ทรัมป์ขู่อิหร่าน เจอเรื่องร้ายแรง บีบปิดดีลนิวเคลียร์ใน 10-15 วัน เตหะรานกร้าวพร้อมสู้กลับ
ทรัมป์ขู่อิหร่าน เจอเรื่องร้ายแรง บีบปิดดีลนิวเคลียร์ใน 10-15 วัน เตหะรานกร้าวพร้อมสู้กลับ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเตือนอิหร่านว่า ต้องทำข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ให้ได้ในเส้นตายที่เขากำหนดคือ 10–15 วัน ไม่อย่างนั้น “เรื่องร้ายแรงอย่างยิ่ง” จะเกิดขึ้น พร้อมทั้งย้ำคำขู่ก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐอาจใช้ปฏิบัติการทางทหาร รวมถึงการทิ้งระเบิดเป้าหมายในอิหร่าน หากการเจรจาล้มเหลว
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางการเสริมกำลังทางทหารครั้งใหญ่ของสหรัฐในตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงการส่งเรือรบ เรือบรรทุกเครื่องบิน และเครื่องบินขับไล่เข้าสู่ภูมิภาค ความเคลื่อนไหวนี้สร้างความกังวลว่าอาจนำไปสู่สงครามในวงกว้าง ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันในตลาดโลกก็ปรับตัวสูงขึ้นจากความหวาดกลัวว่าจะเกิดการโจมตีอิหร่านรอบใหม่
ทรัมป์กล่าวในการประชุมคณะกรรมการสันติภาพ หรือ Board of Peace ที่กรุงวอชิงตันว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี แต่ยืนยันว่าเตหะรานต้องบรรลุ “ข้อตกลงที่มีความหมาย” มิฉะนั้น “เรื่องร้ายแรงจะเกิดขึ้น” เขากล่าวถึงการโจมตีทางอากาศของสหรัฐเมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน โดยอ้างว่าได้ทำลายศักยภาพนิวเคลียร์ของอิหร่านจนย่อยยับ และเสริมว่าอาจต้องก้าวไปอีกขั้นหรืออาจไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ แต่ภายใน 10–15 วันข้างหน้าสถานการณ์จะชัดเจนขึ้น แต่ทรัมป์ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเพิ่มเติม
ด้านอิหร่านได้ส่งจดหมายถึงนายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ แจ้งว่า อิหร่านจะไม่เป็นฝ่ายเริ่มสงคราม แต่หากถูกโจมตีทางทหาร ก็จะตอบโต้อย่างเด็ดขาดและได้สัดส่วนตามสิทธิในการป้องกันตนเอง โดยเตือนว่าฐานทัพ สิ่งอำนวยความสะดวก และทรัพย์สินทั้งหมดของฝ่ายที่เป็นศัตรูในภูมิภาค จะถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรม และสหรัฐจะต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่ไม่อาจคาดเดาได้
แม้ทรัมป์จะกล่าวว่าการเจรจาที่กำลังมีขึ้นในเจนีวา ระหว่างผู้แทนทั้งสองประเทศกำลังเป็นไปด้วยดี โดยทรัมป์เรียกร้องให้เตหะรานเข้าร่วมกับสหรัฐใน “เส้นทางสู่สันติภาพ” แต่ก็ย้ำว่า “พวกเขาไม่สามารถมีอาวุธนิวเคลียร์ได้ มันง่ายมาก คุณไม่สามารถมีสันติภาพในตะวันออกกลางได้หากพวกเขามีอาวุธนิวเคลียร์”
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐระบุว่าอิหร่านเตรียมยื่นข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อจัดการข้อกังวลของสหรัฐ กระนั้นก็ดี ทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นต่างกันในประเด็นสำคัญ โดยสหรัฐต้องการให้อิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมทั้งหมด ซึ่งแม้จะใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ แต่ก็สามารถนำไปใช้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้เช่นกัน นอกจากนี้ สหรัฐและอิสราเอลยังต้องการให้อิหร่านยุติโครงการขีปนาวุธพิสัยไกล หยุดสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลาง และยุติการใช้กำลังปราบปรามการประท้วงภายในประเทศ แต่อิหร่านยืนกรานว่าจะหารือเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์ และถือว่าการจำกัดขีปนาวุธเป็น “เส้นแดง” ที่ไม่อาจต่อรองได้
การข่มขู่อิหร่านและการแสดงแสนยานุภาพทางทหารครั้งล่าสุดด้วยการส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน เรือรบ และเครื่องบินรบไปยังภูมิภาคของทรัมป์ บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการโจมตีอิหร่านอีกครั้ง ขณะที่ทรัมป์พูดว่าตนเองเป็นผู้รักสันติภาพในสุนทรพจน์ที่ยาวและวกวนระหว่างการเป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้นำโลกในการประชุมคณะกรรมการสันติภาพครั้งแรกของเขาที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
ในเวลาเดียวกันรัสเซียได้ออกมาเตือนถึงการยกระดับความตึงเครียดอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้น ขณะที่เรือรบคอร์เวตของรัสเซียได้เข้าร่วมการซ้อมรบร่วมกับอิหร่านในอ่าวโอมาน ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก
การฝึกซ้อมร่วมระหว่างอิหร่านและรัสเซียเกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากที่อิหร่านเริ่มการฝึกซ้อมทางทะเลอย่างต่อเนื่องในอ่าวโอมาน โดยสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านได้แสดงภาพหน่วยรบพิเศษที่ประจำการอยู่บนเฮลิคอปเตอร์และเรือรบ
ด้านโปแลนด์ เป็นประเทศในยุโรปประเทศล่าสุดที่เรียกร้องให้พลเมืองของตนออกจากอิหร่านในวันพฤหัสบดี โดยนายกรัฐมนตรีโดนัลด์ ทัสก์ กล่าวว่าชาวโปแลนด์อาจมีเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการอพยพ ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นในขณะนี้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทรัมป์ขู่อิหร่าน เจอเรื่องร้ายแรง บีบปิดดีลนิวเคลียร์ใน 10-15 วัน เตหะรานกร้าวพร้อมสู้กลับ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th