โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนังคนละม้วน!‘สีจิ้นผิง’ชูมิตรภาพแนบแน่น‘ปูติน’ ขณะเรียกร้องทรัมป์‘เคารพกันและกัน’-ระวังเรื่องขายอาวุธไทเป

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

สี จิ้นผิง หารือสถานการณ์อิหร่านและประเด็นร้อนอื่นๆ กับทั้ง ทรัมป์ และปูติน เมื่อวันพุธ (4 ก.พ.) โดยระหว่างการคุยโทรศัพท์กับผู้นำรัสเซีย เขากล่าวยกย่องสายสัมพันธ์ระหว่างกันซึ่งแนบแน่นยิ่งขึ้น ขณะที่ในการสนทนากับประมุขของเมริกานั้น ผู้นำแดนมังกรเรียกร้องให้ทั้งสองฝาย “เคารพซึ่งกันและกัน” และเตือนวอชิงตัน “ระมัดระวัง” เรื่องการขายอาวุธให้ไต้หวัน

ทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ต่างกล่าวเชิดชูความสัมพันธ์อันดีที่ประเทศของพวกเขามีอยู่กับจีน ภายหลังการพูดคุยทางโทรศัพท์แยกกันต่างหากของพวกเขากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนแล้ว เป็นการเน้นย้ำให้เห็นถึงสถานะของชาติยักษ์ใหญ่เอเชียรายนี้บนเวทีโลก

ทรัมป์ โพสต์บนแพลตฟอร์มสื่อสังคม ทรูธโซเชียล ของเขาว่า การพูดคุยกับ สี คราวนี้ “ยอดเยี่ยมมาก” นอกจากนั้นความสัมพันธ์กับจีน และความสัมพันธ์ส่วนตัวกับสียังถือว่าดีอย่างยิ่ง และสำทับว่า ตนและผู้นำจีนต่างตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้

ประมุขทำเนียบขาวเสริมว่า ได้หารือกับสีในประเด็นการค้า ไต้หวัน สงครามในยูเครน และอิหร่าน ตลอดจนถึงแผนการเยือนจีนของเขาในเดือนเมษายนนี้ ตามที่ได้มีการนัดหมายเอาไว้ตั้งแต่การเจรจาแบบพบหน้ากันที่เกาหลีใต้เมื่อปีที่แล้ว

ทางด้าน สี แสดงความหวังว่า ประเด็นปัญหาที่มีอยู่ระหว่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการค้า จะได้รับการแก้ไขฉันมิตร และสำทับว่า การแก้ไขข้อขัดแย้งควบคู่กับสร้างความไว้วางใจระหว่างกันจะช่วยนำทางจีนและอเมริกาก้าวไปด้วยกัน พร้อมเรียกร้องให้ปี 2026 เป็นปีที่สองประเทศเคารพซึ่งกันและกัน อยู่ร่วมกันอย่างสันติ และร่วมมือกันในประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายมีผลประโยชน์ร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม สี ย้ำว่า ไต้หวันเป็นประเด็นแกนกลางในความสัมพันธ์จีน-อเมริกา และเตือนวอชิงตันให้ใช้ความระมัดระวังในการพิจารณาขายอาวุธให้ไทเป

ปักกิ่งถือว่าไต้หวันที่มีประชากรราว 23 ล้านคนเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนจีนตามประวัติศาสตร์ยาวนานแต่ไหนแต่ไรมา และเวลานี้มีฐานะเป็นมณฑลกบฏ ที่จะต้องกลับมารวมกับแผ่นดินใหญ่ในที่สุด โดยไม่ตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังเข้าผนวก

สำหรับวอชิงตัน ตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ขั้นปกติกับปักกิ่ง ได้ประกาศยอมรับว่าจีนนั้นมีจีนเดียว นั่นคือ สาธารณรัฐประชาชนจีน กระนั้นรัฐสภาสหรัฐฯก็ได้ออกกฎหมายกำหนดให้อเมริกาต้องสนับสนุนไต้หวันในการป้องกันตนเอง จนกระทั่งถึงปัจจุบันวอชิงตันก็ยังเป็นผู้สนับสนุนทางทหารรายใหญ่ที่สุดของไทเป ถึง แม้ท่าทีนี้อ่อนลงนับจากที่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีก็ตาม

