มัดรวม 3 เกาะใต้รอบโลก กับที่เที่ยวสุดจึ้งที่คุณต้องปักหมุด!
หากพูดว่า “เกาะสวรรค์” ภาพในจินตนาการของใครหลายคนอาจเต็มไปด้วยน้ำทะเลใส ชายฝั่งมีต้นปาล์มสูงใหญ่ให้พักพิง ชาดหาดขาวจนสามารถเอนกายนอนฟังเสียงคลื่นบนผืนทรายท่ามกลางแสงแดดอบอุ่น แต่รู้หรือไม่ว่า บนโลกของเรายังมีอาณาจักรแห่งความงามที่มากไปด้วยอารยธรรมและความหลากหลายที่หาใครเทียบเคียงได้ยาก แต่ละที่ล้วนมอบเสน่ห์อันน่าหลงใหล เหนือกว่าเกลียวคลื่นใดที่เคยได้บันทึกไว้ในความทรงจำ
ดินแดนที่มีภูมิประเทศหลากหลายและภูมิอากาศที่ไม่เหมือนใคร ตรงกันข้ามกับซีกโลกเหนือที่ซึ่งผืนดินกว้างใหญ่ไพศาล คือ “ซีกโลกใต้” ที่ถูกประดับประดาด้วยผืนน้ำกว้างใหญ่ ตั้งแต่แปซิฟิกใต้ แอตแลนติกใต้ มหาสมุทรอินเดีย และทะเลอีกจำนวนมาก อาทิ ทะเลแทสมัน (Tasman Sea) ทะเลเวดเดลล์ (Weddell Sea) ฯลฯ จนทำให้กลายเป็นสัดส่วนผืนน้ำที่คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80.9% ของภูมิภาคนี้ และมีเพียงร้อยละ 19.1 ของซีกโลกใต้ที่เป็นผืนแผ่นดิน ซึ่งประกอบไปด้วย แอนตาร์กติกา ประมาณ 1 ใน 3 ของแอฟริกา อเมริกาใต้ส่วนใหญ่ และออสเตรเลียเกือบทั้งหมด
ความสมดุลของแผ่นดินและผืนน้ำที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครของซีกโลกใต้นี้ ทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งรวมขุมสมบัติที่น่าค้นหา ระบบนิเวศที่หลากหลาย สัตว์ป่าที่มีเอกลักษณ์ และภูมิประเทศที่น่าทึ่ง ซึ่งกำลังเชื้อเชิญให้นักสำรวจได้เข้าไปไขกุญแจหีบสมบัติไปพร้อม ๆ กัน
01 Madagascar เกาะสวรรค์ ต้นกำเนิดสิ่งมหัศจรรย์หลากหลายสปีชีส์
“มาดากัสการ์” มีความหมายว่า “ดินแดนแห่งบรรพบุรุษ” เนื่องจากชาวพื้นเมืองเชื่อว่า เมื่อล่วงลับไปแล้ว วิญญาณของผู้วายชนม์จะยังคงปกป้องสิ่งมีชีวิตที่เหลือ และเพราะเป็นเกาะที่มีพื้นที่มหึมา ถึงขั้นกลายเป็นแชมป์เกาะที่ใหญ่อันดับที่ 4 ของโลก (ไซส์พอ ๆ กับประเทศสเปน) หลายครั้งที่นี่จึงถูกเรียกว่า “ทวีปที่ 8 ของโลก” ถึงจะเรียกขานกันอย่างคุ้นชินว่า “เกาะมาดากัสการ์” แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่า “มาดากัสการ์” แท้จริงแล้วคือ “ประเทศ” ซึ่งมีฐานะเป็นสาธารณรัฐมาตั้งแต่ปี 2010
