แพทย์เผย ดื่มแอลกอฮอล์แล้วหน้าแดง แต่ยังดื่มต่อ เสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง
แพทย์เผย ดื่มแอลกอฮอล์แล้วหน้าแดง แต่ยังดื่มต่อ เสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง ชี้อายุเกิดโรคอาจเร็วขึ้น 7.5 ปี แนะควรกินไม่เกินกี่ประป๋อง
คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจว่าภาวะ “ดื่มแล้วหน้าแดง” ไม่ได้หมายถึงภาวะแพ้แอลกอฮอล์ แต่งานวิจัยล่าสุดว่า ผู้ชายที่มีภาวะดื่มแล้วหน้าแดง หากดื่มเบียร์วันละ 3 กระป๋อง อาจทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองเร็วขึ้นเฉลี่ยประมาณ 7.5 ปี
ตามรายงาน งานวิจัยนี้ดำเนินการโดย นพ.ซ่ง เยว่เฟิง ผู้อำนวยการภาควิชาประสาทวิทยา โรงพยาบาลทหารสามเหล่าทัพ (Tri-Service General Hospital) พร้อมคณะ โดยระบุว่า ภาวะแพ้แอลกอฮอล์เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของยีนเอนไซม์ “แอลดีไฮด์ดีไฮโดรจีเนส 2” (aldehyde dehydrogenase 2: ALDH2) ที่ผ่านมา ความเสี่ยงของภาวะนี้มักถูกกล่าวถึงในบริบทของโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งหลอดอาหาร แต่ความสัมพันธ์กับโรคหลอดเลือดสมองยังมีการศึกษาไม่มาก จึงเป็นที่มาของการวิจัยครั้งนี้
การศึกษานี้รวบรวมผู้ป่วยที่เกิดโรคหลอดเลือดสมองชนิดขาดเลือดครั้งแรกจำนวน 930 ราย แบ่งเป็นผู้ชาย 598 ราย และผู้หญิง 332 ราย เนื่องจากผู้หญิงมีสัดส่วนการดื่มหนักต่ำกว่า จึงเน้นการวิเคราะห์ในกลุ่มผู้ชายเป็นหลัก โดยเปรียบเทียบอายุที่เกิดโรคตามพฤติกรรมการดื่ม ผลพบว่า ผู้ชายที่มีภาวะแพ้แอลกอฮอล์และดื่มหนัก จะเกิดโรคหลอดเลือดสมองเร็วกว่ากลุ่มที่ไม่ดื่มหนักอย่างชัดเจน กลุ่มที่ไม่ดื่มหนักมีอายุเฉลี่ยขณะเกิดโรคที่ 63.6 ปี ขณะที่กลุ่มดื่มหนักมีอายุเฉลี่ยเพียง 56.1 ปี เร็วขึ้นเกือบ 7.5 ปี
นพ.ซ่งอธิบายเพิ่มเติมว่า เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ สารอะซีตัลดีไฮด์จะสะสมในร่างกายได้ง่าย อาการที่พบบ่อย ได้แก่ หน้าแดง ใจสั่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หากเป็นระยะยาวอาจทำลายเยื่อบุหลอดเลือดและระบบประสาท ส่งผลกระทบต่อสุขภาพหลอดเลือดสมอง และเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง ผลการวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์นานาชาติ Alcohol: Clinical & Experimental Research
สำหรับคำจำกัดความของ “การดื่มหนัก” ในงานวิจัยนี้ หมายถึง การดื่มเบียร์ขนาด 350 ซีซี วันละ 3 กระป๋อง หรือไวน์แดง 3 แก้ว ส่วนกลุ่มไม่ดื่มหนัก ได้แก่ ผู้ที่ไม่ดื่มเลยหรือดื่มไม่ถึงปริมาณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การแบ่งนี้เป็นเพียงเกณฑ์เพื่อการวิจัย มิได้หมายความว่าการดื่มต่ำกว่า 3 กระป๋องจะ “ปลอดภัย” เพราะสำหรับผู้ที่มีภาวะแพ้แอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะดื่มเล็กน้อยเป็นประจำ หรือดื่มหนักเป็นครั้งคราว ล้วนเพิ่มภาระต่อหลอดเลือดทั้งสิ้น
นพ.ซ่งเน้นย้ำว่า แนวคิดที่ว่า “ดื่มในปริมาณพอเหมาะช่วยปกป้องหัวใจและหลอดเลือด” มักอ้างอิงจากงานวิจัยในประชากรยุโรปและอเมริกา ซึ่งไม่ได้คำนึงถึงความแตกต่างทางพันธุกรรมด้านการเผาผลาญแอลกอฮอล์ที่พบสูงในชาวเอเชียตะวันออก
ดังนั้นจึงไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับประชากรไต้หวันได้ ประชาชนไม่ควรมองว่าการดื่มเล็กน้อยเป็นกลยุทธ์เพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ชายที่ดื่มแล้วหน้าแดง ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองและมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์อย่างมีประสิทธิภาพ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์เผย ดื่มแอลกอฮอล์แล้วหน้าแดง แต่ยังดื่มต่อ เสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th