ตม.บุกจับ “พ่อค้ายาไวกิ้ง” หนีหมายแดงตำรวจสากล ซ่อนตัวคอนโดหรูหัวหิน
ตม.บุกจับ “พ่อค้ายาไวกิ้ง” หนีหมายแดงตำรวจสากล ซ่อนตัวคอนโดหรูหัวหิน
วันที่ 18 ม.ค.69 ที่บก.ตม.3 พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3เปิดเผยว่าปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรข้ามชาติทุกรูปแบบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตามสั่งการของ “บิ๊กปู” พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ซึ่งมีนโยบายหนักแน่น “อาชญากรข้ามชาติ ต้องอยู่ร้อนนอนทุกข์ ไม่มีที่อยู่เป็นสุขในราชอาณาจักรไทย” โดยได้เน้นไปที่การปราบปรามจับกุมอาชญากรทุกสัญชาติ ที่ได้กระทำความผิดอาญา และอาศัยสิทธิประโยชน์ด้านการผ่อนผันการตรวจลงตรา หรืออาศัยคราบของนักท่องเที่ยว ใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่ซ่อนตัวจากเงื้อมมือของกฎหมาย โดยเคสล่าสุด พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส. บก.ตม.3 ซึ่งดูแลรับผิดชอบพื้นที่สำคัญในแหล่งท่องเที่ยวของประเทศในภาคกลาง ได้ประชุมสั่งการให้ พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.๓, พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ สว.กก.สส.บก.ตม.3 และ พ.ต.ท.อานุภาพ ตู้จินดา สว.กก.สส.บก.ตม.3 นำกำลังชุดสืบสวน ลงไปหาข่าวในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับเบาะแสว่าในพื้นที่อำเภอหัวหิน มีผู้ต้องหาสำคัญในคดียาเสพติดชาวสวีเดนหลบซ่อนตัวอยู่
ปฏิบัติการแกะรอยพ่อค้ายาเสพติดชาวสวีเดนในครั้งนี้ มีปฐมบทจากเรื่องร้องเรียนของประชาชนในละแวกใกล้เคียงเมื่อช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา เกี่ยวกับพฤติกรรมแปลกของหนุ่มต่างชาติผิวขาวรายหนึ่ง กล่าวคือมักจะหมกตัวอยู่ในห้องชุดไม่ค่อยสุงสิงกับใคร และมีการใช้กัญชาในห้องชุด ส่งกลิ่นรบกวนเพื่อนบ้านร่วมคอนโด ชุดสืบสวนจึงลงพื้นที่สืบสวนข้อมูลเพิ่มเติมโดยเริ่มต้นจากรถจักรยานยนต์ จนได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับคนต่างชาติซึ่งมีพฤติกรรมดังกล่าว ว่าชื่อ นายโนอา หรือ Noah (นามสมมติ) โดยมีจุดสังเกตคือมีลายสักขนาดใหญ่ที่สังเกตเห็นได้เด่นชัดที่บริเวณลำคอ เมื่อได้ข้อมูลดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำชื่อ และหมายเลขหนังสือเดินทาง ไปตรวจสอบกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ พบว่านายโนอา เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากลสีแดง โดยมีพฤติกรรมเป็นพ่อค้ายาเสพติดล็อตใหญ่ ทั้งโคเคน แอมเฟตามีน และกัญชา นอกจากนี้ยังมีพฤติการณ์ขับรถขณะมึนเมาจากการเสพสารเสพติดในปริมาณมาก ขับขี่ด้วยความเร็วสูงและขับสวนเลนจราจร จนเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยสาธารณะ อีกทั้งยังตรวจพบการครอบครองอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งผู้ต้องหาได้หลบหนีการรับโทษจากประเทศสวีเดน เข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทยเมื่อประมาณ 1 ปีก่อน
ต่อมาในวันที่ 16 ม.ค.2569 เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.3 พิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายโนอา มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข หรือความปลอดภัยของประชาชนหรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร และเป็นบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ จึงได้เร่งเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ซึ่งต่อมาในวันเดียวกัน พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 ได้พิจารณาเพิกถอนการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของนายโนอา ก่อนที่ในวันที่ 17 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 10.00 น. ชุดสืบสวน จะนำกำลังพร้อมอาวุธครบมือ เข้าชาร์จจู่โจมจับกุมนายโนอา ได้ที่ห้องพักในคอนโดหรู กลางเมืองหัวหิน โดยเจ้าหน้าที่แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงบัตรข้าราชการตำรวจให้ดู ขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง ในเบื้องต้นนายโนอา อยู่ในสภาพไม่สวมเสื้อ สวมแต่กางเกงช้าง มีอาการงุนงง คล้ายคนเมา ไม่ยอมรับว่าตนคือคนเดียวกันกับบุคคลที่ได้ก่ออาชญากรรมในประเทศสวีเดน อ้างว่าตนผอม และผมสั้นกว่าบุคคลที่มีหมายจับ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้แสดงผลการตรวจเปรียบเทียบใบหน้าจากระบบไบโอเมตริกซ์ โดยเฉพาะจุดสำคัญคือลายสักขนาดใหญ่ที่ลำคอ พบว่าถูกต้องตรงกัน จึงได้แจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และควบคุมตัวดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองต่อไป
ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการสะท้อนผลสัมฤทธิ์ของนโยบายเชิงรุกภายใต้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่มุ่งเน้นการคัดกรองและปราบปรามอาชญากรแฝงตัวในคราบนักท่องเที่ยวอย่างเด็ดขาด การบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ และการใช้เทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ที่แม่นยำ คือกลไกสำคัญในการตัดวงจรอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและรักษาภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก