โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"เบนซ" เล่าอุทาหรณ์ รถเข็นห้างลากแม่ร่วง เจ็บหนัก ไร้ความรับผิดชอบจากห้าง

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2565 เวลา 06.04 น.
“เบนซ” เล่าอุทาหรณ์ รถเข็นห้างลากแม่ร่วง เจ็บหนัก ไร้ความรับผิดชอบจากห้าง

"อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ" ประโยคนี้แอดเชื่อว่าทุกคนเอาไว้ใช้เตือนสติตัวเองอยู่แล้ว แต่บางครั้งอุบัติเหตุบางอย่างก็ไม่น่าเกิดขึ้น อย่างเช่นเหตุการณ์ที่นักแสดงชื่อดัง "เบนซ์ พรชิตา" ได้นำมาเล่าเป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกคนที่ต้องไปซื้อของในห้างสรรพสินค้าได้ระมัดระวังกันไว้ โดยเบนซ์ได้โพสต์ข้อความยาว ถึงอุบัติเหตุที่คุณแม่ของเธอได้ประสบมา ซึ่งเป็นเหตุการณ์เกี่ยวกับรถเข็นของในห้าง โดยระบุข้อความว่า

ภาพจาก IG: pornchita

"เบนซ์ขอเล่าเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดกับคุณแม่เบนซ์เมื่อ 2 เดือนครึ่งที่แล้ว เพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนไปซื้อของนะคะ เมื่อวันที่ 24 กันยายนคุณแม่ได้แวะไปซื้อของในห้างแห่งนึงใกล้บ้านแม่ ซึ่งปกติก็ซื้อที่นี่เป็นประจำ ในส่วนที่เป็นที่ซื้อสินค้าอยู่ชั้นสอง ทำให้ลูกค้าต้องใช้รถเข็นลงจากชั้นสองโดยใช้ทางเลื่อน เพราะทางห้างไม่มีลิฟท์ให้เลือกใช้ ปรากฏว่าล้อรถเข็นไม่ล็อกกับทางเลื่อนที่ลาดลงมาจากชั้นสอง ด้วยน้ำหนักของบวกกับรถเข็น เลยลาก "แม่เบนซ์" ลงมาตลอดทางลาดด้วยความเร็ว และกระแทกเข้ากับเคาน์เตอร์ของร้านค้าด้านล่าง ศีรษะและใบหน้ากระแทกเข้ากับรถเข็น เลือดไหลเยอะมาก(เพราะเพิ่งทำบอลลูนหัวใจไม่ถึงเดือนและต้องกินยาละลายลิ่มเลือด)เย็บไป 4 เข็ม มีแผลฟกช้ำตามร่างกายหลายจุดจากการลากลงทางลาด และต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นระยะเวลา 3 วันจึงกลับมาพักฟื้นที่บ้านต่อ แต่จนถึงวันนี้ก็ยังมีอาการเจ็บอยู่

ภาพจาก IG: pornchita
ภาพจาก IG: pornchita

เหตุผลที่แม่ไม่ปล่อยรถเข็น เพราะข้างหน้ามีคนยืนอยู่บนทางเลื่อน จึงกลัวว่ารถเข็นจะพุ่งไปกระแทกหลังหรือชนคนอื่นจนได้รับบาดเจ็บ เลยพยายามดึงไว้ ซึ่งหลังเกิดเหตุวันรุ่งขึ้นเบนซ์ได้ไปดูจุดเกิดเหตุ ก็มีคนเข้ามาเล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านี้ที่จะเกิดเหตุกับแม่ ก็เคยเกิดขึ้นแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งหลังจากเกิดเหตุได้หนึ่งวันตอนที่แม่อยู่ที่โรงพยาบาล ก็มีเจ้าหน้าระดับผู้จัดการของทางห้างมาเยี่ยมโดยบอกกับทางเราว่าจะมี ผู้ใหญ่เป็นอดีตนักการเมืองจะขอมาเยี่ยมแม่ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้มา แต่ที่มาคือผู้จัดการของห้าง ช่วงแรกที่คุยก็เหมือนจะไม่ราบรื่น แต่ก็สรุปจบตรงที่ผู้จัดการห้างบอกว่า ทางห้างจะดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาแม่ให้ แต่หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์หลังจากที่เกิดเหตุผู้จัดการห้างก็โทรมาถามถึงอาการแม่ 1 ครั้งโดยถามแค่อาการ และบอกว่าจะโทรมาถามอาการเรื่อยๆ ซึ่งหลังจากวันนั้นจนถึงวันนี้ทางห้างก็ไม่ได้มีการเยียวยา ชดใช้ หรือติดต่อกลับมาทางเราอีกเลย

