BCP พุ่งแรง 6% รับแผนซื้อหุ้นคืน 3.8 พันล. โบรกเชียร์ “ซื้อ” เคาะเป้า 47 บาท
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 01 ธ.ค. 2568 เวลา 03.51 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2568 เวลา 03.51 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(1ธ.ค.68) ราคาหุ้นบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ณ เวลา 10:37 น. อยู่ที่ระดับ 26.50 บาท บวก 1.50 บาท หรือ 6.00% ราคาสูงสุด 26.75 บาท ราคาต่ำสุด 24.20 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 340.62 ล้านบาท
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 15/2568 ได้มีมติอนุมัติการนำเสนอโครงการซื้อหุ้นคืนของบริษัท เพื่อบริหารทางการเงิน (Treasury Stocks) ภายใต้วงเงินรวมจำนวนไม่เกิน 3,800 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2568 ไปจนถึงปี 2571
โดยบริษัทจะดำเนินการซื้อหุ้นคืนครั้งแรกในปี 2568 ด้วยวงเงินไม่เกิน 1,100 ล้านบาท และจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 29.50 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 2.14% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยซื้อด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมีกำหนดระยะเวลาซื้อหุ้นคืน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2569
ทั้งนี้การซื้อหุ้นคืนดังกล่าวนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนในศักยภาพของธุรกิจ และความสามารถในการทำกำไรและการสร้างรายได้ของบริษัทฯ ในอนาคต และช่วยเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) เพื่อให้ราคาหุ้นสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงได้อย่างเหมาะสม อันเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นโดยรวม อีกทั้งเป็นการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินของบริษัทให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพจากสถานะการเงินที่แข็งแกร่งในปัจจุบัน ภายใต้ภาพรวมธุรกิจที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับการดำเนินการซื้อหุ้นคืนในปีที่ 2 และ 3 จะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ในขณะนั้น รวมถึงไม่จำกัดเพียงสภาพคล่องส่วนเกินของบริษัท จำนวนหนี้ที่ถึงกำหนดชำระภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่จะเริ่มซื้อหุ้นคืนในปีนั้น ๆ โดยคณะกรรมการบริษัทจะพิจารณารายละเอียดของการซื้อหุ้นคืนในแต่ละครั้งต่อไป
โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 บริษัทมีเงินสดคงเหลือ 1,848 ล้านบาท หากพิจารณาสภาพคล่องของบริษัทฯ ในปัจจุบันประกอบกับแนวโน้มกระแสเงินสดรับในอนาคต บริษัทจะมีสภาพคล่องส่วนเกินเพียงพอในการชำระหนี้ที่ถึงกำหนดภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่จะซื้อหุ้นคืน และมีกระแสเงินสดเพียงพอที่จะนำมาซื้อหุ้นคืนตามโครงการนี้ จำนวนผู้ถือหุ้นสามัญรายย่อย (Free float) ณ วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น หรือวันที่คณะกรรมการกำหนดเพื่อกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 เท่ากับ 39.73% ของทุนชำระแล้วของบริษัท
ด้านนางสาวภัทร์ภูรี ชินกุลกิจนิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบัญชีและการเงิน BCP กล่าวว่า ทิศทางการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 สำหรับกลุ่มธุรกิจการตลาด ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลการเดินทาง คาดวอลุ่มเพิ่มขึ้น 2-3% ส่วนกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด คาดว่าโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในประเทศสหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต ทั้งในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จนไปถึงปี 2569-2570
สำหรับแผนขยายจำนวนสถานีบริการน้ำมันบางจากในปีนี้ ตั้งเป้าเพิ่มขึ้น 50 แห่ง หรือมากกว่า 2,200 แห่งภายในสิ้นปีนี้ ในทำเลที่มีศักยภาพ โดยงวด 9 เดือนของปีนี้มีจำนวนสถานีบิการน้ำมันบางจากรวม 2,173 แห่ง และปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดน้ำมัน (Market Share) อยู่ที่ 29% ขณะที่ร้านอินทนิล มีการขยายสาขาเพิ่มเติมในปีนี้ 180 สาขา คาดสิ้นปีอยู่ที่กว่า 1,200 สาขา โดย ณ ไตรมาส 3/2568 อยู่ที่ 1,108 สาขา
