โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ทลายขบวนการนายหน้าบัญชีม้าส่งสแกมเมอร์ ตุ๋นเหยื่อสูญกว่า 30 ล้าน!

เดลินิวส์

อัพเดต 18 มกราคม 2569 เวลา 7.02 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ACSC ทลายขบวนการนายหน้าบัญชีม้าส่งสแกมเมอร์ โยง 38 คดีตุ๋นออนไลน์เหยื่อสูญกว่า 30 ล้าน

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผบ.ตร./ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. /รอง ผอ.ศปอส.ตร. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบ โดยสามารถคลี่คลายคดีสำคัญได้หลายคดี

คดีแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจบก.สส.ภ.4 เข้าจับกุม น.ส.รัชนก อายุ 37 ปี และ นายเกียรติศักดิ์ดา อายุ 56 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 575 และ 576/2568 ลงวันที่ 24 ธ.ค. 68 ข้อหา “ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าว เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฯ” ได้บริเวณหน้าโรงพยาบาลสระใคร ต.สระใคร อ.สระใคร จ.หนองคาย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ขยายผลจากการจับกุมขบวนการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งมีผู้เสียหายจำนวนมาก จนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองทำหน้าที่เป็นนายหน้าจัดหาและเปิดบัญชีธนาคารเพื่อนำไปใช้ก่อเหตุ โดยมีการใช้รถยนต์สีขาว ลักษณะรถตู้ขนาดเล็กรับบัญชีด้วยตนเอง บางกรณีถึงขั้นพาไปส่งในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว ก่อนติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว

จากการจับกุมพบอีกว่ากลุ่มคนร้ายมีความเชื่อมโยงกับคดีอาชญากรรมออนไลน์ช่วงเดือน พ.ย. 2567 – พ.ย. 2568 รวม 38 Case ID คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท นอกจากนี้ นายเกียรติศักดิ์ดายังถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน หลังตรวจค้นพบอาวุธปืนพกสั้น 2 กระบอก พร้อมกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 25 นัด ส่วน น.ส.รัชนกฯ ถูกจับกุมพร้อมของกลางเป็นบัญชีธนาคาร บัตร ATM โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และเงินสดจำนวน 103,790 บาท

คดีที่สอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.3 บก.สส.ภ.4 เข้าจับกุม น.ส.กัลยาพัฒน์ อายุ 24 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ จ.53/2569 ลงวันที่ 14 ม.ค.69 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน”

ทั้งนี้สืบเนื่องจากคดีหลอกลงทุนออนไลน์ โดยคนร้ายใช้แอปพลิเคชัน TikTok ติดต่อผู้เสียหาย สร้างความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ก่อนชักชวนลงทุนขายสินค้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ต่างประเทศ อ้างผลตอบแทนสูง ระยะแรกสามารถถอนเงินได้จริง แต่ภายหลังไม่สามารถถอนเงินออกได้ อ้างเหตุให้โอนเงินเพิ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า สร้างความเสียหายกว่า 224,702 บาท

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าเงินถูกโอนเข้าบัญชีผู้ต้องหาโดยตรง และมีพฤติการณ์รับแลกเปลี่ยนเงินให้ชายชาวเมียนมาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ เมื่อได้เงินครบตามยอด ผู้ต้องหาจะโอนเงินสกุลจ๊าดกลับไปยังบัญชีธนาคารในประเทศเมียนมา ได้รับค่าจ้างร้อยละ 1–3 ของยอดเงิน อีกทั้งยังพบบัญชีที่เกี่ยวข้องจำนวนมากเป็นบัญชีม้าแถวแรกที่เชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงอื่นอีกหลายคดีด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...