โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

TCAP โชว์ฟอร์มแกร่งปี 68 กำไรโตสองหลัก 16.5% ใจป้ำจ่ายปันผล 3.50 บาท/หุ้น

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ จำนวน 7,750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,095 ล้านบาท หรือร้อยละ 16.45 จากปีก่อน สะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมหลัก รวมถึงการบริหารคุณภาพสินทรัพย์และความเสี่ยงด้านเครดิตอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย

นายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี กรรมการผู้จัดการใหญ่ TCAP เปิดเผยว่า “ในปี 2568 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวมจำนวน 8,264 ล้านบาท โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากผลการดำเนินงานของธุรกิจสำคัญในกลุ่มธนชาต ได้แก่

*บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม 1,148 ล้านบาท

* บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 1,077 ล้านบาท

* ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม มีจำนวน 5,707 ล้านบาท

การเติบโตของกำไรในปี 2568 มีปัจจัยสนับสนุนหลักจาก รายได้จากการรับประกันภัยสุทธิที่ปรับเพิ่มขึ้น รายได้เงินปันผลจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นตามนโยบายการลงทุนในธุรกิจการเงิน รวมถึง ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่สูงขึ้น ตามผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของบริษัทร่วม ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายจากการด้อยค่ารถยึดและผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นปรับลดลง สอดคล้องกับคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทย่อยที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากความสำเร็จของผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในอัตราหุ้นละ 1.30 บาท และมีมติให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังของปี 2568 เพิ่มเติมในอัตราหุ้นละ 2.20 บาท ส่งผลให้บริษัทฯ จะจ่ายเงินปันผลรวมจากผลการดำเนินงานปี 2568 ทั้งปี ในอัตราหุ้นละ 3.50 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่จ่ายในอัตราหุ้นละ 3.30 บาท สะท้อนความสามารถในการสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอและยั่งยืนในระยะยาวให้กับผู้ถือหุ้น

สำหรับปี 2569 เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทายจากทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในประเทศ เช่น การชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

บริษัทฯ จึงยังคงดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง ให้ความสำคัญกับการลงทุนในธุรกิจการเงินและธุรกิจประกันภัย การบริหารคุณภาพสินทรัพย์และความเสี่ยงด้านเครดิตอย่างรอบคอบ รวมทั้งการรักษาความแข็งแกร่งของฐานะเงินทุนและสภาพคล่อง เพื่อรองรับความผันผวนในอนาคต บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า โครงสร้างรายได้ที่หลากหลายจากธุรกิจการเงินต่าง ๆ ธุรกิจประกันภัย/ประกันชีวิต และเงินลงทุนในบริษัทร่วม จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนเสถียรภาพและความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มธนชาตในปี 2569 ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...