บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิด 4 กองทุนใหม่ Thai ESGX พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่ม
บลจ.ไทยพาณิชย์ ขานรับภาครัฐ จัดเต็มเปิด 4 กองทุนใหม่ Thai ESGX เปิดทางเลือกลงทุนแบบ Extra เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่ม มอบโปรโมชัน Fund Back สูงสุด 600 บาท(*) เมื่อลงทุนตั้งแต่ 2 พ.ค. – 30 มิ.ย. 68 เท่านั้น
นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM เปิดเผยว่า แนวทางการลงทุนแบบยั่งยืนถือเป็นหนึ่งแรงผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่เติบโตจากการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ประกอบกับภาครัฐมีความมุ่งมั่นผลักดันให้การลงทุนแบบยั่งยืนกลายเป็นทางเลือกหลักของผู้ลงทุนไทย ทำให้เกิดการร่วมมือจัดตั้งกองทุน Thai ESG Extra (Thai ESGX) ซึ่งเป็นการลงทุนใหม่ที่แยกออกมาจากกองทุน Thai ESG โดยในปี 2568 มีกำหนดระยะเวลาเข้าลงทุนเพียง 2 เดือน (พฤษภาคม - มิถุนายน 2568)
พร้อมโอกาสพิเศษกับสิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่ม โดยแบ่งออกเป็น 2 วงเงินได้แก่ 1.) วงเงินใหม่ กับสิทธิลดหย่อนภาษีปี 2568 สูงสุด 300,000 บาท และ 2.) วงเงินเดิม ที่สับเปลี่ยนจากกองทุน LTF จะได้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 500,000 บาท โดยแบ่งใช้ปี 2568 ได้สูงสุด 300,000 บาท และส่วนเกินทยอยใช้สิทธิในปี 2569-2572ปีละเท่าๆ กัน สูงสุดไม่เกินปีละ 50,000 บาท
โดยเงื่อนไขการรับสิทธิต้องโอนย้ายหน่วยลงทุน LTF ทั้งหมดที่ถือครองตั้งแต่ 11 มี.ค. 68 เป็นต้นไป ทุกกองทุน ทุกบลจ. ไป Thai ESGX
ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสพิเศษนี้ให้กับผู้ลงทุน SCBAM จึงเสนอขายกองทุน Thai ESGX พร้อมกัน 4 กองทุน โดยออกแบบกลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลายและคัดสรรหลักทรัพย์ที่ผ่านเกณฑ์ ESG เพื่อตอบทุกความต้องการของผู้ลงทุนทุกกลุ่ม มีให้เลือกลงทุนทั้งชนิดสะสมมูลค่าและชนิดจ่ายเงินปันผล โดยกองทุน Thai ESGX ของ SCBAM จะแบ่งเป็น 3 สไตล์ สไตล์แรก คือ
สไตล์ผสมกับ กองทุน SCBT70X (กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ผสม 70 ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ) กองทุนรวมผสมที่ลงทุนเชิงรุก บาลานซ์การลงทุนกับหุ้นไทยและตราสารหนี้ ESG มีสัดส่วนลงทุนหุ้นไทยที่ไม่เกินร้อยละ 70
สไตล์ถัดมา คือ สไตล์ Activeแบ่งเป็น 2 กองทุน คือ กองทุน SCBTAPX(กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นแอคทีฟ พลัส ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ) กองทุนรวมหุ้นที่ลงทุนเชิงรุกกับหุ้นไทย ESG และกระจายความเสี่ยงด้วยหุ้นต่างประเทศที่มีนโยบายตามเกณฑ์ ESG ไม่เกินร้อยละ 20
และกองทุน SCBTAX(กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นแอคทีฟ ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ) กองทุนรวมหุ้นที่ลงทุนเชิงรุกกับหุ้นไทยที่โดดเด่นด้าน ESG และมีมูลค่าพื้นฐานที่น่าสนใจในสัดส่วนที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และ
และสุดท้ายสไตล์ Passiveกับ กองทุน SCBTS100X(กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ดัชนี SET100FF ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ) กองทุนรวมหุ้นที่ลงทุนเชิงรุกกับหุ้นไทยตามดัชนี SET100 Free Float ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนความเคลื่อนไหวของราคากลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นไทย
โดย SCBAM จะเปิดเสนอขาย 4 กองทุนพร้อมกันวันที่ 2-8 พฤษภาคม 2568 และลงทุนต่อเนื่องได้ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2568 เท่านั้น และเพื่อให้โอกาสพิเศษนี้ Extra มากขึ้น SCBAM จึงจัดแคมเปญพิเศษมอบ Fund Back จากการลงทุนในกองทุน Thai ESGX สูงสุด 600 บาท(*) สำหรับวงเงินใหม่ เมื่อลงทุนในช่วงเวลาดังกล่าว
+สำหรับกองทุน Thai ESGX จาก SCBAM จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ +
- เงินลงทุนใหม่ โดยจะมีให้เลือกลงทุน ทั้งชนิดสะสมมูลค่า 2025 (25A) และชนิดจ่ายเงินปันผล 2025 (25D) ซึ่งจะมีรายชื่อกองทุน Thai ESGX ดังนี้ SCBT70X(25A), SCBT70X(25D), SCBTAPX(25A), SCBTAPX(25D), SCBTAX(25A), SCBTAX(25D), SCBTS100X(25A), SCBTS100X(25D)
- เงินลงทุนเดิมที่สับเปลี่ยนจากกองทุน LTF โดยจะเปิดให้สับเปลี่ยนได้ทุกวันทำการตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2568 – 30 มิถุนายน 2568 โดยมีให้เลือกลงทุน ทั้งชนิดเงินลงทุนเดิมแบบสะสมมูลค่า (LTFA) และชนิดเงินลงทุนเดิมแบบปันผล (LTFD) ซึ่งจะมีรายชื่อกองทุน Thai ESGX ดังนี้ SCBT70X(LTFA), SCBT70X(LTFD), SCBTAPX(LTFA), SCBTAPX(LTFD), SCBTAX(LTFA), SCBTAX(LTFD), SCBTS100X(LTFA), SCBTS100X(LTFD)
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า“ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงมาค่อนข้างมากและอาจยังมีความผันผวนสูงในช่วงครึ่งแรกของปี จากปัจจัยภายนอกที่กดดันเศรษฐกิจและดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวม อย่างไรก็ดี หากมองในเชิงผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดฯ จะพบว่า บริษัทไทยยังมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแรง
ทำให้มองว่ามูลค่าราคาหุ้นไทยปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการลงทุนกับกองทุน Thai ESGX คัดสรรมาเฉพาะหุ้นไทยคุณภาพที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ESG การลงทุนจึงไม่เพียงแต่มีคุณสมบัติการลงทุนที่ยั่งยืน แต่จากสิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่ภาครัฐมอบให้แก่ผู้ลงทุนอย่างเต็มที่ สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ทั้งวงเงินลงทุนใหม่และวงเงินลงทุนเดิมที่สับเปลี่ยนจากกองทุน LTF ครั้งนี้ จึงเป็นข้อได้เปรียบที่ไม่มีในกองทุนลดหย่อนภาษีทั่วไป
ซึ่งหากปัจจัยกดดันต่างๆ เริ่มคลี่คลาย เศรษฐกิจในประเทศมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวได้ดีขึ้น จากมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยที่จะทยอยเข้ามาในช่วงกลางปี กองทุน Thai ESGX ครั้งนี้ เป็นโอกาสลงทุนครั้งสำคัญและประโยชน์ต่อผู้ลงทุนทั้งการได้สิทธิลดหย่อนภาษีพิเศษ และโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว”