โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผู้นำสูงสุดอิหร่านยอมรับ เหตุประท้วงครั้งใหญ่มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน

PPTV HD 36

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเปิดเผยว่า มีชาวอิหร่านหลายพันคนเสียชีวิตในเหตุประท้วงครั้งใหญ่ โดยโทษว่า “ทรัมป์” ต้องรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวยอมรับว่า ชาวอิหร่านหลายพันคนเสียชีวิตในช่วงเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศที่กินเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ ซึ่งเขาโทษว่าเป็นฝีมือของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่สนับสนุนผู้ประท้วงอย่างเปิดเผยโดยสัญญาว่าจะให้การสนับสนุนทางทหารจากสหรัฐฯ

ในการปราศรัยต่อประชาชน คาเมเนอีเรียกทรัมป์ว่าเป็น “อาชญากร” ที่ต้องรับผิดชอบทั้งต่อผู้เสียชีวิตและความเสียหายในช่วงการประท้วง

คาเมเนอีไม่ได้กล่าวถึงยุทธวิธีที่โหดร้ายของกองกำลังของรัฐบาลอิหร่านในการปราบปรามการประท้วง

คาเมเนอีกล่าวว่า “ผู้ก่อจลาจล” ที่เกี่ยวข้องกับความไม่สงบนั้นแบ่งออกเป็นสองประเภท ได้แก่ คนที่ได้รับการสนับสนุน เงินทุน และการฝึกฝนจากสหรัฐฯ และอิสราเอล และคนหนุ่มสาวที่ได้รับอิทธิพลจากพวกเขา

เขากล่าวว่า คนกลุ่มหลังเป็น “บุคคลที่ไร้เดียงสาซึ่งถูกผู้นำกลุ่มชักใย” เขากล่าวว่าคนหนุ่มสาวเหล่านั้นทำลายโรงงานอุตสาหกรรมไฟฟ้า มัสยิด สถาบันการศึกษา ธนาคาร สถานพยาบาล และร้านขายของชำ

“ด้วยการทำร้ายประชาชน พวกเขา (ผู้ก่อจลาจล) ได้สังหารผู้คนไปหลายพันคน บางคนถูกสังหารด้วยกำลังที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม อย่างป่าเถื่อนที่สุด การกระทำเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการก่อกบฏที่วางไว้ล่วงหน้า” ผู้นำอิหร่านกล่าว

พยานและกลุ่มสิทธิมนุษยชนได้บรรยายว่า กองกำลังของรัฐบาลเปิดฉากยิงใส่ผู้ประท้วงบนท้องถนนและจากบนดาดฟ้า มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3,000 คนในเหตุการณ์ความไม่สงบ ตามรายงานของสำนักข่าวสิทธิมนุษยชน (HRANA)

ผู้ประท้วงคนหนึ่งในกรุงเตหะรานเล่าว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้คนจำนวนมากจากเมืองหลวงได้หลั่งไหลออกมาตามท้องถนนโดยไม่มีอาวุธ ขณะที่กองกำลังของรัฐบาลยิงลงมาจากดาดฟ้าและโดรนทางทหารบินอยู่เหนือศีรษะ

“พวกเขาเล็งด้วยเลเซอร์และยิงผู้คนเข้าที่ใบหน้า พวกเขาฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยม พวกเขาฆ่าคนที่สวยงามที่สุด งดงามที่สุด และกล้าหาญที่สุดของเรา นั่นก็คือเด็ก ๆ ของเรา” พยานผู้เห็นเหตุการณ์กล่าว โดยขอไม่เปิดเผยชื่อด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

ผู้ประท้วงในเตหะรานกล่าวว่า ผู้ประท้วงจุดไฟเพื่อตอบโต้แก๊สน้ำตาและปิดกั้นถนนเพื่อป้องกันการโจมตีด้วยรถจักรยานยนต์จากกลุ่มบาซิช กลุ่มทหารอาสาสมัครขนาดใหญ่ของอิหร่านที่ก่อตั้งโดยคาเมเนอีและมักใช้ในการปราบปรามการชุมนุม

ผู้ประท้วงบอกว่า “อาวุธเดียวที่พวกเขามีคือก้อนหิน ซึ่งพวกเขาไม่มีโอกาสได้ขว้างเลย … เรารู้ว่ามีโอกาสสูงที่จะถูกฆ่า แต่เราก็ยังจะไป เพราะเราต้องการอิหร่านคืน”

ด้านทรัมป์ออกมาตอบโต้ความเห็นของคาเมเนอีทันที โดยเรียกร้องให้มีผู้นำใหม่ในอิหร่าน และเรียกคาเมเนอีว่าเป็น “คนป่วย” ที่ควรบริหารประเทศของตนอย่างเหมาะสมและหยุดฆ่าคน

ทรัมป์กล่าวว่า คาเมเนอีมีความผิด “ในฐานะผู้นำประเทศ” ในข้อหา “ทำลายประเทศอย่างสิ้นเชิงและใช้ความรุนแรงในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน”

เขากล่าวว่า “เพื่อให้ประเทศยังคงดำเนินต่อไปได้ แม้ว่าการทำงานนั้นจะอยู่ในระดับต่ำมากก็ตาม ผู้นำควรให้ความสำคัญกับการบริหารประเทศอย่างถูกต้อง เหมือนที่ผมทำกับสหรัฐอเมริกา และไม่ใช่การฆ่าคนนับพันเพื่อรักษาอำนาจ”

คาเมเนอียังยอมรับว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของอิหร่านยากลำบากอย่างแท้จริง แต่เรียกร้องให้ประชาชนรวมใจกัน “เพื่อปกป้องระบบอิสลามและอิหร่านอันเป็นที่รัก” เขาเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลเพิ่มความพยายามในการจัดหาสินค้าจำเป็น อาหารสัตว์ และสินค้าจำเป็นอื่น ๆ

ผู้นำสูงสุดของอิหร่านให้คำมั่นว่าจะลงโทษผู้ที่เข้าร่วมในการ “จลาจล” แต่ไม่ได้อธิบายรายละเอียดว่าบทลงโทษจะเป็นอย่างไร

“เราจะไม่นำประเทศเข้าสู่สงคราม แต่เราจะไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดภายในประเทศ และที่สำคัญกว่านั้นคือผู้กระทำผิดระหว่างประเทศลอยนวล เรื่องนี้ต้องดำเนินการโดยใช้วิธีการของเราเองและแนวทางที่ถูกต้อง” คาเมเนอีกล่าว

เรียบเรียงจาก CNN

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

8 ชาติยุโรปออกแถลงการณ์ร่วม หนุน “กรีนแลนด์”

รถไฟความเร็วสูงชนกันในสเปน เสียชีวิตมากกว่า 20 ราย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้นำสูงสุดอิหร่านยอมรับ เหตุประท้วงครั้งใหญ่มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...