โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชี้อย่าชะล่าใจ แม้ศาลถอนภาษีทรัมป์ แต่เชื่อว่าสหรัฐ จะกีดกันต่อ

NATIONTV

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

22 กุมภาพันธ์ 2569 ผศ. ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) วิเคราะห์กรณีที่ศาลฎีกาสหรัฐอเมริกา มีคำสั่งเพิกถอนมาตรการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต โดยระบุว่า แม้ศาลจะมีคำสั่งดังกล่าว เชื่อว่าทรัมป์ก็จะหามาตรการหรือเครื่องมืออื่นๆ เพื่อดำเนินการจัดเก็บภาษีให้ได้เหมือนเดิม และที่สุดแล้ว มาตรการทางภาษีหรือการกีดกันทางการค้าในรูปแบบต่างๆ จะต้องกลับมาในเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาชัดเจนว่า ทรัมป์ใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องมือต่อรองทางเศรษฐกิจและการเมือง ดังนั้นแม้ว่าศาลจะมีคำสั่งดังกล่าว แต่ประเทศต่างๆ ก็คงอยู่ในโหมดเตรียมพร้อมรับมือเครื่องมือใหม่ๆ ส่วนตัวคิดว่าให้จับตาดูถึงสักช่วงปลายเดือน มิ.ย.69 หากถึงตอนนั้นแล้วยังไม่มีเครื่องมือใหม่ๆ ออกมา เชื่อว่าสถานการณ์การค้าของโลกน่าจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ กล่าวต่อว่า ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบัน ประเทศไทยจำเป็นต้องคิดหาทางหนีทีไล่ไว้ด้วยเช่นกัน เพราะมากไปกว่าผลการตัดสินของศาลสหรัฐ คือสภาพเศรษฐกิจการค้าการแข่งขันของประเทศไทยเองที่กำลังเผชิญปัญหาอันซับซ้อน ซึ่งก็คือศักยภาพการแข่งขันที่ลดถอยลง ดังนั้นโจทย์ใหญ่จึงอาจไม่ใช่แค่ความกังวลกับมาตรการทางภาษีสหรัฐฯ แต่เป็นเรื่องของการหาตลาดใหม่ๆ การสร้างอำนาจต่อรองทางการค้า ไปจนถึงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวด้วยว่า การแข่งขันของแต่ละประเทศในปัจจุบัน ไม่ได้แข่งกันด้วยมาตรการทางภาษี แต่แข่งกันด้วยคุณภาพของสินค้าและความสามารถในการลดต้นทุนเป็นหลัก เพราะถึงแม้จะไม่เจอมาตรการภาษีทรัมป์ แต่หากหันไปทางยุโรปก็จะเจอกับการกีดกันผ่านมาตรการทางสิ่งแวดล้อมอยู่ดี ฉะนั้นเศรษฐกิจโลกยุคใหม่จึงไม่ใช่การสู้กันทางภาษี แต่สู้กันด้วยคุณภาพของสินค้าและนวัตกรรม การที่เราต้องกังวลเรื่องภาษีก็เพราะเรายังต้องขายสินค้าแข่งกับชาวบ้าน ซึ่งถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ถึงจะมีหรือไม่มีมาตรการทางภาษี ประเทศไทยก็จะลำบาก

“ประเทศไทยควรเดินหน้าต่อไปตามแผนเดิมประหนึ่งว่าไม่มีการตัดสินจากศาล คือทำให้เหมือนว่ามาตรการภาษีทรัมป์ยังคงอยู่ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับการเจรจาที่อาจเกิดขึ้นใหม่ ที่อย่างน้อยแล้วคงไม่มีทางแย่ไปกว่าเดิม หรือถ้ากลับมาเหมือนเดิมเราก็สามารถใช้โจทย์เดียวกับที่เรากำลังเจออยู่ตอนนี้ ที่สำคัญคือเราต้องกลับไปปรับปรุงภาคธุรกิจ ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ฯลฯ เพื่อพัฒนาสินค้า รวมถึงเอาเวลาไปมองหาตลาดใหม่ๆ น่าจะดีกว่า” นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าว

ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ประเทศไทยถูกพูดถึงว่าเป็นคนป่วยของเอเชีย เพราะเรายังไม่ปรับโครงสร้างการผลิต ฉะนั้นหากมัวแต่รอการเจรจารอบใหม่โดยที่ไม่ได้ปรับตัว จะเป็นแค่การเอาตัวรอดในระยะสั้นซึ่งไม่ยั่งยืน อาการป่วยคงไม่หาย เวลานี้จึงเป็นเวลาที่ดีที่ประเทศไทยจะตั้งหลักได้มากขึ้น โจทย์สำคัญคือควรมองเรื่องของการพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยมากกว่าการแก้ปัญหาสงครามการค้าแบบนี้ไปเรื่อยๆ เพราะต่อให้ครั้งนี้เรารอด ถ้าครั้งหน้าเราไม่พร้อมก็จะเจอปัญหาอีก ดังนั้นนอกจากเรื่องของการเจรจาแล้ว เราควรเอาเวลาไปมองหาตลาดใหม่ หรือกลับมาปรับปรุงโครงสร้าง ตลอดจนให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องเชิงนโยบาย ซึ่งควรจะมีการวางแผนในเรื่องนี้และเดินหน้าตามแผนที่ถูกวางไว้ให้ต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...