โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมาคมประกันฯ โชว์สถานะการเงินปึก! CAR สูงกว่า 200% ไม่กระทบสินไหมน้ำท่วมใต้ 2.7 หมื่นล.

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 22 ธ.ค. 2568 เวลา 10.30 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2568 เวลา 10.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 ธ.ค.68) นายสมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจประกันวินาศภัยในช่วง 9 เดือนแรก (มกราคม–กันยายน) ปี 2568 มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวม 215,103 ล้านบาท เติบโต 2.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าตลอดปี 2568 ธุรกิจจะขยายตัวในช่วง 2.0–3.0% หรือมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมประมาณ 292,290–295,150 ล้านบาท

ทั้งนี้ แม้ปี 2568 ภาคธุรกิจประกันวินาศภัยต้องเผชิญความเสี่ยงจากหลายปัจจัย ทั้งภัยธรรมชาติ เหตุอุบัติภัย และความผันผวนทางเศรษฐกิจ แต่ผลประกอบการโดยรวมยังคงเติบโตได้ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความสามารถในการปรับตัวของอุตสาหกรรม

สำหรับปี 2569 ภาคธุรกิจประกันวินาศภัยยังต้องเผชิญความท้าทายในหลายมิติ ทั้งความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเฉพาะด้านมากขึ้น รวมถึงความเสี่ยงรูปแบบใหม่จากยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ภัยไซเบอร์ และประเด็นด้าน ESG

โดยบริษัท ไทยอินชัวรันส์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (TIRD) ประเมินว่า ธุรกิจประกันวินาศภัยในปี 2569 ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมอยู่ในช่วง 301,000–303,900 ล้านบาท เติบโต 2.5–3.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยท้าทายสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดจากต้นทุนที่ปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนการซ่อมและอะไหล่ของรถยนต์ไฟฟ้า ความถี่และความรุนแรงของภัยธรรมชาติที่ส่งผลต่อประกันอัคคีภัยและ IAR รวมถึงต้นทุนการประกันภัยต่อที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ความไม่แน่นอนของการค้าโลกอาจกระทบต่อประกันภัยทางทะเลและขนส่ง ส่วนประกันภัยสุขภาพเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อทางการแพทย์

สมาคมฯ ระบุว่า ภายใต้ความเสี่ยงที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภาคธุรกิจประกันวินาศภัยได้เตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งบริหารความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและสภาพภูมิอากาศผ่านการใช้แบบจำลองภัยพิบัติและการประกันภัยต่ออย่างเหมาะสม ควบคู่กับการเสริมเสถียรภาพของระบบประกันสุขภาพผ่านความร่วมมือกับภาครัฐ เพื่อควบคุมต้นทุนและรับมือกับเงินเฟ้อทางการแพทย์

ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงจากการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งส่งผลต่อโครงสร้างการรับประกันภัยอย่างชัดเจน ทั้งในด้านความถี่และมูลค่าความเสียหาย รวมถึงต้นทุนการซ่อมและอะไหล่ โดยข้อมูลระบุว่า ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 54 เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาคธุรกิจต้องติดตามและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ผ่านการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยบนพื้นฐานข้อมูลความเสี่ยงจริง ต้นทุนอะไหล่ และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ควบคู่กับการพัฒนามาตรฐานประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน

ส่วนสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ณ วันที่ 15 ธันวาคม 2568 พบว่า มีกรมธรรม์ที่มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนรวม 62,147 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 16,029 ล้านบาท และเมื่อรวมการประเมินความเสียหายเพิ่มเติม คาดว่ามูลค่าความเสียหายรวมจะอยู่ในช่วงประมาณ 23,000–27,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นความเสียหายของรถยนต์ประมาณ 11,000–13,000 ล้านบาท และประกันภัยทรัพย์สินประมาณ 12,000–14,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในเชิงสัดส่วน กรมธรรม์ที่ได้รับผลกระทบยังอยู่ในวงจำกัด โดยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจในพื้นที่น้ำท่วมมีสัดส่วนเพียง 6.4% และประกันภัยทรัพย์สิน 11.7% ของกรมธรรม์ทั้งหมด อีกทั้งอุตสาหกรรมยังมีอัตราความเพียงพอของเงินกองทุนอยู่ในระดับสูงกว่า 200% และภาระสินไหมทดแทนหลังการประกันภัยต่อยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้

นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย ยืนยันว่า ระบบประกันวินาศภัยของประเทศยังมีความมั่นคงและแข็งแกร่ง สามารถรองรับความเสี่ยงจากเหตุการณ์รุนแรงได้อย่างเพียงพอ พร้อมเดินหน้าดูแลผู้เอาประกันภัย เสริมความพร้อมของระบบ และยกระดับความเชื่อมั่นของประชาชน เพื่อสนับสนุนการคุ้มครองเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...