โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สธ.แนะ "เกลือแร่" ป้องกันภาวะขาดน้ำ แต่ไม่ควรผสมกับนม/น้ำผลไม้

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 มิ.ย. 2563 เวลา 08.20 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 08.19 น.

สธ.แนะ “เกลือแร่” ป้องกันภาวะขาดน้ำ แต่ไม่ควรผสมกับนม/น้ำผลไม้

เกลือแร่- เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า เครื่องดื่มเกลือแร่เป็นเครื่องดื่มที่สามารถชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่ร่างกายสูญเสียไปได้ ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำตาลและเกลือแร่ที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำไปใช้ได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ร่างกายขาดน้ำและขาดสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย ช่วยแก้กระหาย ให้ความสดชื่นหลังเสียเหงื่อมาก เครื่องดื่มเกลือแร่มี 2 ชนิด คือ ชนิดเครื่องดื่ม และชนิดผงแห้งละลายน้ำ ตามปกติร่างกายได้รับเกลือแร่จากอาหารมากพออยู่แล้ว การขาดสมดุลเกลือแร่พบได้ในคนที่สูญเสียน้ำในร่างกายมาก เช่น เสียเหงื่อจากการออกกำลังกาย อาเจียน หรือท้องเสีย เป็นต้น

“การชดเชยการสูญเสียน้ำโดยการดื่มเกลือแร่ทดแทน เพื่อป้องกันการเสียสมดุลเกลือแร่ในร่างกายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ขณะเดียวกัน การได้รับโซเดียมและโพแทสเซียมที่อยู่ในเครื่องดื่มเกลือแร่มากเกินไป จะมีผลต่อการทำงานของตับและไต การเต้นของหัวใจ การทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อผิดปกติ ทั้งนี้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 195 (พ.ศ. 2543) เรื่องเครื่องดื่มเกลือแร่ กำหนดให้เครื่องดื่มเกลือแร่ต้องมีโซเดียมไม่น้อยกว่า 460 มิลลิกรัม (มก.) และไม่เกิน 920 มก. โพแทสเซียม ไม่เกิน 195 มก. ของน้ำหนักปริมาณเกลือแร่ต่อลิตร” นพ.โอภาส กล่าว

นพ.โอภาส กล่าวว่า สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ทำการตรวจสอบคุณภาพเครื่องดื่มเกลือแร่ ที่ผู้ประกอบการส่งมาตรวจวิเคราะห์ก่อนขึ้นทะเบียนคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตั้งแต่ปี 2558 – 2562 ผลการตรวจวิเคราะห์เครื่องดื่มเกลือแร่ จำนวน 114 ตัวอย่าง พบปริมาณโซเดียมระหว่าง 389 – 1,827 มก./ลิตร ในจำนวนนี้มีปริมาณโซเดียมน้อยกว่า 460 มก./ลิตร จำนวน 3 ตัวอย่าง มีปริมาณโซเดียมมากกว่า 920 มก./ลิตร จำนวน 7 ตัวอย่าง และพบปริมาณโพแทสเซียมระหว่าง 0 – 579 มก./ลิตร มีโพแทสเซียมมากกว่า 195 มก./ลิตร จำนวน 6 ตัวอย่าง พบเครื่องดื่มเกลือแร่มีคุณภาพผ่านมาตรฐานจำนวน 101 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 89 ไม่ผ่านมาตรฐานจำนวน 13 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 11 เมื่อจำแนกเป็นชนิดเครื่องดื่ม และชนิดผงแห้งละลายน้ำ พบว่าในชนิดเครื่องดื่มจำนวน 50 ตัวอย่าง ผ่านมาตรฐาน จำนวน 42 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 84 และไม่ผ่านมาตรฐานจำนวน 8 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 16 ชนิดผงแห้งละลายน้ำ จำนวน 64 ตัวอย่าง ผ่านมาตรฐานจำนวน 59 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 92 และ ไม่ผ่านมาตรฐานจำนวน 5 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 8

“การเลือกซื้อเครื่องดื่มเกลือแร่ควรเลือกดูผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมาย อย. ที่ข้างบรรจุภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และควรเลือกซื้อเครื่องดื่มเกลือแร่ให้เหมาะสมต่อทางร่างกาย กรณีผู้ที่ต้องออกกำลังหรือทำกิจกรรมที่ต้องเสียเหงื่อมาก ควรเลือกซื้อเครื่องดื่มเกลือแร่ชนิดเครื่องดื่มสำหรับออกกำลังกาย หรือที่เรียกว่า Sport drink โดยคนที่ออกกำลังกายหนักมากต้องการเติมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ควรเลือกซื้อชนิดที่ได้ครบทั้งน้ำตาลและเกลือแร่ ส่วนคนที่ทำกิจกรรมเบาๆ มีเสียเหงื่อบ้าง ก็ควรเลือกชนิดที่ให้น้ำตาลและเกลือแร่น้อยหรือปานกลาง สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการท้องเสีย ควรจะเลือกซื้อเครื่องดื่มเกลือแร่ชนิดผงละลายน้ำที่มีส่วนประกอบของสารใกล้เคียงกับพลาสมาของคน เพื่อให้ผู้ป่วยดื่มชดเชยปริมาณน้ำและเกลือแร่ที่ถูกขับออกมาทางอุจจาระ โดยซองบรรจุต้องปิดผนึก ซึ่งจะต้องนำผงเครื่องดื่มเกลือแร่นั้นมาผสมกับน้ำต้มสุกสะอาดตามที่กำหนดระบุไว้ข้างซอง เมื่อละลายน้ำแล้วควรดื่มภายใน 24 ชั่วโมง โดยจิบช้าๆ แทนน้ำเมื่อเริ่มมีอาการท้องเสียหรืออาเจียน” นพ.โอภาส กล่าว

นพ.โอภาส กล่าวว่า ทั้งนี้ ไม่แนะนำให้ผสมกับนมหรือน้ำผลไม้เนื่องจากอาจส่งผลให้ปริมาณสัดส่วนสารในสารละลายเกลือแร่เปลี่ยนแปลงได้ ควรระมัดระวังการใช้เกลือแร่ในคนที่มีการทำงานของหัวใจและไตผิดปกติ ไม่ควรใช้เกลือแร่ในผู้ป่วยที่มีภาวะท้องเสียอย่างรุนแรง ซึ่งอาจจะนำไปสู่ภาวะขาดน้ำ นอกจากนี้การดื่มเกลือแร่พร่ำเพรื่อหรือดื่มในช่วงเวลาที่สภาพร่างกายไม่ต้องการอาจมีผลเสียต่อร่างกาย เช่น ทำให้ฟันผุ เนื่องจากส่วนผสมของน้ำตาล และกรดต่างๆ จะไปกัดกร่อนสารเคลือบฟัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...