน นำโดย โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภา หารือกับปากีสถานถึงแนวทางในการผลักดันข้อตกลงหยุดยิง ที่กำลังถูกคุกคามจากความขัดแย้งอย่างรุนแรง และการโจมตีอย่างต่อเนื่องของอิสราเอลต่อกลุ่มฮิซบอลลาห์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเลบานอน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่ามีจำนวนผู้เสียชีวิตเกิน 2,000 รายแล้ว
นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในอิหร่านเมื่อปี 1979 การติดต่อโดยตรงที่สุดของสหรัฐฯ เกิดขึ้นในปี 2013 เมื่อประธานาธิบดี บารัค โอบามา โทรศัพท์หาประธานาธิบดี ฮัสซัน รูฮานี ที่เพิ่งได้รับเลือกตั้ง เพื่อหารือเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ต่อมา จอห์น เคอร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศของโอบามา และโมฮัมหมัด จาวาด ซาริฟ คู่เจรจาของอิหร่าน พบกันระหว่างการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านปี 2015 ซึ่งกระบวนการดังกล่าวกินเวลานานกว่าหนึ่งปี
สำนักข่าวเอพี รายงานว่า คณะผู้แทนอิหร่าน กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า พวกเขาเสนอ "เส้นแดง" ในการประชุมกับนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน ซึ่งรวมถึงการชดเชยความเสียหายที่เกิดจากการโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอล ที่จุดชนวนสงครามเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2569 และการปล่อยทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้
สงครามครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 3,000 คนในอิหร่าน 2,020 คนในเลบานอน 23 คนในอิสราเอล และมากกว่า 10 คนในกลุ่มประเทศอาหรับอ่าวเปอร์เซีย และสร้างความเสียหายอย่างถาวรต่อโครงสร้างพื้นฐานในประเทศตะวันออกกลางอีกจำนวนหนึ่ง การที่อิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ได้ตัดขาดอ่าวเปอร์เซียและการส่งออกน้ำมันและก๊าซของอิหร่านออกจากเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันและแก๊สพุ่งสูงขึ้น
ขณะที่ สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงเรียกร้องให้ผู้นำโลก ปฏิเสธสงคราม และเจรจาสันติภาพ โดยสำนักข่าวเอพี รายงานว่า เป็นครั้งแรกที่พระองค์ตรัสด้วยถ้อยคำรุนแรงที่สุดเท่าที่พระองค์เคยกล่าวมา โดยกล่าวว่า "ความหลงผิดว่าทรงฤทธานุภาพเหนือทุกสิ่ง" ซึ่งเป็นต้นเหตุของสงคราม
อ่านข่าว
ทั่วโลกยังจับตา "การเจรจา" ระหว่างอิหร่าน และสหรัฐฯ หวังยุติสงคราม
สื่อนอกจับตาประเด็นหารือ หลังผู้แทนจาก 2 ชาติเดินทางถึงปากีสถานแล้ว
"คาเมเนอี" แถลงการณ์ครั้งแรก ประกาศ อิหร่าน ไม่ได้ต้องการสงคราม