โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รัฐอิลลินอยส์ส่งบิลทวงทรัมป์ หลังศาลฎีกาชี้ผู้นำสหรัฐใช้อำนาจเก็บภาษีเกินขอบเขต

เดลินิวส์

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ทางการรัฐอิลลินอยส์ส่งหนังสือถึงผู้นำสหรัฐ เพื่อเรียกร้องเงินคืนเกือบ 300,000 ล้านบาท ให้กับประชาชนในพื้นที่ หลังศาลฎีกาสหรัฐวินิจฉัยว่า การเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีนั้น เป็นการกระทำที่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ว่านายเจ.บี.พริตซ์เกอร์ ผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์ ส่งใบแจ้งหนี้ถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ระบุว่า ทรัมป์ต้องจ่ายเงินคืนประมาณ 1,700 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 52,900.57 บาท ) ต่อหนึ่งครัวเรือนในรัฐอิลลินอยส์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเยลประเมินว่า เป็นภาระภาษีเฉลี่ยที่แต่ละครัวเรือนในสหรัฐต้องแบกรับในปีที่ผ่านมา

พริตซ์เกอร์เรียกร้องให้ทำเนียบขาว "จ่ายเงินคืน" ทันที รวมทั้งหมดราว 8,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 267,614.65 ล้านบาท ) หลังผู้พิพากษาศาลฎีกามีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียงว่า ทรัมป์ทำเกินกว่าขอบเขตอำนาจในการประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อเก็บภาษี ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้าโลกและดันราคาสินค้าในประเทศให้พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากกฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ ( ไออีอีพีเอ ) ฉบับปี 2520 ซึ่งทรัมป์ใช้อ้างอิงนั้น "ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการเรียกเก็บภาษีศุลกากร" และสภาคองเกรสเท่านั้นคือผู้มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องนี้

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรและป้องกันพรมแดนของสหรัฐ ( ซีบีพี ) รวมถึงเอกสารฉบับล่าสุดที่หน่วยงานรัฐยื่นต่อศาลการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า ณ วันที่ 14 ธ.ค. 2568 รัฐบาลกลางสามารถจัดเก็บรายได้จากภาษีศุลกากรตามแนวทางของทรัมป์ไปแล้วมากกว่า 134,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 4.16 ล้านล้านบาท ) จากผู้นำเข้า 301,000 ราย ซึ่งการขอคืนเงินไม่สามารถได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ผู้นำเข้าแต่ละแห่งต้องดำเนินการเอง.

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...