โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตัวอย่าง Startup เด็กไทย จับช่องว่าง e-Commerce ดันธุรกิจ Cashback ในภูมิภาค

Marketing Oops

อัพเดต 14 ธ.ค. 2560 เวลา 10.49 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2560 เวลา 09.49 น. • Marketing Oops!

อย่างที่ทราบว่ามีการมองเทรนด์ธุรกิจในปี 2018 ไว้ว่าธุรกิจ e-Commerce จะกลายเป็นธุรกิจที่มาแรงแซงทางโค้งอันตราย เนื่องมาจากประสบการณ์การซื้อของออนไลน์ของผู้คนมีมากขึ้น ประกอบกับผู้เล่นรายใหญ่ระดับโลกพร้อมเข้ามาเปิดตัวในภูมิภาค AEC รวมถึงประเทศไทยนั่นทำให้ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ และยังหมายรวมถึงเหล่า Startup ทั้งหลายอีกด้วย

แน่นอนว่าธุรกิจ e-Commerce ประกอบไปด้วย ส่วนประกอบหลักใหญ่ๆ 3 องค์ประกอบ ทั้งในเรื่องของ Platform ที่จะเข้ามาทำการค้าขาย ซึ่งอาจจะเป็นในรูปของ Brand หรือ Marketplace รวมไปถึงเรื่องของ Logistic โดยเฉพาะความรวดเร็วในการส่งสินค้า และด้านการชำระเงินที่สามารถใช้ได้ตั้งแต่บัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือแม้แต่ e-Wallet

 

ช่องว่างการชำระเงิน

สู่พื้นที่การทำธุรกิจ

ดังที่ทราบว่าทั้ง 3 องค์ประกอบหลักของธุรกิจ e-Commerce ล้วนแต่มีผู้เล่นรายใหญ่ ทุนหนา กระเป๋าหนักเข้าจับจองพื้นที่หมดแล้ว การเข้าไปร่วมศึกครั้งนี้จึงเป็นเสมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ ภารกิจฆ่าตัวตายชัดเจน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีช่องว่างให้เข้าไป เมื่อ Startup สายพันธุ์ไทยศักยภาพสูง มองเห็นช่องว่างการทำธุรกิจในตลาด e-Commerce ที่กำลังจะมีอนาคตสดใสอย่างแน่นอน

myCashback.co ในนาม Startup สายพันธุ์ไทยที่เห็นช่องว่างดังกล่าว จึงพร้อมเสนอตัวเป็นนายหน้าในการซื้อสินค้าในระบบ e-Commerce โดย นายณภัทร สืบสาย กรรมการผู้จัดการ myCashback.co ชี้ว่า ปกติการซื้อขายสินค้าออนไลน์จะมีค่านายหน้า (Commission) ที่จะได้รับจากคู่ค้าพันธมิตร โดยที่ผู้ซื้อจะไม่ทราบมาก่อนว่ามีค่านายหน้าในส่วนนี้อยู่ด้วย

mycashback-02

หลักการของ myCashback.co คือการให้ผู้ซื้อหันมาซื้อสินค้าออนไลน์ในหลายๆ Platform ผ่านทาง myCashback.co ซึ่งทาง myCashback.co ก็จะได้รับเงินค่าคอมมิชชั่น จากนั้น myCashback.co ก็จะนำเงินค่ามิชชั่นเหล่านั้นคืนแก่ลูกค้าทั้งหมดในลักษณะของการ Cashback ด้วยการคืนเต็มจำนวนแบบ 100% โดยใช้เวลาเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น

 

รายได้จาก Transaction

ยิ่งมาก Income ยิ่งสูง

ถึงตรงนี้คงงงว่าแล้ว myCashback.co จะได้อะไรหากนำค่าคอมมิชชั่นทั้งหมดคืนให้ผู้ใช้บริการแบบ 100% แน่นอนว่าสิ่งแรกที่ myCashback.co จะได้รับจากลูกค้าคือ ได้ใจ” เพราะปัจจุบันธุรกิจการให้ Cashback ในการซื้อขายออนไลน์มีเจ้าตลาดรายใหญ่สุดคือ “ShopBack” เป็นธุรกิจที่มาจากสิงคโปร์ แต่จะให้เงินคืนไม่เต็ม 100%

คำถามที่ค้างคาใจคือแล้ว myCashback.co จะมีรายได้จากไหน ซึ่งรายได้หลักของ myCashback.co มาจากเมื่อผู้ใช้ได้รับเงินคืนจนมีจำนวนมากกว่า 300 บาท สามารถนำเงินจำนวนนั้นโอนเข้าบัญชีของตัวเอง และสามารถโอนเงินขั้นต่ำ 300 บาท โดยทาง myCashback.co จะทำการหัก 10% เป็นค่าดำเนินการ สำหรับการคืนเงินนั้น และ myCashback.co จะคืนเงินผ่านระบบ PayPal

Screenshot (44)

นอกจากนี้ตัวระบบ myCashback.co จะบอกได้ว่า Platform ใดให้เงินคืนกี่เปอร์เซ็นต์บ้าง เช่น Platform A จะได้รับเงินคืน 40% หมายความว่า เมื่อซื้อสินค้า 100 บาท myCashback.co จะได้รับค่าคอมมิชชั่น 40 บาท และ 40 บาทที่ myCashback.co ได้มาจะถูกส่งมอบให้ผู้ใช้บริการ myCashback.co ถึง 100% หรือ 40 บาทนั่นเอง