เดือนธ.ค.ที่ผ่านมา อเมริกาได้อนุมัติการขายอาวุธมูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์ให้ไต้หวัน ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน จีนตอบโต้ด้วยการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงโดยจำลองการปิดล้อมท่าเรือสำคัญของไต้หวัน

หลายชั่วโมงก่อนหน้าหารือกับทรัมป์ สี ได้วิดีโอคอลล์คุยกับ ปูติน และทั้งคู่ต่างเรียกร้องให้กระชับความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น

จีนและรัสเซียในฐานะแนวร่วมต่อต้านตะวันตก ร่วมมือกันใกล้ชิดมากขึ้นนับจากที่มอสโกยกทัพบุกยูเครนในปี 2022

ยูริ อูชาคอฟ ผู้ช่วยของทำเนียบเครมลินเผยว่า บรรยากาศการพูดคุยระหว่างสีกับปูตินที่นานเกือบหนึ่งชั่วโมงครึ่ง “เป็นมิตรและไว้วางใจซึ่งกันและกัน”

มอสโกพึ่งพิงจีนมากขึ้นระหว่างสงครามยูเครนเพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ แม้ถูกตะวันตกรุมแซงก์ชัน

ขณะเดียวกัน จีนไม่เคยประณามรัสเซียที่รุกรานยูเครนหรือเรียกร้องให้ถอนทหาร ทำให้พันธมิตรหลายชาติของยูเครนเชื่อว่า ปักกิ่งให้การสนับสนุนมอสโก

สถานีทีวีของทางการจีนรายงานว่า สีกล่าวกับปูตินว่า นับจากต้นปีสถานการณ์ระหว่างประเทศมีความอลหม่านผันผวนมากขึ้น และเรียกร้องให้สองประเทศร่วมมือกันในระดับลึกยิ่งขึ้น

ด้านเครมลินเผยว่า ปูตินรับคำเชิญเยือนจีนในช่วงครึ่งแรกปีนี้ รวมทั้งยังจะไปแดนมังกรอีกรอบด้วยการร่วมประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ที่ สี เป็นเจ้าภาพในปีนี้ ในเดือนพ.ย.นี้

สี ยังย้ำความมุ่งมั่นต่อระเบียบโลกที่มีสหประชาชาติเป็นแกนหลัก หลังจากเดือนที่แล้ว ทรัมป์ประกาศแผนจัดตั้ง “คณะกรรมการสันติภาพ” ที่ถูกวิจารณ์ว่า เป็นความพยายามแย่งชิงบทบาทของยูเอ็น

ปูตินและสียังแลกเปลี่ยน “ความคิดเห็น” เกี่ยวกับอเมริกา ซึ่งเครมลินระบุว่า ผู้นำทั้งคู่มีความคิดเห็นค่อนข้างตรงกัน

อูชาคอฟเสริมว่า ทั้งสองคนยังให้ความสนใจเป็นพิเศษกับสถานการณ์ตึงเครียดในอิหร่าน

การสนทนาระหว่าง สี กับ ปูติน และ ทรัมป์ คราวนี้ เกิดขึ้นหลังจากช่วงไม่กี่เดือนมานี้ สี ได้พบกับผู้นำของหลายประเทศ ซึ่งเดินทางไปปักกิ่ง เพื่อระดมการสนับสนุนทางการทูต ขณะที่อเมริกาในยุคทรัมป์มีนโยบายที่คาดเดาได้ยากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้พวกผู้สังเกตการณ์เห็นกันว่า จีนกำลังพยายามวางตำแหน่งตัวเองเป็นทางเลือกที่มั่นคงแทนวอชิงตัน และจัดการประชุมกับผู้นำตะวันตกหลายคนที่รวมถึงชาติพันธมิตรของอเมริกาที่กำลังหวั่นวิตกกับความพยายามในการยึดกรีนแลนด์และการคุกคามด้วยมาตรการภาษีศุลกากรของทรัมป์

(ที่มา: เอเอฟพี)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...