โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เหตุ ‘รถไฟความเร็วสูง’ ชนกันในสเปน ดับแล้ว 21 เจ็บหนัก 30 ราย

Xinhua

อัพเดต 21 มกราคม 2569 เวลา 1.19 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

  • e9809ae7a8bf-1-mp4

มาดริด, 19 ม.ค. (ซินหัว) — วันจันทร์ (19 ม.ค.) ออสการ์ ปวนเต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของสเปน เปิดเผยว่าเหตุรถไฟความเร็วสูงสองขบวนชนกันที่ใกล้เมืองกอร์โดบาทางตอนใต้ของประเทศเมื่อวันอาทิตย์ (18 ม.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 ราย และผู้บาดเจ็บมากกว่า 70 ราย ซึ่งมีอาการสาหัสและรักษาตัวในโรงพยาบาล 30 ราย

รายงานระบุว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนราว 19.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อรถไฟขบวนหนึ่งของเส้นทางมาลากา-มาดริด พร้อมผู้โดยสาร 317 คน ตกรางด้วยสาเหตุที่ยังไม่ทราบแน่ชัดที่ใกล้เมืองอาดามุซ และพุ่งชนรถไฟความเร็วสูงอีกขบวนที่วิ่งอยู่บนรางข้างเคียงของเส้นทางมาดริด-อูเอลบา ทำให้รถไฟขบวนหลังตกรางด้วย

ปวนเตกล่าวว่าเหตุการณ์นี้ร้ายแรงมาก ตู้รถโดยสารสองตู้สุดท้ายของรถไฟบนเส้นทางมาลากา-มาดริด ตกรางและชนกับตู้โดยสารสองตู้แรกของรถไฟที่กำลังวิ่งมา ทำให้ตู้รถไฟทั้งสองตกรางไปด้วย โดยหน่วยกู้ภัยจากแคว้นอันดาลูเซียและหน่วยกู้ภัยทหารเข้าปฏิบัติงาน ทั้งมีชาวบ้านช่วยเคลื่อนย้ายผู้โดยสารที่บาดเจ็บเล็กน้อยไปยังศูนย์กีฬาใกล้เคียงเพื่อปฐมพยาบาล

ปฏิบัติการกู้ภัยดำเนินต่อเนื่องจนถึงกลางคืนวันอาทิตย์ (18 ม.ค.) ขณะจำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก พร้อมมีการระงับการบริการรถไฟโดยสารบนเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจนถึงอย่างน้อยวันอังคาร (20 ม.ค.) และเปิดพื้นที่ที่สถานีอาโตชาในมาดริด มาลากา และอูเอลบา เป็นจุดแจ้งข้อมูลแก่ญาติของผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ

อนึ่ง อุบัติเหตุรถไฟครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สเปนเกิดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2013 โดยรถไฟความเร็วสูงขบวนหนึ่งตกรางขณะวิ่งเข้าสู่เมืองซานติอาโก เด กอมโปสเตลา ด้วยความเร็วเกินกำหนด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 79 ราย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...