เกาะมาดากัสการ์ ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทวีปแอฟริกาบนมหาสมุทรอินเดีย ภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นที่ราบสูง ภูเขาสูงตระหง่านกว่า 2,000 เมตร ห้อมล้อมไปด้วยที่ราบซึ่งแต่ก่อนเคยเป็นสีเขียวขจี แต่ปัจจุบันนี้กลายเป็นสีแดงสดของดินที่แห้งแล้ง ทำให้ที่นี่ได้รับอีกสมญานามว่า “เกาะแดง” ดินแดนที่เป็นดั่งบ้านของพืชพันธุ์ และสัตว์ที่หาพบยากที่สุดในโลก มัดรวมไว้ทั้งสัตว์ป่าและต้นไม้อายุนับพันปี โดยตัวอย่างอัญมณีล้ำค่าที่สามารถพบเจอได้บนเกาะมาดากัสการ์ “ต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตที่เก่าแก่” ก็เช่น
Unique Animals: สิ่งมีชีวิตล้ำค่าที่หาพบได้แค่มาดากัสการ์เท่านั้น
ราว ๆ 70% ของสายพันธุ์สัตว์ที่พบได้ในประเทศนี้ ล้วนไม่เคยพบที่อื่นบนโลกมาก่อน มาที่นี่อาจไม่เจอยีราฟหรือม้าลายคล้ายความทรงจำในหนังฮอลลีวูดที่เคยดูในยามเด็ก แต่เราจะได้พบกับค่าง กิ้งก่า และสัตว์ป่าอีกมากมายที่เป็นสายพันธุ์เฉพาะถิ่น อาทิ
- เป็ดหายากแห่งมาดากัสการ์ (The Madagascar Pochard) เป็ดที่หายากที่สุดในโลก มีประชากรอยู่เพียง 200 ตัวทั่วโลกเท่านั้น
(เครดิตภาพ) Aythya innotata / ebird.org
คูอาสีน้ำเงิน (The Blue Coua) เกาะสวรรค์แห่งคนรักนก เพราะที่นี่มีเหล่าวิหกอาศัยอยู่กว่า 250 สายพันธุ์ กว่า 44% เป็นสายพันธุ์เฉพาะถิ่น พบไม่ได้ที่ไหนในโลก
สัตว์ที่น่าทึ่งอีกเพียบ เช่น กิ้งก่าเสือดำ (The Panther Chameleon) กับการเปลี่ยนสีที่เหลือเชื่อ, กบมะเขือเทศ (Tomato Frog) ผิวส้มแดงสดใสไม่เหมือนใคร, อายอาย (Aye-Aye) สัตว์ตระกูลลิง ที่นิสัยอ่อนโยนขัดกับหน้าตาที่ดุดัน
Baobab Tree: “ต้นไม้แห่งชีวิต”
เป็นที่ทราบกันดีว่าต้นไม้ตระกูลโกงกางนั้น มีมาตั้งแต่สมัยยุคไดโนเสาร์เมื่อ 200 ล้านปีก่อน นี่คือหนึ่งในต้นไม้ที่มีประโยชน์มากที่สุดในโลก เป็นทั้งสัญลักษณ์ของความยืดหยุ่น อายุยืน และความสำคัญทางนิเวศวิทยา ต้นไม้ที่งดงามเหล่านี้ได้ยืนหยัดผ่านกาลเวลามานานนับหลายร้อยปี บางต้นอายุมากกว่าพันปีเสียด้วยซ้ำ ตามที่เคยมีผู้คนบันทึกไว้ ต้นที่เก่าแก่ที่สุดอายุกว่า 2,450 ปี (อยู่ในซิมบับเว) ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ต้นไม้มหัศจรรย์” หรือ “ฮีโร่ท่ามกลางพันธุ์ไม้” ก็เพราะว่าทุกส่วนของ “ต้นเบาบับ” ล้วนมีสรรพคุณและคุณประโยชน์ทั้งสิ้น ต้นเบาบับทั่วโลกมีทั้งหมดราว ๆ 9 สายพันธุ์ 6 สายพันธุ์เติบโตในมาดากัสการ์เท่านั้น (และยังพบเบาบับได้นอกโลกบนดวงดาว B612 ที่เจ้าชายน้อยอาศัยอยู่ด้วย!)
