โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ก.ล.ต. เปิดยุทธศาสตร์ 3 ปี คุมเข้มกฎหมาย–ใช้ AI จับความเสี่ยง ผลักดันโทเคน

Khaosod

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ก.ล.ต. แถลงแผนยุทธศาสตร์ปี 2569–2571 เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นควบคู่ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดทุนไทย เร่งบังคับใช้กฎหมายให้ “เร็ว รัดกุม เป็นธรรม” ยกระดับกำกับการซื้อขาย ลดความผันผวน ใช้ AI ตรวจจับความเสี่ยง ผลักดัน Tokenization–นวัตกรรมการเงิน พร้อมคุมเข้มทุนเทา สแกมเมอร์

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แถลงแผนยุทธศาสตร์ระยะ 3 ปี (2569–2571) ภายใต้เป้าหมายสำคัญคือ “Building Trust and Powering Growth” สร้างความเชื่อมั่นควบคู่กับการขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดทุนไทย โดยมุ่งตอบโจทย์บริบทใหม่ของตลาดทุนที่เผชิญทั้งความท้าทายและโอกาสจากเศรษฐกิจโลก ภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ตลอดจนโครงสร้างประชากรและความยั่งยืนในระยะยาว

บังคับใช้กฎหมายเข้มข้น ย้ำ “เร็ว รัดกุม เป็นธรรม”

หนึ่งในประเด็นสำคัญของแผนคือการยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้กระบวนการดำเนินคดีมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการไม่ได้ล่าช้าหรือซ้ำซาก แต่เป็นไปเพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ และสร้างแรงจูงใจให้ตลาดทุนดำเนินไปอย่างโปร่งใส

กำกับการซื้อขาย–ลดความผันผวนตลาด

ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการกำกับการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยเฉพาะประเด็นชอร์ตเซลล์และพฤติกรรมการซื้อขายที่ไม่เหมาะสม ซึ่งได้ร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ออกมาตรการต่าง ๆ เช่น Minimum Resting Time เพื่อให้การทำชอร์ตเซลล์เป็นธรรม ลดความผันผวน และสอดคล้องกับบริบทของตลาดไทย ชึ่งมาตรการเหล่านี้ต้องมีการทบทวนและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

ยกระดับคุณภาพข้อมูล–เสริมพลังนักลงทุน

อีกหนึ่งแกนหลักคือการยกระดับคุณภาพข้อมูล เพื่อให้ข้อมูลที่เปิดเผยสามารถนำไปใช้ตัดสินใจลงทุนได้จริง โดย ก.ล.ต. มุ่งเสริมบทบาท “Gatekeeper” เช่น ที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้สอบบัญชี และผู้เผยแพร่ข้อมูล ให้ทำหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบ พร้อมใช้แนวทางส่งเสริมผู้ที่ทำดี และลงโทษผู้ที่ทำผิด เพื่อสร้างระบบข้อมูลที่มีคุณภาพและเป็นธรรม

ส่งเสริมการลงทุนระยะยาว–ภาษีต้องยั่งยืน

ก.ล.ต. ย้ำการส่งเสริมการลงทุนระยะยาวผ่านมาตรการทางภาษีที่มีความต่อเนื่องและยั่งยืน เพื่อดึงดูดเงินลงทุนคุณภาพ ลดความผันผวนระยะสั้น และสนับสนุนการระดมทุนของภาคธุรกิจ พร้อมผลักดันผลิตภัณฑ์และกองทุนใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับการออมและการลงทุนระยะยาวของประชาชน

แผนยุทธศาสตร์ของก.ล.ต.ยังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทั้งในมิติการกำกับดูแลและการพัฒนาตลาด โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงสินทรัพย์ดั้งเดิมกับสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการป้องกันปัญหาการหลอกลวงและสแกมเมอร์ในโลกดิจิทัล ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

