รัฐอิลลินอยส์ส่งบิลทวงทรัมป์ หลังศาลฎีกาชี้ผู้นำสหรัฐใช้อำนาจเก็บภาษีเกินขอบเขต
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ว่านายเจ.บี.พริตซ์เกอร์ ผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์ ส่งใบแจ้งหนี้ถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ระบุว่า ทรัมป์ต้องจ่ายเงินคืนประมาณ 1,700 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 52,900.57 บาท ) ต่อหนึ่งครัวเรือนในรัฐอิลลินอยส์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเยลประเมินว่า เป็นภาระภาษีเฉลี่ยที่แต่ละครัวเรือนในสหรัฐต้องแบกรับในปีที่ผ่านมา
พริตซ์เกอร์เรียกร้องให้ทำเนียบขาว "จ่ายเงินคืน" ทันที รวมทั้งหมดราว 8,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 267,614.65 ล้านบาท ) หลังผู้พิพากษาศาลฎีกามีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียงว่า ทรัมป์ทำเกินกว่าขอบเขตอำนาจในการประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อเก็บภาษี ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้าโลกและดันราคาสินค้าในประเทศให้พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากกฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ ( ไออีอีพีเอ ) ฉบับปี 2520 ซึ่งทรัมป์ใช้อ้างอิงนั้น "ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการเรียกเก็บภาษีศุลกากร" และสภาคองเกรสเท่านั้นคือผู้มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องนี้
ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรและป้องกันพรมแดนของสหรัฐ ( ซีบีพี ) รวมถึงเอกสารฉบับล่าสุดที่หน่วยงานรัฐยื่นต่อศาลการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า ณ วันที่ 14 ธ.ค. 2568 รัฐบาลกลางสามารถจัดเก็บรายได้จากภาษีศุลกากรตามแนวทางของทรัมป์ไปแล้วมากกว่า 134,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 4.16 ล้านล้านบาท ) จากผู้นำเข้า 301,000 ราย ซึ่งการขอคืนเงินไม่สามารถได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ผู้นำเข้าแต่ละแห่งต้องดำเนินการเอง.
เครดิตภาพ : REUTERS