โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“แฮกเกอร์” ป่วน “ทวิตเตอร์” ข้อมูลผู้ใช้รั่วกว่า 200 ล้านบัญชี

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 06 ม.ค. 2566 เวลา 09.50 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์กล่าวเมื่อวานนี้ (5 ม.ค.) ว่า ข้อมูลอีเมลแอดเดรสจากบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์มากกว่า 200 ล้านบัญชีถูกแฮก แล้วถูกนำไปโพสต์เผยแพร่ลงบนฟอรั่มออนไลน์สำหรับแฮกเกอร์

นายอาลอน กัล ผู้ร่วมก่อตั้ง ฮัดสัน ร็อค (Hudson Rock) บริษัทตรวจสอบด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของอิสราเอล เปิดเผยผ่านลิงด์อินว่า ข้อมูลที่รั่วไหลครั้งนี้จะนำไปสู่การแฮกข้อมูล การฟิชชิ่ง (phishing) หรือการหลอกลวงด้วยการล่อให้คลิกลิงก์เว็บไซต์ปลอม และการด๊อกซิ่ง (doxxing) หรือการนำข้อมูลส่วนบุคคลมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์โดยไม่ได้รับความยินยอม อีกเป็นจำนวนมาก นายกัลกล่าวอีกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้นับเป็นเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งที่เขาเคยเห็นมา

หนังสือพิมพ์เดอะสเตรทไทม์ส รายงานว่า ทวิตเตอร์ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับรายงานการแฮกข้อมูลดังกล่าวที่นายกัลได้โพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค.65 และยังไม่ได้ออกมาตอบคำถามว่าการแฮกข้อมูลมีขึ้นตั้งแต่วันนั้นหรือไม่ นอกจากนี้แล้ว ยังไม่ทราบแน่ชัดเช่นกันว่าทวิตเตอร์ได้ดำเนินการตรวจสอบหรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วหรือไม่

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์ชี้ว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าข้อมูลที่ถูกนำไปเผยแพร่บนฟอรั่มเป็นข้อมูลผู้ใช้จากทวิตเตอร์จริงหรือไม่ และในขณะนี้ ภาพหน้าจอของฟอรั่มแฮกเกอร์ดังกล่าวได้ถูกแชร์ไปทั่วสังคมออนไลน์

ทั้งนี้ยังไม่มีหลักฐานใดที่ระบุตัวตนได้ว่าแฮกเกอร์หรือกลุ่มแฮกเกอร์ที่อยู่เบื้องหลังการโจรกรรมข้อมูลเหล่านี้เป็นใครและอยู่ที่ใด และเป็นไปได้ว่าข้อมูลดังกล่าวอาจถูกแฮกไปแล้วตั้งแต่ปี 64 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่นายอีลอน มัสก์ จะเข้าซื้อกิจการทวิตเตอร์ในปี 65

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...