รู้เบาะแส "กลุ่มผู้ก่อเหตุ" วางระเบิดปั๊มน้ำมันจังหวัดชายแดนใต้
วันนี้ (13 ม.ค.2569) พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด บูรณาการงานข่าวร่วมกับตำรวจอย่างใกล้ชิด เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจ-จุดสกัด และตรวจเข้มจุดผ่านแดน เพื่อควบคุมพื้นที่อย่างละเอียด
ส่วนการติดตามผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันพร้อมกันในพื้นที่ 5 อำเภอ จ.นราธิวาส ช่วงกลางคืนวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา หน่วยงานความมั่นคง ระบุว่า จากการเก็บวัตถุพยานในพื้นที่จุดเกิดเหตุทั้ง 5 จุด พบว่า ระเบิดแสวงเครื่องที่ผู้ก่อเหตุใช้ บรรจุในภาชนะถังดับเพลิงหนักลูกละ 20 กิโลกรัม แต่ละจุดมีการจุดชนวนระเบิด 2 ระบบ ทั้งการตั้งเวลาและใช้รีโมทคอนโทรล วางที่หัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ร้านสะดวกซื้อและรถบรรทุกน้ำมัน เน้นความเสียหาย แต่ไม่ประสงค์ชีวิต
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดปั๊มน้ำมันแต่ละแห่ง ผู้ก่อเหตุแต่งกายชุดสีดำ มีอาวุธปืนครบมือ และแต่ละปั๊มมีผู้ก่อเหตุ 4-6 คน มีการวางแผนอย่างดีและเป็นกลุ่มเดิมๆ ที่เคยก่อเหตุในพื้นที่ โดยเหตุลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันที่ อ.เจาะไอร้อง พบเป็นกลุ่มนายมูซอฮา เจะเด็ง มีประวัติเคยร่วมก่อเหตุปล้นทองห้างบิ๊กซีสุไหงโก-ลก ส่วนปั๊มน้ำมันที่ อ.ระแงะ พบเป็นกลุ่มนายอารง ดือราโพ เคยก่อเหตุปล้นรถบริษัทเครื่องดื่มน้ำอัดลมและพารถไปปล้นร้านค้าที่ อ.ระแงะ
ปั๊มน้ำมันที่ อ.จะแนะ เป็นกลุ่มนายอับดุลเลาะ บูละ เคยก่อเหตุลอบเผารถยนต์และเครื่องจักรกลในเหมืองแร่ ส่วนปั๊มน้ำมันที่ อ.แว้ง เป็นกลุ่มนายตอเย็บ เมทารง เคยก่อเหตุลอบวางระเบิดโรงไฟฟ้าชีวมวล และปั๊มน้ำมันที่ อ.สุไหงโก-ลก เป็นกลุ่มเครือข่ายเดียวกันกับนายตอเย็บ ซึ่งเคยปล้นทองห้างบิ๊กซีสุไหงโก-ลก โดยทั้ง 5 กลุ่ม เจ้าหน้าที่กำลังแกะรอยความเชื่อมโยง ส่วนการหลบหนีทราบว่าส่วนหนึ่งหนีไปประเทศเพื่อนบ้านแล้ว และอีกส่วนหนึ่งหนีขึ้นกบดานอยู่บนเทือกเขาในพื้นที่
ขณะที่ พ.ต.อ.ธัชพิชัย จารย์วรานนท์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบที่เกิดเหตุครบทั้ง 11 จุด พบวัตถุพยานเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊ส ถังดับเพลิงและกล่องเหล็ก จุดชนวนด้วยระบบนาฬิกาและรีโมตคอนโทรล ส่วนปลอกกระสุนปืนจากเหตุที่ ต.ท่าสาป จ.ยะลา พบความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงบีอาร์เอ็น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์เชิงลึก เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี
สำหรับการเยียวยาเจ้าของปั๊มที่ได้รับความเสียหาย ศอ.บต.จะยึดหลักเกณฑ์เยียวยาตามมติ ครม.วันที่ 31 พ.ค.2548 โดยจะประเมินทรัพย์สินให้เสร็จสิ้นภายใน 2-4 สัปดาห์ และพิจารณาจ่ายเงินชดเชยล่วงหน้าไม่เกินร้อยละ 50 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ทั้งนี้หากงบเยียวยาเกิน 100 ล้านบาท ในช่วงรัฐบาลรักษาการจะต้องเร่งนำเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามขั้นตอนกฎหมาย
อ่านข่าว
ครม.ต่อเวลา 3 เดือนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ จังหวัดชายแดนใต้
กสม.ประณามเหตุวางระเบิด 11 จุด 3 จังหวัดชายแดนใต้ ละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง
นายกฯ รับเหตุวางเพลิงปั๊มชายแดนใต้โยงการเมือง-ก่อการร้าย