ต้นไม้แห่งชีวิตเหล่านี้ สามารถกักเก็บน้ำจืดไว้ภายในลำต้นได้เป็นจำนวนมากอย่างน่าประหลาดใจ เป็นฮีโร่ที่แท้จริงในช่วงเวลาที่น้ำขาดแคลน ตัวผลยังมีคุณค่าทางโภชนาการ เป็นซูเปอร์ฟู้ดที่ไม่ว่าปีนั้นจะแล้งแค่ไหน แต่ก็ยังสามารถงอกออกผลมาช่วยชีวิตผู้คนได้อยู่ดี
Tsingy de Bemaraha: “ดินแดนหินปูนมหัศจรรย์”
ป่าหินที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) นำเสนอความหลากหลายทางธรณีวิทยาอันเป็นเอกลักษณ์ของมาดากัสการ์ที่น่าหลงใหล เหล่าแท่งหินคมกริบที่แสนจะอัศจรรย์ใจ ตั้งตระหง่านพร้อมให้รับชม ณ อุทยานแห่งชาติ Tsingy de Bemaraha อยู่ที่จังหวัด Mahajanga เขต Antsalova
02 Mauritius Island จากภูเขาไฟสู่เกาะใหม่ที่สวยงาม
เกาะมอริเซียส (Mauritius) ตั้งอยู่ราวกับอัญมณีมรกตท่ามกลางพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลของมหาสมุทรอินเดีย ณ ใต้เส้นศูนย์สูตรโลก อยู่ทางเหนือของเขตร้อนราศีมังกรในซีกโลกใต้ ห่างจากมาดากัสการ์ไป 900 กิโลเมตร มากกว่าชายหาดและผืนน้ำที่สวยงามราวกับภาพวาด ที่นี่ยังมีเรื่องราวความเป็นมาซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นภูเขาไฟ แต่บัดนี้ได้กลายเป็นเกาะสวรรค์ที่สวยงามอันเกิดจากการปะทุของภูเขาไฟใต้ท้องทะเล
และเช่นเดียวกับมาดากัสการ์ มอริเซียสไม่ใช่เพียงเกาะเล็ก ๆ เท่านั้น แท้จริงแล้วชื่ออย่างเป็นทางการก็คือ สาธารณรัฐมอริเซียส ประเทศนี้ประกอบด้วยเกาะที่มีต้นกำเนิดจากภูเขาไฟหลายแห่ง ทั้งเกาะร็อดริก (Rodrigues) เกาะอากาเลกา (Agaléga) และหนึ่งในเกาะหลัก มอริเซียส (Mauritius) เกาะที่ใหญ่ที่สุด หากเดินทางมาเยือนที่นี่ ต้องลองไปดื่มด่ำกับมนต์เสน่ห์เหนือกาลเวลาของสถานที่เที่ยวเหล่านี้แบบห้ามพลาด
Seven Colored Earths: ดินแดนเจ็ดสีที่ชามาเรล
ความมหัศจรรย์สีรุ้งที่น่าหลงใหลของอุทยานธรณีโลกเจ็ดสี ศิลปะของธรรมชาติน่าทึ่ง ภูมิทัศน์ที่ปั้นขึ้นจากการปะทุของภูเขาไฟโบราณ ทำให้เนินทรายเหล่านี้มีสีสันละลานตา ตั้งแต่สีเอิร์ธโทน แดง น้ำตาล และเหลือง ไปจนถึงม่วง เขียว ฟ้า เบื้องหลังการจัดแสดงของธรรมชาติที่แสนจะมหัศจรรย์นี้ ยังคงปกคลุมไปด้วยความลึกลับในเรื่องของกระบวนการกำเนิด ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเกิดจากการสลายตัวของหินบะซอลต์ และแม้ว่าฝนตกหนักบ่อยครั้ง แต่เนินทรายก็ยังมั่นคง นับเป็นมรดกธรณีวิทยาที่สะท้อนเสน่ห์ของเกาะสวรรค์ได้อย่างน่าหลงใหล
Chamarel Waterfalls: น้ำตกในหุบเขาลับที่สวยจับใจ
น้ำตกแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นน้ำตกแบบหยดเดียวที่สูงที่สุดบนเกาะ ความงามตระการตาที่เกิดจากการไหลของ 3 ลำธารมาบรรจบกัน คือความไหลเชี่ยวที่ทรงพลังซึ่งทำให้ผู้คนที่ได้ไปยลโฉมล้วนต้องมนต์สะกดกับอัตราการไหลสูงสุด มากกว่า 40,000 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที นับเป็นอีกหนึ่งผลงานชิ้นเอกจากธรรมชาติที่อยู่เลยจากธรณีเจ็ดสีมาเพียง 3 กิโลเมตร เหล่าลาวาหลายชั้นจากอายุต่าง ๆ มาบรรจบกันกลายเป็นรากฐาน ใช้เวลาหลายล้านปีในการสรรค์สร้างจากธรรมชาติ ให้เป็นเครื่องเตือนความทรงจำที่น่าสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ภูเขาไฟแห่งเกาะมอริเซียส
