โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

เส้นทางชีวิตกรรมกรข่าวของ ”สรยุทธ สุทัศนะจินดา”

tvpoolonline.com

เผยแพร่ 29 ส.ค. 2560 เวลา 11.54 น. • TV Pool

วันนี้เรื่องเล่าเขย่าต่่อมเผือกของเจ้ จะพูดถึงประเด็นร้อนๆ เรื่องนี้สักหน่อย เพื่อให้เข้ากระแสเผือกร้อนทีสุดของวันนี้(29 ส.ค.60) หากจะนับช่วงเวลาดู ก็ 10 กว่าปีมาแล้วที่แวดวงทีวีไทย รวมถึงวงการสื่อมวลชน ได้ยินชื่อของผู้ชายหน้าตี๋ ใส่แว่น พูดจาฉะฉาน เสียงดัง ฟังชัด ที่ชื่อ ‘สรยุทธ สุทัศนะจินดา’ บุคคลากรคุณภาพ ของวงการข่าว ที่มีอิทธิพลมากที่สุดของประเทศคนหนึ่ง นั่งนับนิ้วดุก็เป็นเวลากว่าปีเศษแล้วที่“สรยุทธ”หายไปจากหน้าจอไป เพราะคดีประวัติศาสตร์สะเทือนไร่ส้ม  หลายคนรู้กันว่ามันเป็น วิบากรรมครั้งใหญ่สุดในชีวิตที่เขาต้องเผชิญ

 เพราะวันนี้(29 ส.ค.60) ตอน 09.00 น. นักข่าวทุกสำนัก ไปรอกันแน่นที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเพื่อฟังคำตัดสินของศาลฯ เพื่ออ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีค่าโฆษณาเกินเวลามูลค่า 138 ล้านบาทของ บจก. ไร่ส้ม และ พนักงาน อสมท

“สรยุทธ สุทัศนะจินดา” จำเลย และพิธีกรข่าวชื่อดัง ได้เดินทางมาถึงศาลฯ ในเวลาประมาณ 9.00 น. โดยใช้ประตูด้านหลังศาลและเข้าห้องพิจารณาทันที  เพราะบริเวณด้านหน้าศาลมีนักข่าวจำนวนมากมายมหาศาล มาปักหลักรายงานข่าวกันแบบแน่นไปหมด

นักข่าวบอกว่า“สรยุทธ”มีสีหน้าวิตกกังวลกับการพิจารณาคดีวันนี้ แต่ก็มีทีมพิธีกรข่าวของรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ มาให้กำลังใจ พร้อมร่วมเข้าฟังการอ่านคำพิพากษาด้วย

โดยศาลอุทธรณ์ประชุมตรวจสำนวนคดีแล้วพิเคราะห์ว่า การอุทธรณ์ของ จำเลย(สรยุทธ) ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำเลยมานั้นชอบแล้ว จึงพิพากษายืนให้จำคุกตามศาลชั้นต้น ’13 ปี 4 เดือน’ งานนี้ สรยุทธ ยื่นเงินประกันตัว 4 ล้านบาท รอศาลฏีกาตอบกลับอนุญาตให้ประกันหรือไม่ ระหว่างนี้ต้องรอผลในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อีกหนึ่งสัปดาห์คงได้คำตอบว่าจะเป็นยังไง

หนึ่งในประโยคที่นักข่าวได้ยินจากปากของ”สรยุทธ”เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังเปิดใจกับนักข่าวถึงการใช้ชีวิตในช่วงที่ผ่านมาว่า

 *“ช่วงนี้ก็…คนมีคดีนะครับ จะมาบอกว่า สบายใจก็คงไม่ใช่ ฉะนั้นก็คงบอกแต่ว่า ทุกอย่างที่เราได้ทำมา เราทำเต็มที่ สิ่งที่เราทำมาก็น่าจะเป็นประโยชน์ที่ทำให้สังคมได้เห็นบ้าง และน่าจะได้เห็นเจตนาเราว่ามันเกิดอะไรขึ้นอย่างไร ก็อยู่ว่างๆ ครับ”      *

หากจะลองมองย้อนกลับไป กว่า  29 ปีบนเส้นทางสื่อมวลชนของสรยุทธ มีทั้งจุดพีคสุด และขาลงสุดๆ  ที่ต้องเผชิญชะตากรรมทางคดีอย่างหนัก บทสรุปของคดีวันนี้ จึงเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของกรรมกรข่าวที่ชื่อ“สรยุทธ”แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

สรยุทธ  เป็นคนข่าวคุณภาพที่ได้รับป๊อปปูล่าร์มากในหมู่คนดูที่ชอบการเสพข่าว ดังเทียบเท่าซุปตาร์ระดับดาราหรือนักร้องของเมืองไทยเลย คือเรียกว่าไม่มีคนข่าวคนไหนจะพีคเท่าเค้าอีกแล้ว ในช่วงเวลาที่ผ่านมา