5 ผลลัพธ์ที่อยากเห็น

อย่างไรก็ดีเป้าหมาย 5 ด้านในเชิงผลลัพธ์ของแผนยุทธศาสตร์นี้ ได้แก่

1.ความเชื่อมั่นและการเติบโตของตลาดทุน

2.การเพิ่มคุณค่าและธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน

3.การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขับเคลื่อนตลาด

4.ความยั่งยืนของตลาดทุนและเศรษฐกิจ

5.สุขภาพทางการเงินของผู้ลงทุนและประชาชน

คุมเข้มทุนเทา–สแกมเมอร์

เลขาธิการ ก.ล.ต. ยังได้กล่าวย้ำถึงประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ ทั้งกรณี “ทุนเทา” การเชื่อมโยงกับขบวนการหลอกลงทุน หรือสแกมเมอร์ โดยยืนยันว่า ก.ล.ต. มีบทบาทชัดเจนในการดูแลภายใต้กรอบพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ และทำงานเชิงบูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยแบ่งการกำกับเป็น 2 ฝั่งหลัก คือ ฝั่งผู้ระดมทุน กับฝั่งผู้ปรเะกอบธุรกิจตัวกลาง

ในส่วนของฝั่งผู้ระดมทุน โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียน ซึ่ง ก.ล.ต. จะตรวจสอบตั้งแต่โครงสร้างผู้ถือหุ้น การรายงานข้อมูลสำคัญว่าตรงตามข้อเท็จจริงหรือไม่ รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย (อันเดอร์ไรเตอร์) ที่ต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามหน้าที่ หากพบการละเลยหรือรายงานข้อมูลอันเป็นเท็จ จะเข้าข่ายการบังคับใช้กฎหมายของ ก.ล.ต. ทันที

ขณะที่ในส่วนของฝั่งผู้ประกอบธุรกิจตัวกลาง ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมระหว่างนักลงทุนกับการลงทุนในตลาดทุน ก.ล.ต. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการกำกับให้ดำเนินการตามหลัก ในการตรวจสอบตัวตนของลูกค้าและการประเมินความเสี่ยงทางการเงิน เพื่อป้องกันการฟอกเงินและการทุจริตทางการเงิน หรือ KYC และ CDD อย่างเคร่งครัด ทั้งในมิติของความเหมาะสมในการแนะนำการลงทุน และการปฏิบัติตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ไม่ยอมให้ตลาดทุนถูกใช้เอื้อการกระทำผิด

ก.ล.ต. ย้ำจุดยืนชัดเจนว่า ไม่ต้องการเห็นตลาดทุนไทยและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลถูกใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นทุนเทา การฟอกเงิน หรือเครือข่ายหลอกลงทุน โดยก.ล.ต. มีการประสานความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อาทิ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งตำรวจเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยเป็นการดำเนินการคู่ขนานกัน ซึ่ง ก.ล.ต.จะทำหน้าที่เต็มที่ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ฯ ขณะที่หน่วยงานอื่นใช้อำนาจตามกฎหมายเฉพาะของตน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพสูงสุด

วางแผนยกระดับการระดมทุน ดึงบริษัทคุณภาพเข้าสู่ตลาดทุนไทย

นางสาวสุขา บุณยเนตร รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานด้าน การระดมทุน การกำกับดูแลด้านการบัญชี และการส่งเสริมความยั่งยืน ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ปี 2569 โดยมุ่งยกระดับศักยภาพการแข่งขันของตลาดทุนไทย สร้างความเชื่อมั่น และรองรับการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจในระยะยาว

ในด้าน การระดมทุน ก.ล.ต.ตั้งเป้าดึงดูดบริษัทที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดทุนมากขึ้น ผ่านการปรับปรุงกระบวนการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) โดยลดกฎเกณฑ์ที่เปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจ และเพิ่มน้ำหนักให้กับการเปิดเผยข้อมูลที่มีคุณภาพและเพียงพอ เพื่อให้นักลงทุนสามารถใช้ข้อมูลในการตัดสินใจได้ด้วยตนเองอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความชัดเจน โปร่งใส และคาดการณ์ได้ในกระบวนการระดมทุน

ขณะเดียวกัน ก.ล.ต.มีแผนผลักดันการเข้าเป็นภาคีในเวทีความร่วมมือระดับนานาชาติด้านการกำกับดูแลผู้สอบบัญชี ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และเพิ่มความน่าสนใจให้บริษัทต่างประเทศเข้ามาลงทุนและระดมทุนในประเทศไทยมากขึ้น

สำหรับ SMEs และ Startup ถือเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนเงินทุน ดังนั้นก.ล.ต.จึงมีแผนเพิ่มความยืดหยุ่นด้านกฎเกณฑ์ เพื่อเอื้อให้แหล่งเงินทุนเหล่านี้เข้ามาลงทุนและเพิ่มรอบการสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก รวมถึง Startup ได้มากขึ้น เพื่อเสริมสร้างฐานธุรกิจใหม่ให้กับเศรษฐกิจไทย

เร่งขับเคลื่อนตลาดทุนดิจิทัล

นางสาวจอมขวัญ คงสกุล รองเลขา ก.ล.ต. กล่าวว่าก.ล.ต เดินหน้าขับเคลื่อนตลาดทุนไทยสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยเฉพาะการทำสินทรัพย์ให้อยู่ในรูปโทเคน (Tokenization) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรายย่อยเข้าถึงการลงทุนได้มากขึ้น

ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ทั้งฝั่งสินทรัพย์ลงทุนและฝั่งเงิน โดยแนวคิดสำคัญคือการพัฒนาเงินดิจิทัลที่สามารถกำหนดเงื่อนไขการใช้งานได้

รวมถึงการผลักดันมาตรฐานให้สามารถซื้อขายข้ามแพลตฟอร์มและข้ามประเทศได้ เพื่อยกระดับตลาดทุนไทยให้เชื่อมต่อกับตลาดสากลมากขึ้น

นอกจากนี้ก.ล.ต. ยังเดินหน้าส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ “Financial Well-being” ของประชาชน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านการออมและการลงทุนระยะยาว เช่น บัญชีการออมส่วนบุคคล ซึ่งได้รับความเห็นชอบในหลักการจากกระทรวงการคลังแล้ว และอยู่ระหว่างการปรับรายละเอียดตามข้อเสนอแนะ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐในระยะต่อไป

ในส่วนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก.ล.ต. ปรับแนวทางจากการเน้น “ปริมาณ” ไปสู่การเน้น “คุณภาพ” โดยกำหนดให้มีข้อมูลประมาณการเงินหลังเกษียณ ในรายงานให้สมาชิกเห็นอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถประเมินความเพียงพอของเงินออมและปรับแผนการลงทุนได้อย่างเหมาะสม

“ก.ล.ต. มองสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหนึ่งใน สินทรัพย์ลงทุนเพื่อการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน พร้อมยกระดับบทบาทผู้แนะนำการลงทุนและตัวกลางทางการเงินให้มีการคัดกรองผลิตภัณฑ์อย่างรอบคอบ เพื่อคุ้มครองผู้ลงทุนและเสริมสร้างเสถียรภาพให้ตลาดทุนไทยในระยะยาว

ขณะที่นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวถึงการเดินหน้าเสริมสร้างภูมิคุ้มกันผู้ลงทุนควบคู่การยกระดับการกำกับดูแลด้วยเทคโนโลยี หลังจากในปีที่ผ่านมา พบประชาชนได้รับความเสียหายจากการหลอกลงทุนจำนวนมาก โดยก.ล.ต. ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกหลายด้าน ทั้งการ “สร้างภูมิคุ้มกัน” ให้ประชาชน การสกัดกั้นความเสียหายตั้งแต่ต้นทาง และการให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการลงทุน

พร้อมกันนี้ก.ล.ต.เตรียมนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในการสกัดกั้นการหลอกลงทุนมากขึ้น อาทิ การร่วมกับภาคเอกชนใช้ระบบตรวจจับโฆษณาหลอกลงทุน เพื่อคัดกรองและปิดกั้นเนื้อหาน่าสงสัยตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงการให้แพลตฟอร์มโฆษณาช่วยประเมินความเสี่ยงก่อนเผยแพร่

ในด้านการกำกับดูแลตลาดทุน สำนักงานได้นำเทคโนโลยีและ AI มาใช้ตรวจสอบความเสี่ยงของผู้ประกอบธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์ และบริษัทจัดการกองทุน รวมถึงการติดตามการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน

