โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

20 มี.ค.สรรพสามิต ทดลองเชื่อมข้อมูลน้ำมันดิจิทัลทั่วประเทศ ปูทางเก็บภาษีคาร์บอน

PostToday

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันนี้ 20 กุมภาพันธ์ 2569 กรมสรรพสามิตเดินหน้า “ปฏิรูปโครงสร้างภาษีพลังงาน” ครั้งสำคัญ ด้วยการลงนามความร่วมมือกับผู้ประกอบการรวม 18 บริษัท อาทิ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) , บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ,บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ,7. บริษัท เซลล์แห่งประเทศไทย จำกัด และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันในรูปแบบดิจิทัล จากต้นทางโรงอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบจัดเก็บภาษีแบบเรียลไทม์ ยกระดับประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความแม่นยำของการจัดเก็บรายได้รัฐ

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า กรมสรรพสามิตร่วมกับบริษัทพันธมิตร 18 แห่ง ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในธุรกิจน้ำมัน ขนส่งน้ำมัน และเชื้อเพลิงการบิน เตรียมเริ่มทดลองระบบเชื่อมโยงข้อมูลในวันที่ 20 มีนาคมนี้เป็นวันแรก โดยจะเชื่อมข้อมูลการรับ-จ่ายน้ำมันจากโรงอุตสาหกรรมเข้าสู่ฐานข้อมูลกลางของกรมโดยตรง

โดยการทดสอบระบบจะดำเนินการประมาณ 3-4 เดือน เพื่อปรับปรุงความเสถียร ความถูกต้อง และความสมบูรณ์ของข้อมูล ก่อนเปิดใช้งานเต็มรูปแบบทั่วประเทศในช่วงกลางปี 2569 นับเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากระบบเอกสารกระดาษและการทำงานด้วยแรงงานคน ไปสู่ระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ครบวงจรที่สามารถตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ และลดขั้นตอนทางธุรการอย่างมีนัยสำคัญ

“ ระบบนี้จะทำให้รู้ว่า เราควรกำหนดสัดส่วนคาร์บอนในน้ำมันเท่าไร ต่อหน่วยปริมาณหรือระดับราคาอย่างไร ข้อมูลที่ได้จะทำให้การคำนวณมีความแม่นยำและอ้างอิงได้ เมื่อทดลองใช้และปรับปรุงฐานข้อมูลให้สมบูรณ์ ระบบจะเริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบได้ในช่วงกลางปีนี้ และการพัฒนาระบบดังกล่าวเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการรองรับภาษีคาร์บอนในอนาคต” นายพรชัยกล่าว

นอกจากนี้ ระบบดิจิทัลใหม่นี้จะช่วยให้กรมสรรพสามิตรับข้อมูลปริมาณและราคาน้ำมันจากต้นทางได้โดยตรง ลดความคลาดเคลื่อนจากการกรอกข้อมูลด้วยมือ เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบย้อนหลัง และลดภาระการจัดทำเอกสารของภาคเอกชน ยังช่วยแก้ปัญหาภาษีซ้ำซ้อนในกระบวนการผลิตสินค้ากึ่งสำเร็จรูป ทำให้การคำนวณและคืนภาษีเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลดข้อพิพาทและต้นทุนทางธุรการของผู้ประกอบการ

ในด้านรายได้รัฐ ปัจจุบันการปรับเพิ่มภาษีน้ำมัน 1 บาทต่อลิตร ทำให้รัฐมีรายได้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 2,700–2,800 ล้านบาท ระบบใหม่นี้จะช่วยให้การจัดเก็บมีความโปร่งใส ครบถ้วน และตรวจสอบได้ชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องปรับอัตราภาษีเพิ่มเติม

ฐานข้อมูลดังกล่าวยังรองรับกลไกภาษีคาร์บอนตามแนวนโยบายกฎหมาย Climate Change ที่อยู่ระหว่างผลักดัน ซึ่งจะกำหนดราคาคาร์บอนต่อหน่วยน้ำมันบนพื้นฐานข้อมูลจริง ช่วยยกระดับโครงสร้างภาษีไทยให้สอดคล้องมาตรฐานสากล และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระยะยาว

ทั้งนี้ การเชื่อมโยงข้อมูลน้ำมันในรูปแบบดิจิทัลจึงไม่ใช่เพียงการปรับปรุงระบบงานภาษี แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของประเทศ เพื่อเสริมความโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่น และเตรียมความพร้อมสู่ยุคภาษีสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมในปี 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...