03 The South Island of New Zealand ดินแดนมหัศจรรย์แห่งการผจญภัย
หากมองจากแผนที่กระดาษหรือผ่านแผนที่โลกบนอินเทอร์เน็ต เกาะทางใต้นิวซีแลนด์อาจดูเล็กกระจิดริด แต่แท้จริงแล้วพื้นที่แห่งนี้กว้างใหญ่ถึง 58,000 ตารางไมล์ หรือประมาณ 150,219 ตารางกิโลเมตร ทิวทัศน์อันหลากหลายที่พร้อมจะดึงดูดนักผจญภัย ตั้งแต่พื้นที่ราบอาณาจักรหนามขนาดย่อมแคนเทอร์เบอรี (Canterbury) ไปจนถึงความมหัศจรรย์ของธารน้ำแข็งที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางป่าฝนทางชายฝั่งตะวันตก
ชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือรอต้อนรับด้วยชายหาดสีทองทอดหลายไมล์ ทางตะวันออกมีซากภูเขาไฟโบราณที่น่าเกรงขาม สร้างแนวชายฝั่งขรุขระโอบล้อมด้วยอ่าวสีฟ้าสดใส ทางตอนใต้จะเห็นเทือกเขาแอลป์สูงตระหง่านที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ประดับประดาไปด้วยทะเลสาบน้ำแข็งสีฟ้าครามอยู่รอบข้าง ท่ามกลางภูมิประเทศที่หลากหลายบนเกาะสวรรค์ สองสิ่งมหัศจรรย์ที่โดดเด่นงดงามรอการดื่มด่ำจากนักผจญภัย ได้แก่ มิลฟอร์ดซาวนด์ (Milford Sound) และอุทยานแห่งชาติฟยอร์ดแลนด์ (Fiordland National Park)
Fiordland National Park: มรดกโลกที่น่าหวงแหน
อุทยานแห่งชาติฟยอร์ดแลนด์ คือหนึ่งในสัญลักษณ์ทางธรรมชาติที่มีค่าของนิวซีแลนด์ เป็นที่ยอมรับระดับสากลจนถูกยกย่องให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก พื้นที่มีส่วนของธารน้ำแข็ง เทือกเขาแอลป์ และเป็นที่อาศัยของพืชและสัตว์เฉพาะถิ่นที่มีมาตั้งแต่ครั้งนิวซีแลนด์ยังเป็นส่วนหนึ่งของมหาทวีปกอนด์วานาแลนด์ (Gondwana)
อุทยานแห่งชาติฟยอร์ดแลนด์ครอบคลุมพื้นที่ถึง 1.2 ล้านเฮกตาร์ (12,000 ตารางกิโลเมตร) เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากคอลเล็กชันของ Fiords ฟยอร์ดเป็นคำศัพท์ทางธรณีวิทยาสำหรับภูมิประเทศที่แกะสลักด้วยน้ำแข็งซึ่งถูกน้ำท่วม (ปกติจะเป็นทะเล) และเหมือนจะเป็นคำศัพท์ทางภูมิศาสตร์สำหรับทางเข้าช่องมหาสมุทรขนาดใหญ่ ทั้งภาษาเมารีและอังกฤษที่พยายามจะบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองเพื่อสื่อถึงความรู้สึกยิ่งใหญ่ของภูมิทัศน์ ทำให้ถูกตั้งชื่อว่า “Fiordland”
สิ่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของนี่ที่คือ “ความงดงามที่เกิดจากน้ำ” ทั้งทะเลสาบ แม่น้ำ ลำธาร น้ำตก ป่าฝนเขียวชอุ่ม ฟยอร์ดที่สวยงาม และน้ำขังที่เหมือนดั่งธารน้ำแข็ง ผู้คนมักไปเดินป่าหรือเดินเท้าทอดน่องชมความงามทางธรรมชาติ หากจะไปดื่มด่ำทิวทัศน์ที่นี่ ต้องเตรียมพร้อมสำหรับสภาพอากาศและฝนเอาไว้ด้วย เสื้อผ้า รองเท้าคู่ใจ และอย่าลืมใส่เสื้อกันฝนลงในกระเป๋า หากไปช่วงกรกฎาคม-พฤศจิกายน อาจมีโอกาสเห็นฝูงเพนกวินจักรพรรดิและสัตว์น่าสนใจอีกหลายสายพันธุ์
Milford Sound: สิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลก
