โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"วิศวกรไทย" ไม่พอก่อสร้าง EEC จ่อปลดล็อก "ใบวิชาชีพ" ดึงต่างชาติเสริม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 พ.ย. 2562 เวลา 09.21 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2562 เวลา 09.20 น.

“EEC-สภาวิศวกร” ยกร่างกฎหมายลูก ม.59 พ.ร.บ.EEC วางกรอบดึงผู้เชี่ยวชาญต่างชาติช่วยงานก่อสร้างตามแผนอีอีซี หลังพบปัญหาแรงงานวิชาชีพทักษะสูงโตไม่ทันความต้องการใช้อีก 5 ปี คาดต้องการแรงงานเพิ่ม 5 แสนคน แง้ม “วิศวกรทางราง” ไทยมีแค่หลักร้อย เตรียมเปิดช่องรับรองใบประกอบวิชาชีพต่างชาติไม่ต้องสอบซ้ำในไทย แต่ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีให้วิศวกรไทย

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือ EEC) กล่าวว่า ผลจากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในอีอีซีจำนวนมาก ทั้งรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการเมืองการบินสนามบินอู่ตะเภา ทำให้ไทยต้องพึ่งพานักวิชาชีพผู้เชี่ยวชาญในด้านก่อสร้างและด้านอื่น ๆ เพิ่มขึ้นตามมา แต่เนื่องจากอุตสาหกรรมตั้งเป้าให้ลงทุนใน EEC ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งไทยยังมีปัญหาขาดบุคลากร และผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรในสาขาวิชาการใหม่ ๆ เช่น นาโนเทคโนโลยี การแพทย์ เมคาทรอนิกส์ ระบบราง แม้ระหว่างนี้จะมีหน่วยงานพัฒนาวิศวกรแต่อาจจะไม่สามารถพัฒนาวิศวกรในบางสาขาได้ทันเวลา จึงต้องดึงบุคลากรจากต่างชาติเข้ามาตาม พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2560 มาตรา 59 กำหนดว่าให้คณะกรรมการนโยบายฯประกาศกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ หรือผู้ประกอบวิชาชีพที่เป็นประโยชน์ต่อเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ได้รับสิทธิพิเศษอื่นใดตามมาตรา 48 (5) ตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษได้

“ขณะนี้ทาง สกพอ.จึงร่วมกับสภาวิศวกรยกร่างกฎหมายลูกตามมาตรา 59 โดยจะเริ่มรับฟังความคิดเห็นยกร่างมาตรา 59 กำหนดกรอบไว้ว่า EEC สามารถเปิดรับบุคลากรผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเข้ามาทำงานได้ โดยหากได้รับการรับรองจากหน่วยงานในต่างประเทศแล้ว ไม่จำเป็นต้องขอใบรับรองจากสมาคมวิชาชีพในไทยอีก แต่ต้องผ่านการฝึกอบรมก่อนเข้ารับทำงาน”

อย่างไรก็ตาม ทางสภาวิศกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกังวลผลกระทบกรณีที่รับวิศวกรต่างชาติเข้ามาเป็นผู้รับผิดชอบโครงการแล้วเกิดปัญหาหลังจากสร้างเสร็จ และวิศวกรเดินทางกลับต่างประเทศไปแล้ว จะไม่สามารถดำเนินการกับวิศวกรผู้รับผิดชอบในโครงการได้ รวมถึงการให้สิทธิประโยชน์ให้ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติมากจนเกินไป

สำหรับสาระสำคัญของกฎหมายกำหนดไว้ว่า 1. กรณีที่การประกอบวิชาชีพใดมีกฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพ หรือผู้ขออนุญาตต้องมีสัญชาติไทยหรือต้องได้รับใบอนุญาต จดทะเบียน หรือรับรองก่อนการประกอบวิชาชีพตามกฎหมายแล้ว คณะกรรมการนโยบายอาจประกาศให้ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาต จดทะเบียน หรือรับรองให้ประกอบวิชาชีพนั้นในประเทศที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด สามารถประกอบวิชาชีพนั้นเพื่อกิจการ ในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด

2.สิทธิและประโยชน์อื่นตามที่กําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือกฎหมาย ว่าด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสําหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยให้อํานาจของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนและอํานาจของคณะกรรมการนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สําหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายตามกฎหมายว่าด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสําหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เป็นอํานาจของคณะกรรมการนโยบายด้วย

ทั้งนี้ มีการประเมินว่าอีก 5 ปีข้างหน้าพื้นที่ EEC ต้องการแรงงานเพิ่มประมาณ 500,000 คน เป็นระดับปริญญาตรีขึ้นไป 200,000 คน ต่ำกว่า ปวส. จนถึง ปวส. อีกประมาณ 250,000 คน ซึ่งจากข้อมูลการสำรวจความต้องการแรงงานโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอ ล่าสุด ช่วงไตรมาส 3 (ก.ค.-ก.ย.) 2562 พบว่า มีความต้องการแรงงานรวม 20,813 คน เป็นระดับปริญญาตรีขึ้นไป 4,367 คน ระดับ ปวช.-ปวส. 4,232 คน ระดับแรงงาน ป.6-ม.6 11,002 คน อื่น ๆ 1,212 คน โดยต้องการวิศวกรรมศาสตร์ 1,381 คน ใน 8 ประเภทกิจการ คือ เกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตร, แร่ เซรามิก และโลหะขั้นพื้นฐาน, อุตสาหกรรมเบา, ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง, อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, เคมีภัณฑ์ พลาสติก และกระดาษ, กิจการบริการและสาธารณูปโภค และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้บุคลากรด้านระบบรางยังมีไม่เพียงพอ มีเพียงวิทยาลัยบางแห่งเท่านั้น ที่ป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมระบบรางได้เพียงหลักร้อยคน ดังนั้น รัฐควรเร่งพัฒนาบุคลากรด้านนี้ขึ้นมาโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้อาจต้องอาศัยการนำเข้าวิศวกรทางรางจากต่างประเทศไปพลางก่อน แต่ต้องกำหนดกรอบเงื่อนไขระยะเวลาการทำงานและให้ถ่ายทอดความรู้ให้วิศวกรคนไทยด้วย

นายวิทูร เจียมจิตต์ตรง นายกสมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการเมกะโปรเจ็กต์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ ถือเป็นดิสรัปชั่นของวิศวกรไทยอย่างมาก มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง กฎกติกาสากลแบบใหม่ ที่มีความซับซ้อน และต้องใช้เวลาก่อสร้างหลายปี ดังนั้น ไทยต้องปรับตัวสร้างวิศวกรในสาขาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้มากขึ้น ขณะเดียวกัน รัฐบาลควรจัดทำ TOR เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย และวิศวกรเข้าไปแข่งขันทำงานได้ง่ายขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...