โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ลลิล" ปักหมุดย่านรังสิต-ปทุมจับลูกค้าอุตฯ-การบิน มั่นใจปิดฉากปี62 ได้ตามเป้า

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 พ.ย. 2562 เวลา 07.31 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2562 เวลา 07.31 น.

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงศักยภาพของทำเลรังสิตว่า พื้นที่ในทำเลรังสิตตั้งแต่ลำลูกกา รังสิต-องครักษ์ และคลองหลวง ถือเป็นพื้นที่ของการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรมาอย่างยาวนาน เนื่องจากเป็นทำเลที่มีความสะดวกในด้านการเดินทางจากโครงข่ายคมนาคมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ถนนวิภาวดีรังสิต ทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ ถนนวงแหวนฝั่งตะวันออก เป็นต้น ขณะที่ในปัจจุบันรถไฟฟ้าทั้งสายสีแดงธรรมศาสตร์ รังสิต-บางซื่อ และรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-คูคต ที่จะเปิดให้บริการในอนาคต และมีแผนจะขยายเส้นทางไปถึงถนนวงแหวน จะทำให้การเดินทางเข้า-ออกเมืองมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ประกอบกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ เช่น การขยายสนามบินดอนเมือง รวมถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เกิดขึ้นในอนาคต และห้างเดิมที่มีให้บริการอยู่แล้วจะทำให้สิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่มีความพร้อมและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ทำเลรังสิตกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง

“ปัจจุบันผู้บริโภคที่ซื้อโครงการที่อยู่อาศัยในทำเลรังสิตจะเป็นคนที่ทำงานอยู่ในแหล่งงานขนาดใหญ่ กลุ่มแรกได้แก่ กลุ่มที่อยู่ในอุตสาหกรรมการบินและธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งถือเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ของทำเลนี้ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในแหล่งงานอื่นๆ ในพื้นที่ เช่น คนที่ทำงานในห้างสรรพสินค้าต่างๆ ศูนย์ราชการ มหาวิทยาลัย ตลาดไท รวมถึงแหล่งงานนอกพื้นที่โดยอาศัยการเดินทางด้วยถนนวงแหวน และเมื่อรถไฟฟ้าทั้ง 2 เส้นทางเปิดให้บริการจะยิ่งขยายฐานลูกค้าเข้าสู่ในเมืองมากขึ้น” นายชูรัชฏ์ กล่าว

นายชูรัชฎ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ โครงการที่อยู่อาศัยในทำเล ลำลูกกา-รังสิต ถือเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคในเมือง ซึ่งโครงการทาวน์โฮมของบริษัทฯ ในทำเลรังสิต ราคาเริ่มต้นประมาณ 2 ล้านบาท ได้ห้องนอน 3 ห้องนอน และที่จอดรถ 2 คัน ส่วนบ้านราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 2 ล้านกว่า – 6 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ทำเลรังสิต เป็นอีกหนึ่งทำเลที่มีโครงการบ้านจัดสรรเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้การแข่งขันยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงต้องหาจุดขายในการพัฒนาสินค้าให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้

นายชูรัชฏ์ กล่าวว่า ปัจจุบันลลิลได้เปิดโครงการย่านรังสิต มีจำนวน 7 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการไลโอ บลิสซ์ รังสิต-คลองหลวง

  1. โครงการไลโอ บลิสซ์ ลำลูกกา-คลอง 2 3.โครงการบุรีรมย์ รังสิต-ลำลูกกา คลอง 4 4. โครงการลลิล ทาวน์ ลำลูกกา คลอง 4-5 5. โครงการลลิล ทาวน์ วงแหวน-ลำลูกกา คลอง 6 6. โครงการลลิล ทาวน์ รังสิต-คลอง 2 และ 7. โครงการไลโอ บลิสซ์ รังสิต-คลอง 4
    รวมมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท

นายชูรัชฏ์ กล่าวว่า ส่วนสำหรับผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 ถือว่าทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม โดยมียอดรับรู้รายได้อยู่ที่ 1,214 ล้านบาท ขยายตัวจากไตรมาสก่อนหน้า 40% และขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 27% ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ ได้ดี และมีกำไรสุทธิ 239 ล้านบาท ขยายตัวจากไตรมาสก่อนหน้าถึง 60% และขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 38% ส่วนยอดรับรู้รายได้ในช่วงของ 9 เดือนแรกของปี 2562 อยู่ที่ 3,393 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 642 ล้านบาท ขยายตัว 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมั่นใจว่าปีนี้จะมียอดรับรู้รายได้ตามเป้าที่วางไว้ที่ 4,650 ล้านบาท

“ในช่วงไตรมาส 3 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากที่ต้องปรับตัวอย่างมากในไตรมาส 2 จากมาตรการ LTV อย่างไรก็ตามในไตรมาสที่ 4 ตลาดรวมก็น่าจะยังทรงตัว ซึ่งเป็นผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจของโลกและในประเทศที่ยังมีแนวโน้มทรงตัว และผลจากมาตรการ LTV ที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจัยบวกของตลาดที่มีอยู่ในขณะนี้เป็นเรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถกู้บ้านได้ง่ายขึ้น และในไตรมาสสุดท้ายถือเป็นช่วง High Season ของการซื้อบ้านจากลูกค้าที่ได้ปรับเงินเดือนและโบนัส จะเริ่มมองหาการซื้อที่อยู่อาศัยบวกกับมาตรการรัฐที่ออกมา ลดค่าธรรมเนียมโอน และจดจำนอง รวมถึงวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ย พิเศษจากธอส. ทั้งนี้จึงเป็นแรงบวกที่จะช่วยกระตุ้นตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายของปี”นายชูรัชฏ์กล่าว

นายชูรัชฏ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้พยายามใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นมาตรการชิม ช้อป ใช้ มาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการเร่งรัดก่อสร้างโครงการต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจยังคงขยายตัวดีขึ้น แต่ปัญหาสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในขณะนี้คือ ความเข้มงวดของธนาคารพาณิชย์ บริษัทฯ จึงต้องพยายามหาแนวทางโดยการให้คำปรึกษากับลูกค้าเกี่ยวกับการวางแผนทางการเงิน เพื่อการซื้อบ้านและการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เข้าร่วมโครงการบ้านในฝันของกระทรวงการคลัง เพื่อช่วยกระตุ้นตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2562 และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในการตัดสินใจซื้อโครงการที่รัฐให้การสนับสนุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...