ส่วน OKEA ASA (OKEA) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ปัจจุบันมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงได้ปรับกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น จากเดิมปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 30,000-32,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นเป็น 32,000-33,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน และในปี 2569 จากเดิมคาดว่าจะอยู่ที่ 26,000-30,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 31,000-35,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน โดยล่าสุดการค้นพบน้ำมันในหลุมสำรวจ Talisker ณ แหล่ง Brage (PL 055) ประเทศนอร์เวย์ สำหรับการค้นพบครั้งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ Organic Growth ของ OKEA ที่มุ่งต่อยอดการผลิตจากแหล่งปิโตรเลียมในพื้นที่ใกล้เคียงกับโครงสร้างพื้นฐานเดิม
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองบวกต่อโครงการซื้อหุ้นคืนของ BCP โดยคาดว่าระยะสั้นจะมีแรงหนุนราคาหุ้นจากวงเงินซื้อคืนในปีแรกราว 1,100 ล้านบาท สะท้อนว่าราคาซื้อคืนสูงสุดอาจอยู่ที่ประมาณ 37 บาทต่อหุ้น และช่วยเพิ่มกำไรต่อหุ้น (EPS) ให้ผู้ถือหุ้น มองว่า BCP มีสภาพคล่องเพียงพอ โดย ณ ไตรมาส 3/2568 มีเงินสดงบการเงินเฉพาะกิจการ 1.8 พันล้านบาท และเงินสดงบการเงินรวม 2.7 หมื่นล้านบาท
พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น BCP ราคาเป้าหมาย 44 บาทต่อหุ้น โดยประเมินว่าธุรกิจโรงกลั่นอยู่ในช่วงฟื้นตัวตามอัตรากำไร คาดว่าประสิทธิภาพจะดีขึ้นหลังการอัพเกรดหอกลั่นและโรงงาน อีกทั้งได้รับแรงหนุนจากภาวะน้ำมันตึงตัวที่ช่วยผลักดันค่าการกลั่น ธุรกิจการตลาดมีแนวโน้มที่ดีขึ้น อัตราค่าการตลาดฟื้นตัว และยอดขายในกลุ่มลูกค้าเชิงพาณิชย์เติบโตจากการขายน้ำมันเดินเรือ ขณะเดียวกัน ธุรกิจโรงไฟฟ้าได้แรงหนุนจากค่าไฟฟ้าในสหรัฐฯ และรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้า Monsoon ใน สปป.ลาว เต็มปี ส่วน OKEA ASA (OKEA) บริษัทย่อยของบางจากมีโอกาสเติบโตเพิ่มเติมจากการควบรวมกิจการ โดยปัจจุบันมีเงินสดคิดเป็น 20% ของสินทรัพย์รวม
บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ให้มุมมองเชิงบวกต่อการซื้อหุ้นคืนครั้งนี้ โดยมองว่าสะท้อนราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ขณะนี้บริษัทมีอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) ที่ 0.66 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต การซื้อหุ้นคืนช่วยเพิ่มผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) และกำไรต่อหุ้น (EPS) อีกทั้งบริษัทยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีกำไรสะสมกว่า 31,044 ล้านบาท และเงินสด/สินทรัพย์สภาพคล่องมากกว่า 2,521 ล้านบาท การนำเงินสดส่วนเกินไปซื้อหุ้นคืนสะท้อนความเชื่อมั่นต่อกำไรและกระแสเงินสดในอนาคต คงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 37.25 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” หุ้น BCP ราคาเป้าหมาย 34.00 บาท โดยบริษัทประกาศแผนซื้อหุ้นคืนระยะเวลา 3 ปี วงเงินรวมไม่เกิน 3.8 พันล้านบาท ดาโอมีมุมมองบวก โดยคาดว่าราคาสูงสุดที่บริษัทอาจใช้ซื้อหุ้นคืนในปีแรกจะไม่เกิน 37.29 บาทต่อหุ้น (เพิ่มขึ้นราว 33% จากราคาปิดล่าสุด)
โดยคงประมาณการกำไรปกติปี 2568 และปี 2569 ที่ 5,400 ล้านบาท และ 6,400 ล้านบาท ตามลำดับ เทียบกับขาดทุน 802 ล้านบาทในปี 2567 และคาดว่าบริษัทจะได้ประโยชน์จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันและราคาน้ำมันดิบ (Crack Spread) ที่แข็งแกร่งในไตรมาส 4/2568 คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 34.00 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองเชิงบวกต่อการประกาศซื้อหุ้นคืน เนื่องจากเป็นการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นและกำไรสุทธิต่อหุ้น โดยประเมินว่าเม็ดเงินซื้อหุ้นคืนเฟสแรกอาจให้ผลบวกต่อราคาหุ้นราว 1-2% สะท้อนว่าผู้บริหารมองมูลค่าที่แท้จริงของบริษัทสูงกว่าราคาตลาด
โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 47 บาท และยังมีอัพไซด์จากโครงการซื้อหุ้นคืนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามระยะสั้นแนะนำเก็งกำไรตามแรงหนุนซื้อหุ้นคืนก่อน เนื่องจากราคาน้ำมันโลกถูกกดดันจากอุปทานที่ผ่อนคลายจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่าโครงการซื้อหุ้นคืนของ BCP ส่งผลบวกในเชิงบรรยากาศการลงทุนแม้ว่าจะไม่มากนัก โดยการซื้อหุ้นคืนเฟสแรกคิดเป็น 2% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดหลังเพิกถอนหุ้น BSRC คิดเป็นราคาซื้อเฉลี่ยประมาณ 37 บาทต่อหุ้น และเฉลี่ยการซื้อวันละ 227,000 หุ้น คิดเป็น 3% ของมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของปี 2568 โดยมองว่าการซื้อหุ้นคืนอย่างต่อเนื่องเป็นการบริหารเงินสดที่ดี และช่วยยกระดับผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในระยะยาว คงคำแนะนำ “Outperform” ราคาเป้าหมาย 34.40 บาท