อัญมณีของอุทยานแห่งชาติฟยอร์ดแลนด์แห่งนี้ แม้จะใช้คำว่า “sound” แต่จริง ๆ ไม่ใช่เสียงอะไรแต่อย่างใด กลับกลายเป็น “ฟยอร์ด” และเป็นฟยอร์ดเดียวที่สามารถเข้าถึงได้ในนิวซีแลนด์ด้วยถนน
นักธรณีวิทยาเล่าว่า มิลฟอร์ดซาวนด์เคยอยู่ใต้ทะเลและแบนราบราวกับแพนเค้กเมื่อ 400 ล้านปีที่แล้ว เมื่อเวลาผ่านไป ปริมาณตะกอนที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับซากพืชและสัตว์เล็ก ๆ ก็ตกลงสู่ก้นทะเล บีบอัดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนแข็งเป็นหิน ในขณะที่ทวีปต่าง ๆ เคลื่อนตัวไปทั่วโลก หินก็ยกตัวและแตกออกจนโผล่พ้นน้ำ เหล่าภูเขาไฟใต้น้ำก็ปะทุขึ้นบนผิวน้ำ แข็งตัวเป็นหินบะซอลต์หนาแน่นและหินแกรนิต ระหว่างทางไปมิลฟอร์ดซาวนด์ จึงเห็นหินภูเขาไฟมากมาย ไม่ใช่แค่งานศิลปะจากธรรมชาติเพียงเท่านั้น แต่หินภูเขาไฟเหล่านี้ยังอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย ที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของธรรมชาติได้อย่างดี
น้ำตกหลักสองแห่งในมิลฟอร์ดซาวนด์คือ Lady Bowen (สูง 162 เมตร) แหล่งน้ำและไฟฟ้าของผู้อยู่อาศัยในมิลฟอร์ดซาวนด์ และ Stirling ที่แม้สภาพอากาศช่วงฝนตกอาจฟังดูเลวร้าย แต่น้ำตกกลับสวยงามที่สุดในเวลาฟ้าหลังฝน นับเป็นความสวยงามที่คุ้มค่าต่อความเลวร้ายที่ต้องเผชิญ
นี่เป็นเพียงแค่ 3 เกาะสวรรค์แห่งซีกโลกใต้ที่อาจทำให้หัวใจคุณพองโต ไปรับอ้อมกอดของธรรมชาติแบบที่ยังไม่ถูกทำลาย สัมผัสวัฒนธรรมที่เข้มข้น หรือผจญภัยให้อะดรีนาลีนสูบฉีด เพราะจุดหมายปลายทางที่ไม่ธรรมดาเหล่านี้ อาจเป็นประสบการณ์การเดินทางที่ยากจะลืมเลือนไปตลอดชีวิต
ที่มา : บทความ “Geography of the Southern Hemisphere” โดย Amanda Briney จาก www.thoughtco.com
บทความ “Madagascar – the red island in the Indian Ocean in front of the coast of Mozambique” จาก www.heronaviation.com
บทความ “เกาะมาดากัสการ์” จาก www.wikipedia.org
บทความ “7 Stunning Facts About Baobab Trees That You Didn”t Know” โดย Margarita จาก www.clickatree.com
บทความ “5 animals found only in Madagascar” จาก www.gviusa.com
บทความ “10 fascinating creatures only found in Madagascar” โดย Milly Whitehead จาก www.theleap.co.uk
บทความ “Mauritius” โดย international organizations จาก www.nationsonline.org
บทความ “Where is Mauritius on the world map?” จาก www.mauritiusinsideout.com
บทความ “Seven Coloured Earth: A Geological Wonder Found Nowhere Else On Earth” โดย Charlie Haigh จาก www.iflscience.com
บทความ “A splash of natural wonder” จาก www.chamarel7colouredearth.com
บทความ “The Ultimate New Zealand South Island Travel Guide” โดย Jessica Wynne Lockhart จาก www.outsideonline.com
บทความ “Fiordland National Park” จาก www.fiordland.org.nz
บทความ “Milford Sound – the Eighth Wonder of the World in New Zealand” จาก www.pandotrip.com
บทความ “About Milford Sound” โดย www.milford-sound.co.nz
เรื่อง : JANE P.