โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ก.ล.ต.ชูแผนดันหุ้นไทยคึก หวังรัฐบาลใหม่เดินหน้าTISA

ทันหุ้น

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#ก.ล.ต. #ทันหุ้น – ก.ล.ต. เปิดแผนยุทธศาสตร์ ปี 2569 – 2571 มุ่งสร้างเชื่อมั่น-เพิ่มเสน่ห์ หนุนตลาดทุนไทยกลับมาคึกคัก จ่อแก้เกณฑ์พิจารณา IPO ดึงบริษัททั้งใน-ต่างประเทศเข้าจดทะเบียน เพิ่มสินค้าใหม่ๆ อัพความน่าสนใจบจ. ผ่านโครงการ JUMP+ พร้อมเดินหน้าพบรัฐบาลใหม่เดินหน้าโครงการ TISA-ร่าง พ.ร.ก.ให้อำนาจเป็นพนักงานสอบสวน

ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ในปี 2569 นี้ ก.ล.ต. ยังคงมุ่งมั่นสานต่อการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ตามแผนยุทธศาสตร์ ปี 2569 – 2571 ภายใต้แนวคิด “Building Trust, Powering Growth” ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญ 5 ด้าน ดังนี้ 1. ตลาดทุนแข่งขันได้และสร้างความเชื่อมั่น (Competitiveness & Confidence) เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของตลาดทุนไทยในการดึงดูดบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาระดมทุน โดยจะมีการปรับเกณฑ์การพิจารณาไอพีโอให้เร็วมากขึ้น แต่จะยงคงเน้นเรื่องคุณภาพเข้มข้นเหมือนเดิม และการเพิ่มสินค้าใหม่เข้ามาซื้อขาย เช่น อีทีเอฟ คริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งเตรียมจะออกเกณฑ์แล้วหลังศึกษามาสักระยะแล้ว, คริปโทเคอร์เรนซี ฟิวเจอร์ บอนด์โทเคน ฯลฯ

@เน้นโปร่งใส

ด้านการซื้อขายหลักทรัพย์ ส่งเสริมการซื้อขายหลักทรัพย์อย่างโปร่งใส เป็นธรรมตามมาตรฐานสากล และสามารถตรวจสอบได้ ด้านธรรมาภิบาลบริษัทจดทะเบียน โดยยกระดับและส่งเสริมการทำหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ตรวจสอบภายใน และที่ปรึกษาทางการเงิน พัฒนาคุณภาพการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนให้ครบถ้วน โปร่งใส และรองรับการตัดสินใจของผู้ลงทุนได้อย่างเหมาะสม

ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ยกระดับประสิทธิภาพงานตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมาย โดยนำเทคโนโลยีที่ Market Surveillance Systems หรือระบบการตรวจจับความผิดปกติของคำสั่งซื้อขายแบบ Real-time และการใช้ Data Analytics เพื่อวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของกลุ่มบุคคลที่กระทำผิดได้ ซึ่งจะเห็นจากระยะเวลาการพิจารษเคสการกระทำความผิดในตลาดทุนที่มีอายุเฉลี่ยสูงสุดเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ลดลงเหลือ 3.9 ปี จากปี 2567 อยู่ที่ 8 ปี และเฉลี่ยอายุเคสลดลงจาก 2.1 ปี เหลือ 1.3 ปี

@เพิ่มเสน่ห์

ศ.ดร.พรอนงค์ กล่าวว่า การเพิ่มเสน่ห์ทำให้ตลาดหุ้นไทยกลับมาคึกคัก ซึ่งตอนนี้ทางก.ล.ต.และทุกหน่วยงานในตลาดทุน มีแผนในการวางรากฐานไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โครงการบัญชีออมส่วนบุคคล (TISA) เมื่อนักลงทุนเห็นแผนที่ก.ล.ต.เชื่อว่าจะทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นกลับมา โดยโครงการ TISA เมื่อมีความชัดเจนว่ารัฐบาลใหม่ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นใครพร้อมที่จะเข้าไปนำเสนอโครงการ TISA

รวมถึงเสนอให้เดินหน้า ร่างกฎหมายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพิ่มอำนาจให้กับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการเป็นพนักงานสอบสวน ซึ่งที่ผ่านมานั้นผ่านการพิจารณาของกฤษฎีกา

ส่วนกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสงสัยการดำเนินงานของก.ล.ต.นั้น ซึ่งก.ล.ต.น้อมรับความคิดเห็นดังกล่าว ซึ่งทุกคนมีความคาดหวังในการดำเนินงานของก.ล.ต. โดยก.ล.ต.นั้นมีแผนการดำเนินงานที่จะทำให้การปฏิบัติงานของก.ล.ต.ดีขึ้นเรื่อยๆ และนำเทคโนโลยี ซึ่งก.ล.ต.รู้ว่าเราทำอะไรอยู่และจะมีการดำเนินการอย่างไรในระยะข้างหน้า ซึ่งหากมีใครสงสัยในการทำงานของก.ล.ต.พร้อมที่จะอธิบาย ส่วนในกรณี “ฟอกเงิน” ต้องไปที่หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนั้น ต้องจำแนกฐานกฎหมายที่ถูกต้อง เช่น ฟอกเงินไม่ใช่กรอบเดียวกับการตรวจสอบบริษัทจดทะเบียน เพื่อไม่ให้เข้าใจผิด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...