โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปัญหาหนี้สิน กยศ. นโยบายสนับสนุนการเงิน นศ.ยากจน

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 04 ส.ค. 2561 เวลา 10.38 น.

คอลัมน์ ดุลยธรรม

โดย อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

 

หนี้เสียของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ใกล้แตะ 70,000 ล้านบาท จากการปล่อยกู้ทั้งหมด 5.4 ล้านคน ผิดนัดการชำระหนี้จำนวน 2.1 ล้านคน จะลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่มีนโยบายในการแก้ไขอย่างเป็นระบบและจริงจัง

ปัญหาขาดทุนเรื้อรังจะส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของ กยศ.มากขึ้นตามลำดับ และอาจมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของกองทุนในระยะยาว กระทบต่อโอกาสทางการศึกษาของผู้กู้รายใหม่ รวมทั้งเกิดภาระทางงบประมาณของรัฐบาลมากขึ้นอีกด้วย

ปัญหาหนี้เสียจำนวนมากของ กยศ. เป็นผลจากผู้กู้เงินจาก กยศ. คืนเงินให้กับกองทุนคิดเป็นจำนวนที่ต่ำกว่าประเทศอื่นมาก การไม่ชำระหนี้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 50 ของหนี้ทั้งหมด จำนวนที่ได้คืนมานี้เมื่อหักด้วยค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่าง ๆ ของกองทุนแล้วจะเหลือเพียเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้กองทุน กยศ. มีอัตราคืนทุนในระดับต่ำมาก

กรณีนักศึกษากู้ยืมเงิน กยศ. แล้วไม่ชำระหรือเบี้ยวหนี้ จนทำให้ครูผู้ช่วยค้ำประกันต้องรับผิดชอบแทนจนถูกฟ้องร้องบังคับคดีนั้น ทางกองทุน กยศ. ควรงดการบังคับคดีในกรณีดังกล่าว และหาวิธีการในการบังคับหนี้จากผู้เป็นหนี้โดยตรงก่อน ไม่ควรต้องให้ครูที่ทำหน้าที่ในการให้โอกาสทางการศึกษาแก่ศิษย์ต้องเดือดร้อน

ผลสรุปของงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า กยศ.ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับครอบครัวฐานะยากจน อันนำมาสู่การกระจายรายได้และการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมได้ดีนัก เนื่องจากยังไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผู้ขาดแคลนและมีรายได้น้อย ผู้กู้ที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจน (มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี) มีสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 15-20 จากผู้กู้ทั้งหมด

ขณะที่ผู้กู้ส่วนใหญ่มาจากครอบครัวฐานะปานกลางคิดเป็นร้อยละ 80 กยศ.จึงต้องเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงผู้ที่ขาดโอกาสทางการศึกษาและขาดทุนทรัพย์ โดยเฉพาะนักเรียนเรียนดีแต่ยากจนในถิ่นทุรกันดาร รวมถึงนักเรียนที่ออกกลางคันระหว่างศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียนกลุ่มนี้บางส่วนรัฐบาลควรจัดสรรทุนแบบให้เปล่าหรือทุนการศึกษาเพิ่มเติม เป็นทุนการศึกษาสำหรับผู้มีรายได้ต่ำ (need-based scholarship)

ขณะเดียวกัน กยศ.ควรมีบทบาทในการขยายทางเลือกทางการศึกษา เนื่องจากผู้กู้สามารถเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเอกชนได้มากขึ้น รัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ และ กยศ. จึงควรปฏิรูปการบริหารกองทุน กยศ.ใหม่

เริ่มต้นตั้งแต่การมีระบบ กลไกในการจัดสรรเงินกู้ยืมที่มีประสิทธิภาพ และตรงเป้าหมายมากกว่าเดิม มีระบบการติดตามการชำระหนี้ที่มีประสิทธิผลกยศ.ควรใช้แนวทางของกองทุนให้กู้ยืมที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ที่จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2555 ด้วยการผูกจำนวนเงินที่ต้องชำระหนี้กับรายได้

ในแต่ละปีของผู้กู้ จะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาหนี้เสียของ กยศ.ได้มากขึ้น นอกจากนี้ควรใช้การแก้ปัญหาด้วยระบบหักหนี้จากบัญชีเงินเดือนโดยอัตโนมัติ และรณรงค์ให้เกิดจิตสำนึกต่อส่วนรวม การรณรงค์การชำระหนี้และกำหนดบทลงโทษของผู้กู้ที่ไม่ชำระหนี้

ในฐานะอดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาการศึกษา หากย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2555 ได้มีการจัดตั้งกองทุนให้กู้ยืมที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต (กรอ.)

ซึ่งกองทุน กรอ. มีความแตกต่างจากกองทุน กยศ. คือ ประการที่หนึ่ง กยศ.เป็นกองทุนที่มอบให้เฉพาะนักเรียนในระดับมัธยมปลาย และนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ยากจน ขณะที่ กรอ.เปิดโอกาสให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยทุกคน

ประการที่สอง กยศ.เปิดให้กู้กับนักศึกษาทุกสาขาและคณะ ส่วน กรอ.กำหนดให้เฉพาะสาขาอาชีพที่เป็นที่ต้องการของประเทศเท่านั้นจึงมีสิทธิกู้ ประการที่สาม กยศ.กำหนดจำนวน

เงินที่แน่นอนที่ผู้กู้ต้องผ่อนชำระหนี้ ภายหลังจบการศึกษา ขณะที่ กรอ.ผูกจำนวนเงินที่ต้องชำระหนี้กับรายได้ในแต่ละปีของผู้กู้

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นกองทุน กยศ. กองทุน กรอ. หรือกองทุนการศึกษาแบบให้เปล่าต่าง ๆ ก็ดี ล้วนเป็นนโยบายที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ขยายโอกาสทางการศึกษาและการหลุดพ้นจากความยากจน เกิดการยกระดับฐานะของผู้ยากไร้ (social mobility) ทำให้เกิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน

ควรศึกษาแนวทางการบริหารจัดการกองทุน กรอ. และกองทุน กยศ. ไม่ให้มีความซ้ำซ้อนกัน และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการสนับสนุนทางการเงินเพื่อการศึกษา ควรปรับบทบาทของกองทุนเงินกู้ยืมให้ช่วยส่งเสริมการผลิตบัณฑิตให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ ควรศึกษาผลของระบบการให้ทุนและกู้ยืมเพื่อการศึกษาต่อความเท่าเทียม

ในการเข้าถึงการศึกษาของไทยและศึกษาความคุ้มค่าจากการลงทุนทางการศึกษาทั้งในแง่ผลตอบแทนที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจจัดสรรงบประมาณสำหรับการลงทุนทางการศึกษา และการพัฒนาคนให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...