สหรัฐฯ ส่งเรือรบเริ่มภารกิจกวาดล้างทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ เร่งเปิดเส้นทางเดินเรือโลก
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ส่งเรือพิฆาต 2 ลำเข้าประชิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อเคลียร์ทุ่นระเบิดของกองกำลัง IRGC เตรียมประกาศใช้เส้นทางเดินเรือปลอดภัย (Safe Pathway) ใหม่ในเร็วๆ นี้ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมการขนส่งทางทะเล เสริมทัพด้วยโดรนใต้น้ำและกองกำลังสนับสนุนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หวังปลดล็อกคอขวดพลังงานและเศรษฐกิจโลก
12 เมษายน 2569 – กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (U.S. Central Command หรือ CENTCOM) ออกแถลงการณ์ระบุว่า กองกำลังของสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการเชิงรุกในการกวาดล้างทุ่นระเบิดภายในช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีการส่งเรือพิฆาตติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีจำนวน 2 ลำ เข้าปฏิบัติการในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อเผชิญหน้ากับอุปสรรคทางน้ำที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับมหภาค
ปฏิบัติการเปิดทางน่านน้ำยุทธศาสตร์
ข้อมูลจากแถลงการณ์ของ CENTCOM ระบุว่า เรือพิฆาต USS Frank E. Peterson (DDG 121) และ USS Michael Murphy (DDG 112) ได้ดำเนินการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและเข้าปฏิบัติการในอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจในวงกว้างที่มีเป้าหมายชัดเจนในการกำจัดทุ่นระเบิดที่วางโดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ออกจากพื้นที่ให้สิ้นซาก เพื่อให้มั่นใจว่าเส้นทางเดินเรือสากลนี้จะกลับมามีความปลอดภัยต่อการสัญจรของเรือพาณิชย์อีกครั้ง
พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการ CENTCOM ได้กล่าวถึงนัยสำคัญของภารกิจนี้ว่า:
"วันนี้เราได้เริ่มกระบวนการจัดตั้งเส้นทางผ่านแห่งใหม่ และเราจะแบ่งปันเส้นทางที่ปลอดภัยนี้แก่ภาคอุตสาหกรรมการเดินเรือในเร็วๆ นี้ เพื่อส่งเสริมการไหลเวียนของพาณิชย์อย่างเสรี"
นัยสำคัญทางเศรษฐกิจและกำลังพลเพิ่มเติม
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางเดินเรือสากลและเป็นระเบียงการค้าที่สำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักในการสนับสนุนความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก การที่สหรัฐฯ ตัดสินใจเข้าแทรกแซงเพื่อเคลียร์เส้นทางในครั้งนี้ จึงถูกมองว่าเป็นความพยายามลดความผันผวนในระบบโลจิสติกส์และพลังงานโลก
นอกจากเรือพิฆาตทั้ง 2 ลำแล้ว CENTCOM ยืนยันว่าจะมีกองกำลังเพิ่มเติมจากสหรัฐฯ รวมถึงเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง โดรนใต้น้ำ (Underwater Drones) เข้ามาสมทบในภารกิจกวาดล้างทุ่นระเบิดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสำรวจและทำลายวัตถุระเบิดใต้น้ำที่ยังหลงเหลืออยู่ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ระหว่างประเทศในปัจจุบัน โดยเน้นย้ำว่าเสถียรภาพของช่องแคบฮอร์มุซคือปัจจัยพื้นฐานของความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจในระดับสากล