ทรัมป์แถลงนโยบายประจำปี โวสหรัฐเข้าสู่ ‘ยุคทอง’ ขัดความรู้สึกโหวตเตอร์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศศักดาในการแถลงนโยบายประจำปี นำพาสหรัฐอเมริกาเข้าสู่ยุคทอง หวังสร้างภาพลักษ์ความสำเร็จ ท่ามกลางคะแนนนิยมตกต่ำ โหวตเตอร์ไม่พอใจอย่างหนัก ขณะที่การเลือกตั้งกลางเทอมกำลังจะมาถึงในเดือน พ.ย.
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน คืนวันอังคาร (24 ก.พ.) ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีทรัมป์แถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรส (State of the Union) ระบุ
“ประเทศชาติของเรากลับมาแล้ว ใหญ่ขึ้น ดีขึ้น รวยขึ้น และแข็งแกร่งขึ้นกว่าที่เคยเป็น” ทรัมป์กล่าวบนเวทีท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้อง “ยูเอสเอ ยูเอสเอ” จากเพื่อนสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภา ขณะที่ที่นั่งฝั่งพรรคเดโมแครตว่างลงหลายสิบที่ เมื่อสมาชิกสภาจำนวนมากออกไปร่วมชุมนุมต่อต้านทรัมป์อยู่ด้านนอก
การแถลงผลงานประจำปีเกิดขึ้นในช่วงเวลายากลำบากของประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อผลสำรวจความคิดเห็นหลายสำนักพบว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่พอใจผลงานของทรัมป์, วิตกกังวลเรื่องอิหร่าน แถมนโยบายภาษีที่เป็นซิกเนเจอร์ของเขายังถูกศาลฎีกาคว่ำไปเกือบทั้งหมด
ตลอดเวลาของการแถลง ทรัมป์อยู่ในวินัยได้อย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนใหญ่พูดตามสคริปต์ที่เตรียมไว้แล้ว ไม่ค่อยพูดนอกบทที่มักทำเสมอ แต่ยังไว้ลายความแข็งกร้าวเมื่อพูดถึงการปราบปรามการลักลอบเข้าเมือง และตอบโต้กับสมาชิกสภาจากพรรคเดโมแครตอยู่หลายครั้ง
อดีตดารารายการเรียลลิตี้ทีวีทำให้งานนี้ดูน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น ในช่วงหนึ่ง เขาพูดถึงความสำเร็จมากมายที่สหรัฐทำได้ในระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่ง จากนั้นเขาก็แนะนำผู้ชนะคนอื่นๆ ได้แก่ สมาชิกทีมฮอกกี้น้ำแข็งชายของสหรัฐ พวกเขาเดินเข้ามาในห้องพร้อมเหรียญทองที่ได้รับจากการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวเมื่อวันอาทิตย์ (22 ก.พ.)
ทรัมป์ประกาศว่า คอนเนอร์ เฮลเลบูยค์ ผู้รักษาประตูของทีม จะได้รับเหรียญอิสรภาพแห่งประธานาธิบดี ซึ่งเป็นหนึ่งในหกเหรียญที่มอบให้กับแขกผู้มีเกียรติมากมายด้วยพิธีการตระการตาตามแบบฉบับของทรัมป์
สปีชของประธานาธิบดีวัย 79 ปีรายนี้ยาวราว 1 ชั่วโมง 47 นาที ทุบสถิติประธานาธิบดีแถลงต่อคองเกรสนานที่สุดที่ตนเองเคยทำไว้เมื่อปีก่อน
- ไม่ชัดเจนเรื่องอิหร่าน
แม้ทรัมป์จะกล่าวว่าอัตราเงินเฟ้อ “กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว” แต่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ที่อยู่อาศัย ประกันภัย และสาธารณูปโภคยังคงสูงกว่าเมื่อ 2-3 ปีก่อนอย่างมาก ข้อมูลใหม่ที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (20 ก.พ.) แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจชะลอตัวมากกว่าที่คาดไว้ในไตรมาสที่ผ่านมา ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อกลับเร่งตัวขึ้น
ผลสำรวจความคิดเห็นของรอยเตอร์/อิปซอส พบว่าชาวอเมริกันเพียง 36% เท่านั้นที่เห็นชอบการจัดการเศรษฐกิจของทรัมป์ ด้วยเหตุนี้พรรคเดโมแครตจึงหวังคว้าชัยชนะคุมทั้งสองสภาแทนพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งเดือน พ.ย.นี้ ที่ต้องเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสภา 435 คน และเลือกสมาชิกวุฒิสภาหนึ่งในสามของสภา 100 คน
ส่วนปฏิสัมพันธ์กับผู้พิพากษาศาลฎีกาที่ทรัมป์เคยวิพากษ์วิจารณ์หลังศาลพิพากษาเมื่อวันศุกร์ให้ภาษีของเขาเป็นโมฆะ เมื่อเจอกันในวันแถลงนโยบายทรัมป์จับมือกับผู้พิพากษาสี่คนที่มาร่วมงาน กล่าวว่า “น่าเสียดาย” ที่ศาลตัดสินออกมาแบบนั้น แต่สุดท้ายแล้วก็ส่งผลต่อนโยบายการค้าของเขาเพียงเล็กน้อย
บนเวทีทรัมป์ไม่ได้พูดถึงปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ในช่วงที่เทคโนโลยีนี้กำลังมาแรงหนุนทั้งตลาดหุ้นและโหมกระพือความกังวลว่าจะทำให้มนุษย์ตกงาน
ทรัมป์พูดถึงนโยบายต่างประเทศเล็กน้อยเช่นกัน ทั้งๆ ที่เขาทุ่มเทพลังงานไปกับประเด็นต่างประเทศมากมาย และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทรัมป์อ้างว่า “ยุติ” แปดสงครามแต่แทบไม่พูดถึงยูเครนเลย แม้วันนั้นจะเป็นวันครบรอบสี่ปีรัสเซียรุกรานยูเครน ทั้งยังไม่พูดเรื่องจีน คู่แข่งทางเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ หรือกรีนแลนด์ที่ทรัมป์ขู่จะยึด
ไม่เพียงเท่านั้น ทรัมป์ยังไม่ได้ให้ความชัดเจนเกี่ยวกับแผนการอิหร่าน ท่ามกลางสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเขาใกล้ขัดแย้งทางทหารกับรัฐบาลเตหะรานเข้าไปทุกที
“ผมชอบแก้ปัญหานี้ด้วยการทูต แต่ที่แน่ๆคือ ผมจะไม่ยอมให้ผู้สนับสนุนผู้ก่อการร้ายอันดับหนึ่งของโลกอย่างที่พวกเขาเป็นอยู่ถึงตอนนี้ มีอาวุธนิวเคลียร์” ประธานาธิบดีสหรัฐย้ำ