 

แผนการใหญ่รุก AEC

ตั้งเป้าอันดับ 1ใน ASEAN

แม้ว่า myCashback.co จะเพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน แต่ก็ตั้งเป้าหมายในปี 2018 ที่จะเจาะเข้าสู่ตลาด AEC โดยมี 6 ประเทศหลัก ประกอบไปด้วย ไทย, เวียดนาม, มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ และจะเน้นให้ความสำคัญไปที่ประเทศอินโดนีเซียและประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็น 2 ประเทศที่มีแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ e-Commerce และยังไม่มีธุรกิจ Cashback เข้าไปทำตลาดนี้ myCashback.co ยังตั้งเป้า 5 ปีในการครองตำแหน่งผู้นำตลาด

Screenshot (47)

นอกจากนี้ยังมีการโปรโมทธุรกิจผ่านช่องทาง Youtube ผ่านประสบการณ์ผู้ใช้งานจริง เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มหมายในประเทศไทยได้ โดยmyCashback.co จะเจาไปที่กลุ่มคนวัยทำงานตอนต้น (First Jobber) ที่มีช่วงอายุระหว่าง 23-35 ปี ซึ่งกลุ่มเหล่านี้มีพฤติกรรมการซื้อของออนไลน์มากที่สุด ขณะที่การทำการตลาดในภูมิภาค AEC จะเน้นไปที่การโฆษณาเป็นหลัก

นั่นจึงเป็นสาเหตุที่myCashback.co ต้องโอนเงินเข้าสู่บริการของ PayPal เนื่องจากในต่างประเทศนิยมใช้เป็นบัญชีหลัก ขณะที่ตลาดในประเทศไทยทางmyCashback.co กำลังดำเนินการประสานงานกับระบบบัญชีของธนาคารในประเทศไทย นอกจากนี้myCashback.co ยังเตรียมแผนการตลาดโดยเน้นไปที่การสร้างความรู้ (Educate) ตลาด เพื่อให้ผู้ใช้งานได้เข้าใจระบบคืนเงิน (Cashback) ในธุรกิจ e-Commerce

 

อนาคต myCashback.co

กับยักษ์ใหญ่ Taobao

เรียกว่าเป็นธุรกิจน้องใหม่ที่มีอนาคตสดใส เพราะเป็นช่องว่างที่หลายคนไม่ทราบว่า การช้อปปิ้งออนไลน์สามารถได้เงินคืนกลับมาได้ นั่นหมายความว่าการซื้อขายในรูปแบบ e-Commerce ถูกกว่าราคาขายที่ปรากฎหน้าเว็บเพราะการได้รับเงินคืนนี่เอง โดย myCashback.co เพิ่งเริ่มเปิดตัวเว็บไซต์ไปเมื่อมหกรรมแคมเปญ e-Commerce ระดับโลก 11.11 ที่ผ่านมา และเพิ่งเปิดตัวแอพพลิเคชั่น myCashback.co ไปเมื่อ 12.12 ที่ผ่านมาเช่นกัน

Screenshot (48)

ซึ่งจากจุดเด่นที่ให้เงินคืนแก่ผ้ใช้บริการแบบ 100% และสามารถคืนได้ในระยะเวลาเพียง 1 วันทาง myCashback.co รับประกันว่ายังไม่มีใครทำได้ในตอนนี้ และจะกลายเป็นความท้าทาย (Challenge) มาตรฐานรูปแบบใหม่ของผู้ที่จะเข้ามาทำธุรกิจคืนเงินนี้ สำหรับจุดอ่อนของmyCashback.co มีเพียงการคืนเงินที่ยังผ่านระบบ PayPal ที่มีผุ้ใช้น้อยในประเทศไทย แต่ในต่างประเทศมีผู้ใช้งานมากกว่า โดยคาดว่าไตรมาสแรกของปี 2018 จะสามารถเชื่อมโยงระบบเข้ากับบัญชีธนาคารของไทยได้ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย

ปัจจุบันมีจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์เฉลี่ย 10,000 คนต่อวัน โดยในจำนวนนี้มีการสั่งซื้อสินค้า (Active) ราว 200 คนต่อวันคิดเป็นมูลค่าต่อบิลเฉลี่ยอยู่ที่ 200 บาทต่อบิล นอกจากเรื่องของค่าดำเนินการโอน (Transaction)10% แล้ว สิ่งที่ myCashback.co จะได้คือข้อมูลพฤติกรรมของผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากของผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ต้องการผลิตสินค้าและบริการเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ความต้องการของผู้บริโภค

Screenshot (45)

นอกจากนี้ myCashback.co ยังมีแผนการจับมือกับ Taobao ผู้ให้บริการ e-Commerce รายใหญ่อีกหนึ่งค่ายจากประเทศจีนในการรุกตลาดเข้าสู่ประเทศไทยและภูมิภาค AEC ที่สำคัญ myCashback.co ยังอาจมีแผนการสร้าง e-Wallet ของตัวเอง เนื่องจากการซื้อสินค้าใน Taobao เงินจะผ่านมาที่myCashback.co โดยตรง แตกต่างจากปัจจุบันที่เงินจ่ายตรงไปยังคู่ค้า โดยที่myCashback.co ได้กลับมาเป็นค่าคอมมิชชั่น

 

Copyright © MarketingOops.com

อ่านบทความทั้งหมด ที่ MarketingOops.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...