โดยแผนของ ก.ล.ต. จะยกระดับสู่ระบบ Smart Detection ครอบคลุมการวิเคราะห์ความเสี่ยงจากข้อมูลทางการเงินและข้อมูลเชิงลึกอื่น ๆ นอกเหนือจากอัตราส่วนทางการเงิน เพื่อให้ AI สามารถประเมินสัญญาณความเสี่ยงได้แม่นยำยิ่งขึ้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลเชิงป้องกัน

ชูผลบังคับใช้กฎหมายคืบหน้า ลดอายุคดีต่อเนื่อง เดินหน้าใช้ AI

นายธวัชขัย ทิพยโสภณ รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวถึงความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายในคดีการกระทำไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ โดยจากสถิติย้อนหลัง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2566–2568 มีการพิจารณาเฉพาะคดีการกระทำไม่เป็นธรรม เช่น การเผยแพร่ข่าวหรือข้อมูลอันเป็นเท็จ การสร้างราคา การใช้ข้อมูลภายใน การทำ Front Running ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นเท็จหรือบิดเบือน

โดยอายุคดี ณ วันที่ 1 ม.ค. ของแต่ละปีมีพัฒนาการที่ชัดเจน โดยในปี 2566 คดีที่เก่าที่สุดมีอายุสูงถึง 7.9 ปี และอายุคดีเฉลี่ยอยู่ที่ 2.3 ปี ส่วนปี 2567 คดีเก่าที่สุดเพิ่มเป็น 8 ปี แต่อายุเฉลี่ยลดลงเหลือ 2.1 ปี ขณะที่ปี 2568 คดีเก่าที่สุดลดลงเหลือ 4.8 ปี อายุเฉลี่ย 1.6 ปี และล่าสุด ณ วันที่ 1 ม.ค. 2569 คดีเก่าที่สุดอยู่ที่ 3.9 ปี ขณะที่อายุคดีเฉลี่ยลดลงเหลือเพียง 1.3 ปี

สำหรับก้าวต่อไป ก.ล.ต. เตรียมรับมือกับความท้าทายจากจำนวนคดีที่มากขึ้นและธุรกรรมที่ซับซ้อน โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมการทำงานอย่างจริงจัง ผ่านโครงการ AI Enforcement ซึ่งเป็นระบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อเรียนรู้พฤติกรรมต้องสงสัย วิเคราะห์รูปแบบการส่งคำสั่งซื้อขาย และช่วยเจ้าหน้าที่ในการคัดกรองความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยระบบดังกล่าวได้ใช้งานต่อเนื่องมาหลายปีและจะได้รับการพัฒนาให้มีศักยภาพสูงขึ้น

ส่วนในด้านกฎหมาย ก.ล.ต. อยู่ระหว่างผลักดันการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยอมรับต้องใช้เวลา โดยหนึ่งในแนวคิดสำคัญคือการให้ ก.ล.ต. สามารถมีบทบาทร่วมเป็นพนักงานสอบสวนกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่น เพื่อกระชับขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมให้รวดเร็วขึ้นโดยไม่ตัดทอนกลไกตรวจสอบถ่วงดุล

ด้านการเตรียมความพร้อมภายในองค์กร ก.ล.ต. ได้เพิ่มอัตรากำลังและดึงบุคลากรที่มีประสบการณ์ด้านการสอบสวนเข้ามาเพิ่มเติม ปัจจุบันมีพนักงานสอบสวนรวม 14 คน จากเดิม 10 คน ควบคู่กับการผสานจุดแข็งของทีมตรวจสอบตลาดทุนเดิม เพื่อสร้างทีมงานที่เข้มแข็งและพร้อมรองรับภารกิจในอนาคต

“ผลงานที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยอมรับว่ายัง ไม่ดีพอและยังต้องพัฒนาต่อเนื่อง ในการยกระดับประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อคุ้มครองผู้ลงทุนและเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยอย่างยั่งยืน” นายธวัชชัย กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ก.ล.ต. เปิดยุทธศาสตร์ 3 ปี คุมเข้มกฎหมาย–ใช้ AI จับความเสี่ยง ผลักดันโทเคน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...