โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เหตุรถไฟชนกันที่สเปน ผู้เสียชีวิตพุ่งแตะ 39 ราย บาดเจ็บกว่า 150 ราย

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักข่าวรอยเตอร์สและบีบีซีรายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิต จากเหตุ "รถไฟชนกัน" ในภาคใต้ของ สเปน เมื่อวานนี้ ซึ่งถือเป็น อุบัติเหตุทางรถไฟ ที่ร้ายแรงที่สุดของประเทศในรอบกว่าสิบปี มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นรวมแล้วเป็น 39 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 152 คน

อุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.45 น. วันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น ตู้โดยสารของรถไฟความเร็วสูงที่มุ่งหน้าไปยังกรุงมาดริด ประสบเหตุตกรางและข้ามไปยังรางฝั่งตรงข้าม ก่อนจะชนกับรถไฟอีกขบวนที่สวนทางมา บริเวณเมืองอาดามุซ (Adamuz) ในจังหวัดคอร์โดบา ทางตอนใต้ของประเทศ ห่างจากกรุงมาดริดราว 360 กิโลเมตร

เครือข่ายรถไฟ ระบุว่า มีผู้โดยสารและพนักงานรวมราว 400 คน อยู่บนรถไฟทั้งสองขบวน หน่วยแพทย์ฉุกเฉินให้การรักษาผู้บาดเจ็บ 122 คน โดยยังมี 48 คน รวมถึงเด็ก 5 คน รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ในจำนวนนี้ผู้ใหญ่ 11 คน และเด็ก 1 คน อยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤต

วิดีโอจากจุดเกิดเหตุที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ แสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยดึงผู้โดยสารออกจากตู้รถไฟที่บิดงอและพลิกตะแคงอยู่ใต้แสงไฟสปอตไลต์ บางคนพยายามปีนออกมาจากหน้าต่างที่แตก ขณะที่ผู้บาดเจ็บรายอื่นถูกลำเลียงออกไปบนเปลสนาม

ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวสเปนที่เดินทางไป-กลับกรุงมาดริดหลังช่วงสุดสัปดาห์ โดยยังไม่ชัดเจนว่ามีนักท่องเที่ยวอยู่บนขบวนมากน้อยเพียงใด เนื่องจากเดือนม.ค. ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยวของสเปน ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุยังไม่เป็นที่แน่ชัด

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เหตุการณ์ดังล่าวทำให้รถไฟมากกว่า 200 ขบวน ในเส้นทางระหว่างกรุงมาดริดกับแคว้นอันดาลูเซีย (Andalucia) รวมถึงเมืองหลักอย่างคอร์โดบา เซบีญา และกรานาดา ถูกยกเลิกตลอดทั้งวันจันทร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...