โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

อากาศริมโขงส่อวิกฤต ฝุ่นPM2.5 เกินเกณฑ์ทั้งสัปดาห์ เทศบาลเตือนปชช.ให้ดูแลตัวเอง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อากาศริมโขงส่อวิกฤต ฝุ่นPM2.5 เกินเกณฑ์ทั้งสัปดาห์ หมอกควันหนามองไม่เห็นวิวฝั่งลาว เทศบาลทำได้แค่เตือนปชช.ให้ดูแลตัวเอง งดกิจกรรมกลางแจ้ง-สวมแมสก์

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ในช่วงนี้ไม่เพียงประสบปัญหาสภาพอากาศ ร้อนอบอ้าว บางวันมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงที่ประมาณ 38-40 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ สภาพอากาศยังส่อวิกฤต โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอชายแดน ติดแม่น้ำโขง อ.บ้านแพง อ.เมือง อ.ท่าอุเทน และ อ.ธาตุพนม พบว่าสภาพอากาศ มีฟ้ามหลัวจากปัญหามลพิษ หมอกควันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ ที่สวยงามของฝั่ง สปป.ลาว ได้ตามปกติ เนื่องจากมีค่าฝุ่น PM2.5 สูงประมาณ 90-100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนค่าดัชนีคุณภาพทางอากาศ AQI อยู่ที่ประมาณ 170-200 ถือว่าเกินมาตรฐาน เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพประชาชน ทั้งนี้ หน่วยงานเกี่ยวข้อง ได้ออกมาเตือนประชาชน นักท่องเที่ยว ให้งดกิจกรรมกลางแจ้ง รวมถึงสวมหน้ากากอนามัย ก่อนออกจากบ้าน เพราะเสี่ยงผลกระทบเกิดโรคทางเดินหายใจ ส่วนสาเหตุคาดว่า มาจากมลพิษ การเผาวัชพืช รวมถึงอุตสาหกรรมในประเทศเพื่อนบ้าน

สอบถามนายสมโชค คูสกุล สมาชิกสภาเทศบาลเมืองนครพนม เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ยอมรับว่าสภาพอากาศตามแนวชายแดนน้ำโขง มีฟ้าหลัวมาหลายวัน จากที่เคยเห็นวิวทิวทัศน์ความสวยงาม ฝั่ง สปป.ลาว ในช่วงนี้ไม่สามารถมองเห็นได้ เพราะเกิดมลภาวะ ควันพิษทางอากาศมากขึ้น เกิดจากปัจจัยการเผาวัชพืช รวมถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ฝั่ง สปป.ลาว อยากให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ที่เข้ามาในพื้นที่หมั่นดูแล สุขภาพ หรือต้องมีการสวมใส่หน้ากากอนามัย หากออกกลางแจ้ง หรือออกกำลังกาย และเฝ้าติดตามข่าวพยากรณ์อากาศใกล้ชิด เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อากาศริมโขงส่อวิกฤต ฝุ่นPM2.5 เกินเกณฑ์ทั้งสัปดาห์ เทศบาลเตือนปชช.ให้ดูแลตัวเอง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...