โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยักษ์เทคโลก ทุ่มเงินนับแสนล้านดอลลาร์หนุนอินเดียสู่ศูนย์กลาง AI โลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ยักษ์เทคระดับโลกแห่เทเงินนับแสนล้านดอลลาร์สู่อินเดีย ดันประเทศขึ้นแท่นสมรภูมิใหม่ของการแข่งขัน AI โลก ท่ามกลางเกมภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และการค้าระหว่างมหาอำนาจ

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 02.23 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า บรรดาบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกให้คำมั่นจะอัดฉีดเงินลงทุนมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของอินเดีย ท่ามกลางบรรยากาศของการประชุมสุดยอดด้าน AI ครั้งใหญ่ในประเทศ ซึ่งรวบรวมผู้นำโลกและผู้บริหารระดับสูงจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

กระแสการลงทุน AI ทั่วโลกกำลังเร่งตัวอย่างรุนแรง ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างแข่งขันกันผลักดันเทคโนโลยีนี้เข้าสู่การใช้งานในวงกว้าง กลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดยักษ์ (hyperscalers) อย่าง Amazon, Microsoft, Meta และ Alphabet คาดว่าจะมีงบลงทุนรวมด้าน AI สูงถึง 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้เพียงปีเดียว

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มเทคโนโลยีอินเดียอย่าง Reliance Industries มีรายงานว่าเตรียมลงทุน 110,000 ล้านดอลลาร์ ในศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะที่ Adani Group วางแผนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ด้าน AI มูลค่า 100,000 ล้านดอลลาร์ ภายในทศวรรษหน้า

ฝั่งบริษัทสหรัฐก็ประกาศดีลสำคัญหลายรายการ โดย Microsoft ระบุในงาน Indian AI Impact Summit ว่า ตั้งเป้าลงทุนด้าน AI ในกลุ่มประเทศ Global South รวม 50,000 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นทศวรรษนี้

ขณะเดียวกัน OpenAI และ AMD ประกาศจับมือกับ Tata Group เพื่อพัฒนาศักยภาพ AI ในอินเดีย ส่วน Blackstone ระบุว่าเข้าร่วมลงทุนในรอบระดมทุนมูลค่า 600 ล้านดอลลาร์ ของบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน AI อินเดียชื่อ Neysa

อย่างไรก็ดี การประชุมครั้งนี้ก็มีประเด็นอื้อฉาว เมื่อ Bill Gates ถอนตัวจากงาน ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความสัมพันธ์ในอดีตกับ Jeffrey Epstein ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งของอินเดียถูกวิจารณ์หลังอ้างว่าคิดค้น “หุ่นยนต์สุนัข” ได้เอง ทั้งที่แท้จริงเป็นสินค้าที่ผลิตในจีนและวางจำหน่ายเชิงพาณิชย์อยู่แล้ว

ทั้งนี้การจัด AI Summit เกิดขึ้นในช่วงที่อินเดียเร่งผลักดันตนเองสู่การเป็นมหาอำนาจเทคโนโลยีของโลก โดยรัฐบาลได้อนุมัติโครงการด้านชิปมูลค่ารวม 18,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ

ขณะเดียวกันสหรัฐและอินเดียกำลังขยับเข้าใกล้ข้อตกลงการค้า ซึ่งจะช่วยลดภาษีและเพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ด้านเทคโนโลยี ทั้งสองประเทศยังลงนามในข้อตกลง Pax Silica โครงการที่สหรัฐเป็นแกนนำ ภายใต้รัฐบาลของ Donald Trump เพื่อสร้างความมั่นคงให้ห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีที่ใช้ซิลิคอนเป็นฐาน

รายชื่อผู้บริหารระดับโลกที่เข้าร่วมงานสะท้อนศักยภาพของตลาดอินเดียอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น Sam Altman, Sundar Pichai, Dario Amodei และ Demis Hassabis

นอกจากนี้ Nvidia ยังประกาศขยายความร่วมมือกับกองทุนร่วมลงทุนในอินเดีย เพื่อเพิ่มการเข้าถึงสตาร์ตอัปเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในระบบนิเวศของประเทศ

อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดหุ้นอินเดียจะคึกคักในช่วงปลายปี 2568 แต่เงินทุนภาคเอกชนยังไม่ไหลเข้าสู่ AI มากนัก

Anirudh Suri ผู้ก่อตั้งและหุ้นส่วนของ India Internet Fund ระบุว่า “สิ่งที่ยังขาดคือเงินจากกองทุนร่วมลงทุนและไพรเวตอิควิตี ที่จะเข้ามาลงทุนกับผู้ประกอบการ AI ของอินเดียอย่างจริงจัง”

ด้าน Brad Smith ประธานของ Microsoft มองว่า อินเดียอาจก้าวขึ้นมาโดดเด่นใน AI เฉพาะบางสาขาได้ โดยกล่าวว่า ด้วยศักยภาพด้านวิศวกรรม อินเดียสามารถเป็นแหล่งพัฒนาโมเดล AI ของตนเอง และในอนาคตจะมีช่วงเวลาประเภท DeepSeek เกิดขึ้นในหลายประเทศ รวมถึงอินเดีย จีน และประเทศอื่น ๆ

แต่ก็ยังมีมุมมองเชิงวิพากษ์ Udith Sikand นักวิเคราะห์จาก Gavekal ระบุว่า อินเดียพยายามสร้างภาพลักษณ์เชิงรุกด้าน AI ผ่านมาตรการจูงใจที่ดึงดูดความสนใจ แต่ยังไม่ได้แก้ไขอุปสรรคเชิงโครงสร้างหลายประการของการทำธุรกิจในประเทศอย่างแท้จริง

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงเทคโนโลยี ทั่วโลก ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...