ภาพจาก IG: pornchita

บาดเจ็บแต่ละคน จะใช้กฎหมายหรือเอาเรื่องกับทางห้างขนาดไหนถึงจะยอมออกมาดู กรณีแม่ของเบนซ์คือเรายังสามารถดูแลแม่ได้ และถ้ากรณีแบบนี้เกิดขึ้นกับคนที่ไม่มีกระบอกเสียง ไม่มีสตางค์ ผู้สูงอายุที่ไม่มีญาติ หรือตาสีตาสาทั่วไปจะทำยังไงดังนั้นทางห้างควรมีการดูแลและเยียวยาคนเจ็บมากกว่านี้ ไม่ใช่เงียบไปแบบนี้

ภาพจาก IG: pornchita
ภาพจาก IG: pornchita

สิ่งที่เบนซ์อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก็คือ
1.เมื่อเกิดเหตุในห้างสิ่งแรกคือรับผิดชอบโดยไม่มีข้อโต้แย้งเพราะเป็นพื้นที่ของคุณ

โดยมีลูกค้าไปใช้บริการในพื้นที่ของคุณ การหาสาเหตุควรเป็นไปเพื่อแก้ไขและพัฒนาองค์กรของคุณไม่ใช่เพื่อแก้ต่างกับลูกค้า
2.ทางห้างควรหมั่นตรวจสอบ การล๊อคของรถเข็นและแผ่นล็อคล้อตรงทางลาดของห้างอย่างสม่ำเสมอให้ดีกว่านี้
3.สังคมไทยมีผู้สูงอายุจำนวนมากขึ้น ทางห้างควรจัดหาพนักงาน มาบริการช่วยเหลือผู้สูงอายุตั้งแต่ บริเวณแคชเชียร์โดยไม่ต้องรอร้องขอความช่วยเหลือ เบนซ์หวังว่าอุบัติเหตุของแม่จะ สร้างความเปลี่ยนแปลงกับทุกคนที่เป็นผู้ใช้บริการโดยเฉพาะผู้สูงอายุทุกท่านให้ได้รับการบริการและการดูแล รวมถึงความปลอดภัยที่ดีขึ้นนะคะ

ภาพจาก IG: pornchita
ภาพภาพจาก IG: pornchita

ทั้งนี้เบนซ์ยังขึ้นแคปชั่นเอาไว้ใต้โพสต์อีกว่า "พอเกิดเรื่องนี้ขึ้นกับแม่ตัวเอง คือไปไม่ถูกเหมือนกัน แม่อายุ75 ปีแล้ว ตอนนี้คือเดินช้ามาก ปวดขาปวดหลังไปหมด มีใครเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้างไม๊คะ ไม่อยากให้เกิดกับใครอีกแล้ว เราควรทำยังไงดีคะ" ท่ามกลางบรรดาคนดังรวมถึงแฟนๆ ต่างพากันเข้ามาส่งกำลังใจให้คุณแม่ของสาวเบนซ์กันเพียบ พร้อมกับแนะนำว่าให้เบนซ์ปรึกษาทนายความ เพื่อที่จะได้จัดการเรื่องนี้ และเป็นแรงกระเพื่อมให้ทางห้างดูแลความปลอดภัยในส่วนนี้เพิ่มมากขึ้น

ภาพจาก IG: pornchita
ภาพจาก IG: pornchita
ภาพจาก IG: pornchita
ภาพจาก IG: pornchita
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...