ด้วภาพลักษณ์ที่ชัดเจน  สไตล์การเล่าข่าวที่ตรงไปตรงมา ดุดัน โดนใจคนดู ทำให้เกิดกระแสสรยุทธ ฟีเวอร์อย่างแรงถึงขนาดในปี 2548 รายการทีวีชื่อดังอย่าง แฟนพันธุ์แท้ ได้จัดการแข่งขันในตอนของสรยุทธอีกด้วย

ถ้ามองดู ลีลาและสไตล์การเล่าข่าวของเขาต้องใช้คำว่า ‘จัดจ้าน-ครบเครื่อง “เป็นตัวของตัวเอง ในแบบที่“กิตติ สิงหาปัด” หรือ”กนก รัตน์วงศ์สกุล” ไม่มี

พูดง่ายๆภาษาชาวบ้าน คือใครอยากดัง หรือ เป็นกระแส ต้องร้องเรียนหรือให้เป็นข่าว *‘ถึงสรยุทธ’ ให้ได้ นั่นแหละจะดังจริง *

ก่อนจะมาทำงานกับวิกพระรามสี่ “สรยุทธ” เคยสวมบทบาทเป็นคนกลาง เชิญผู้ร่วมสนทนาจากทุกฝ่ายมานั่งถกบนโต๊ะกลมในรายการเวลาดึกอย่าง ถึงลูกถึงคน  ให้อสมท และนั่นคือจุดที่เกิดเรื่องราวในวันนี้ทั้งหมด

 

เรื่องราวชีวิตของ สรยุทธ ก็น่าที่ง  เพราะเจ้าตัวเรียนจบ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) เมื่อปี 2530

ก้าวแรกของการทำงานคือวันที่ 5 พฤษภาคม 2531  สตาร์ทด้วยอาชีพนักข่าวสายการเมือง โดยเขาเริ่มงานกับหนังสือพิมพ์ The Nation  โดยทำข่าวสายรัฐสภาเป็นเวลา 2 ปี และทำข่าวสายทำเนียบรัฐบาล 2 ปี

ต่อมาในปี 2535 ได้ประจำกองบก. ในตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าข่าวการเมือง และในปี 2537 ได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็นหัวหน้าข่าวการเมือง จนในปี 2540 ได้มาเป็นบรรณาธิการข่าวและจัดรายการวิเคราะห์ข่าวให้สถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ สุดท้ายเป็นรองบรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์ The Nation และลาออกจากเครือเนชั่นในเวลาต่อมา

มีคนบอกว่า คนเราโชคชะตาฟ้าลิขิตแล้วให้เราเป็นแบบที่เบื้องบนต้องการ และ  เวทีแจ้งเกิดทางหน้าจอของสรยุทธคือช่อง  iTV ในฐานะนักวิเคราะห์ข่าวทางโทรทัศน์

 ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นยังมีรายการข่าวที่ทำร่วมกับช่อง 9 อสมท. ในชื่อ คุยคุ้ยข่าว รวมถึงรายการ ถึงลูกถึงคน ทั้งสองรายการนี้ส่งให้ชื่อของสรยุทธ สุทัศนะจินดา โด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ

หลังการรัฐประหารในปี 2549 มีการเปลี่ยนแปลงในช่อง 9 ทั้งสองรายการถูกยุติบทบาท สรยุทธจึงย้ายมาประจำการที่ช่อง 3 จัดรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ และ เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์  ทำให้ก้าวขึ้นสู่จุดของคนข่าวที่พีคที่สุดของวงการสื่อฯ

 

ไม่ใช่แค่การเป็นนักวิเคราะห์ข่าว หรือผู้ประกาศข่าวที่ดี สิ่งที่ สรยุทธทำได้ดี ก็คือบทบาทของ ‘นักเขียน’ ด้วย มีผลงานทั้ง การเป็นคอลัมนิสต์ในนิตยสาร ในหนังสือพิมพ์ และผลงานหนังสือเล่มที่มีชื่อเสียงก็คือซีรีส์ กรรมกรข่าว มี 4 เล่ม ได้แก่ กรรมกรข่าว, กรรมกรข่าว 2 งานรับเหมา, คุยนอกสนาม และ กรรมกรข่าว 3

ส่วนบริษัทไร่ส้ม ก่อตั้งขึ้นภายหลังสรยุทธลาออกจากเนชั่น และดำเนินกิจการต่อจากนั้นมา พอดังแล้วมีเม็ดเงินที่สูงขึ้น เข้าทำนอง ยิ่งสูงยิ่งหนาว  และหลังจากนั้นทุกอย่างก็หลั่งไหลเข้ามา รวมถึงวิบากกรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของของ“สรยุทธ” พรุ่งนี้จะมาว่ากันต่อ ว่าเพราะอะไร จุดลงเอยของกรรมกรข่าวคนนี้ ถึงได้มีบทสรุปแบบที่ไม่มีใครคาดคิดเช่นนนี้ 

Cr.เจ้เจือก เผือกทุกเรื่อง

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...