นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ติดตามและขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเขตพื้นที่ภาคเหนือ
เมื่อวันที่ 30 -31 มกราคม และในช่วงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ เชิญถุงพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปมอบให้กับราษฎรและผู้ปฏิบัติงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมกับติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดตาก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดเพชรบูรณ์
วันที่ 30 มกราคม 2562 เดินทางไปยังโครงการช่วยเหลือราษฎรบ้านซิแบรอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่แห่งนี้เคยประสบปัญหาความยากจนและการการขาดแคลนน้ำของราษฎรกลุ่มบ้านซิแบร และบ้านปรอโพ บ้านห้วยยาบ และบ้านห้วยขนุนที่อยู่ในพื้นที่ตำบลแม่ตื่น อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ จึงไม่สามารถปลูกข้าวและทำการเกษตรได้ในช่วงฤดูแล้งได้ ความทราบถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่9 จึงพระราชทานพระราชดำริให้จัดหาน้ำ พร้อมทั้งส่งเสริมอาชีพให้กับราษฎรเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ตลอดจนอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำ จากการดำเนินงานสนองพระราชดำริทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสภาพป่าที่เคยถูกบุกรุกทำลายจนเกิดความแห้งแล้ง ได้รับการฟื้นฟูให้มีความอุดมสมบูรณ์จากการกลับมาของน้ำในลำห้วยลำธารที่ไหลตลอดทั้งปี ทำให้ราษฎรสามารถทำการเกษตรได้อย่างเพียงพอ มีจิตสำนึกตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใช้ประโยชน์จากป่าอย่างเกื้อกูลกัน
จากนั้นเวลา 15.00 น. องคมนตรีและคณะฯ เดินทางไปยังโครงการอนุรักษ์สภาพป่าแม่ตื่นอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก โครงการอนุรักษ์สภาพป่าแม่ตื่นฯ เป็นโครงการที่ได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เพื่ออนุรักษ์ผืนป่าให้ดำรงไว้ซึ่งความอุดมสมบรูณ์ ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร โดยจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง จัดทำแปลงสาธิต และส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น มะคาเดเมีย มะตึงยาง มะขามป้อม อาโวคาโด กาแฟ และบุก พร้อมกับขยายผลไปสู่เกษตรกร จำนวน 156 ราย นอกจากนี้ยังได้ดำเนินกิจกรรมครูป่าไม้ โดยนำนักเรียนในพื้นที่มาให้ความรู้และปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เช่น การปรับปรุงถนน และประชาภูเขา ด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการจัดระเบียบชุมชน จัดตั้งจุดสกัดเพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายทำให้สามารถฟื้นฟูป่าที่เสื่อมโทรมกลับคืนความอุดมสมบูรณ์ จำนวนถึง 3,420 ไร่ พร้อมกันนี้ยังได้สร้างฝายทั้งแบบผสมผสานและกึ่งถาวร รวม 620 แห่ง และแจกจ่ายพันธุ์กล้าไม้ให้กับราษฎรนำไปปลูกในพื้นที่ตนเองเพื่อสร้างความชุ่มชื้นต่อไป
วันที่ 31 มกราคม 2562 เดินทางไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยไร่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เพื่อเป็นประธานการประชุมสรุปผลการดำเนินงานติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่อยู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 39 โครงการ จากการติดตาม เร่งรัด และขับเคลื่อนของคณะฯ ที่ผ่านมาได้รับการอนุมัติงบประมาณในการดำเนินงานไปแล้ว จำนวน 14 โครงการ อยู่ระหว่างขอรับการสนับสนุนงบประมาณอีก 21 โครงการ และอยู่ระหว่างการเร่งรัด ขับเคลื่อนอีก 4 โครงการ ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้เร่งดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จเพื่อสร้างประโยชน์ให้เกิดกับราษฎรตามพระบรมราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อไป จากนั้นคณะฯ ได้ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยไร่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี คือตั้งแต่ปี 2561-2564 ต่อมา เดินทางไปยังโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ภูขัดภูเมี่ยง ภูสอยดาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 แบ่งการดำเนินงานเป็น 3 งาน คือ งาน ศอป. โครงการเพื่อความมั่นคงพื้นที่ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว งานศูนย์ศิลปาชีพภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว และงานสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว โดยสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงฯ ได้ดำเนินงานในลักษณะมุ่งเน้นการใช้พื้นที่ให้ราษฎรได้เรียนรู้การทำเกษตรแผนใหม่ที่ถูกต้อง ควบคู่กับการอนุรักษ์ดินและระบบนิเวศป่าไม้บนพื้นที่สูง ซึ่งที่ผ่านมาราษฎรมีผลผลิตอาหารที่ปลอดภัยจากสารพิษ รวมทั้งมีรายได้จากการเข้ามาทำงานในโครงการฯ
วันที่ 1 กุมภาพนธ์ 2562 องคมนตรี และคณะฯ เดินทาไปยังโครงการก่อสร้างแก้มลิงห้วยใหญ่ ก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านห้วยแหน ขุดสระเก็บน้ำ หมู่ที่ 4 และขุดลอกคลอง หมู่ที่ 14 อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงรับโครงการก่อสร้างระบบส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรในฤดูแล้ง ให้กับราษฎรในหมู่ที่ 4, 7, 8 และ 10 ตำบลห้วยใหญ่ และหมู่ 14 ตำบลบ้านโคก ตามที่ราษฎรขอพระราชทานความช่วยเหลือ โดยโครงการดังกล่าว แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ 1) งานก่อสร้างแก้มลิงห้วยใหญ่ ในพื้นที่ 50 ไร่ 2) งานขุดสระเก็บน้ำ ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านโคก 3) งานขุดลอกคลอง หมู่ที่ 14 ตำบลบ้านโคก และ 4) ก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านห้วยแหน ซึ่งจะสร้างประโยชน์ในการส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่การเกษตรในช่วงฤดูฝน จำนวน 2,000 ไร่ และช่วงฤดูแล้ง จำนวน 400 ไร่ นอกจากนี้ยังสนับสนุนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรของราษฎร หมู่7 บ้านห้วยแหน และหมู่บ้านใกล้เคียงให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี อีกทั้งช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูน้ำหลากให้กับราษฎรในพื้นที่อีกด้วย
จากการติดตามการดำเนินงานโครงการครั้งนี้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของราษฎร และพระราชปณิธานที่ทรงมุ่งมั่นในการสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ได้มีการต่อยอดขยายผลให้เกิดประโยชน์กับราษฎร