โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

"อีซูซุ" จี้ดีลเลอร์รักษาแชมป์ปิกอัพ ห่วง "ชิป" ขาด...กระทบแผนผลิต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 เม.ย. 2564 เวลา 09.14 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. 2564 เวลา 09.13 น.

สัมภาษณ์

ช่วงปีที่ผ่านมาถือเป็นปีแห่งความสำเร็จของค่ายตรีเพชรอีซูซุ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทุกคนต้องผ่าฟันกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่สำหรับอีซูซุสามารถพลิกตำรา ก้าวขึ้นมาเป็นค่ายรถยนต์ที่มียอดขายรถปิกอัพสูงสุดแซงหน้าเพื่อน ๆ ในอุตสาหกรรม แถมยังมียอดขายวิ่งไปแตะในแดนบวก ขณะที่หลาย ๆ ค่ายต้องเรียกว่าสาหัสแม้จะเห็นความชัดเจนมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา แต่อีซูซุยังถ่อมตนว่าท้ายที่สุดต้องรอตัวเลขอย่างเป็นทางการ อะไรคือเหตุแห่งปัจจัยความสำเร็จวันนี้ “ทาเคชิ คาซาฮาระ” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด มาบอกเล่าถึงปัจจัยแห่งความสำเร็จ ไปติดตามกัน

Q : รับมือระบาดระลอกสองอย่างไร

ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 2 เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แน่นอนว่าอีซูซุไม่สามารถจัดกิจกรรมออฟไลน์ได้ ทำให้การพบปะกับลูกค้าได้น้อยลง ส่งผลให้อีซูซุมียอดขายลดลงไปนิดหน่อย

แต่พอเข้าสู่ช่วงต้นปี สถานเริ่มกลับมาคลี่คลายขึ้น โดยเฉพาะมีปัจจัยบวกด้านวัคซีนออกมา ทำให้ความกังวลต่าง ๆ หายไป ทำให้เชื่อว่ายอดขายในช่วงไตรมาสแรกของอีซูซุจะดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะในสถานการณ์นี้ อีซูซุค่อนข้างได้เปรียบด้านผลิตภัณฑ์ เนื่องจากมีการเปิดตัวออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ ปลายปี 2019 แต่ยังไม่ครบทุกรุ่น และในปี 2020 เราออกรุ่นความสูงมาตรฐาน เกียร์อัตโนมัติมาเสริม รวมถึงไลฟ์สไตล์ปิกอัพ อีซูซุดีแมคซ์ X-Series และปลายปีออกออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์ ทำให้อีซูซุมีรถยนต์ครบทุกไลน์อัพ และเป็นรถรุ่นใหม่ทั้งหมด

Q : อะไรคือความได้เปรียบของอีซูซุ

ความได้เปรียบ และจุดแข็งของอีซูซุเป็นเรื่อง“ความคุ้มค่าเงินสูงสุด” ในความคิดของลูกค้า นั้นก็เป็นผลมาจากการที่อีซูซุมีความตั้งใจนำเสนอและพัฒนาคุณภาพรถที่ดีมาก

อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีมาก ราคาขายต่อที่ดีมาก และเครือข่ายการบริการที่ดีมาก ทำให้ลูกค้าที่จะต้องใช้รถในภาวะที่ยากลำบากแบบนี้และมีรายได้จำกัด ลูกค้าจึงเลือกซื้อรถของอีซูซุ

ทั้งนี้ อีซูซุยังเชื่อได้ว่าโมเมนตัมของรถปิกอัพยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง และไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปมากกว่านี้ เพราะรถปิกอัพมีข้อได้เปรียบอยู่มาก เนื่องจากเป็นรถอเนกประสงค์ที่ใช้ทั้งทำงานและส่วนตัวได้ด้วย

Q : ประเมินตลาดปีนี้

สำหรับปีนี้ในส่วนของการคาดการณ์ตลาดรวมประเมินค่อนข้างยาก นั่นเป็นเพราะมีปัจจัยที่ไม่แน่นอนเยอะ โดยเฉพาะสถานการณ์โควิด-19 ทั้งในประเทศและทั่วโลก ต้องดูว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบไหน ถ้าสถานการณ์ดีขึ้น เศรษฐกิจก็จะกระเตื้องรวมถึงทำให้การส่งออกและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวดีขึ้น ตลาดรถยนต์เมืองไทยก็จะดีขึ้นตามไปด้วย แต่ถ้าเป็นไปในทางตรงข้ามก็จะไม่ดี อย่างตลาดในช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมา มียอดขายรวมทั้งสิ้น 114,506 คัน เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้วลดลง 18.2% ทั้งนี้ อีซูซุยังเชื่อว่าตลาดรถยนต์น่าจะสามารถเพิ่มขึ้นได้ เมื่อเทียบกับช่วงปีที่แล้ว และคาดว่าน่าจะมียอดขายรวมไปอยู่ที่ระดับ 860,000-870,000 คัน เพิ่มขึ้น 9-10% จากปีก่อน

ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ทรงตัวไม่ดีขึ้นหรือเลวลง และอีซูซุเชื่อว่าหากอุตสาหกรรมยังสามารถรักษาระดับกลาง ๆ ไม่ดีไม่เลว ถ้ายังรักษาระดับได้แบบนี้ถือว่าโอเค

Q : ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่น่ากังวลมั้ย

สำหรับปัจจัยที่ยังต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด คือสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว อีกปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ตลาดรถยนต์ขายดีหรือไม่ ยังมีเงื่อนไขอยู่ที่ไฟแนนซ์ ว่าจะเข้มงวดเรื่องการปล่อยสินเชื่อมากขนาดไหน ถ้าเข้มมากจะมีผลต่อตลาดรถยนต์ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โควิด-19นี้ก็ระบาดมา 1 ปีแล้ว ดังนั้น เงื่อนไขความเข้มงวดจึงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงกะทันหัน หากแต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงมาก คือ การส่งออกและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากกว่า

Q : ช่วงที่ผ่านมาพบปัญหาหนี้เสียมากน้อยแค่ไหน

ในส่วนของปัญหาเรื่อง NPL ของลูกค้าอีซูซุไม่สูงเลย เพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และอีซูซุไม่มีนโยบายตัดราคาขายรถ ลูกค้าที่มาซื้อรถอีซูซุจึงมีกำลังซื้อ อีกทั้งอีซูซุมีบริษัทไฟแนนซ์ของตัวเอง คือ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ซึ่งมีการเสนอเงื่อนไขที่ดีให้กับลูกค้าของเราเองได้ หรือบริษัทไฟแนนซ์อื่นก็คงรับจัดให้ลูกค้าอีซูซุ เพราะเขาจะเลือกลูกค้าที่มีกำลังซื้อ

Q : ตั้งเป้าปีนี้ไว้อย่างไร

สำหรับตลาดปิกอัพปีที่แล้วมียอดขายรวม 364,932 คัน มีส่วนแบ่งการตลาด 46.1% แต่ปีนี้น่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยคาดการณ์ไว้ที่ 376,000 คัน ถือว่าไม่ค่อยต่างกันจากปีที่แล้วเท่าไร อย่างปีที่แล้วรัฐบาลมีมาตรการผ่อนคลายด้านสินเชื่อต่าง ๆ ให้กับสถาบันการเงิน ถ้าเป็นแบบนั้นก็จะกระตุ้นตลาดรถยนต์ได้ ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ อีซูซุมียอดขายปิกอัพรวม 26,313 คัน มีส่วนแบ่งการตลาด 50.4% มิว-เอ็กซ์ขายได้ 3,285 คัน มีส่วนแบ่ง 36.1% รถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่จำนวน 2,127 คัน มีส่วนแบ่ง 45.4% รวม 31,725 คัน ถือว่าในช่วง 2 เดือนแรกนี้สถานการณ์อีซูซุอยู่ในสภาวะที่ดีมาก เหตุผลหลักคือ ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์ ที่เปิดตัวปลายปีที่แล้ว กระแสดีมากต่อเนื่องมาถึงปีนี้ ส่วนออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ที่เปิดตัวปลายปี 2019 กระแสแรงจนถึงปีนี้เหมือนกัน และเชื่อว่ายังคงแรงไปจนถึงสิ้นปี เพราะลูกค้าอีซูซุยังคอยรถอยู่ แต่ก็ยังมีปัจจัยที่ไม่แน่นอนหลายประการ แต่อย่างไรก็ตาม เราพยายามผนึกกำลังกับตัวแทนจำหน่าย ปีนี้เราอยากขายให้ได้เท่ากับปีที่แล้ว เพราะปีที่แล้วเป็นปีที่ดีมากสำหรับเรา โดยปีที่แล้ว รถอีซูซุมียอดขายรวมทั้งสิ้น 181,194 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 22.9% ของตลาดรถยนต์รวม หรือ 44% ของตลาดรถปิกอัพของไทย ในขณะที่อีซูซุมิว-เอ็กซ์มีส่วนแบ่งการตลาด 18.3% และรถบรรทุกขนาดกลาง-ใหญ่ 50%

Q : ปัญหาเรื่องการซัพพลายชิ้นส่วน

ตอนนี้อีซูซุยังมีปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนบางส่วนอยู่ แต่ยังไม่ถึงกับรุนแรงมาก จากนี้ไปน่าจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างที่ทราบดี semiconductor ขาดแคลนทั่วโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...