“ดาวโจนส์” ปิดร่วง 352 จุด หลังบอนด์ยีลด์พุ่งนิวไฮรอบ 19 ปี ผวาเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพุธ (23 ก.ย.69) ปรับตัวลงทั้ง 3 ดัชนีหลัก หลังข้อมูลกิจกรรมทางธุรกิจของสหรัฐฯ แข็งแกร่งเกินคาด ดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 และเพิ่มความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 51,511.59 จุด ลดลง 352.10 จุด หรือ0.68% ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,706.03 จุด ลดลง 58.61 จุด หรือ 0.75% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,936.04 จุด ลดลง 308.24 จุด หรือ1.13%
แรงกดดันสำคัญมาจากผลสำรวจของ S&P Global ซึ่งระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของสหรัฐฯ (Composite PMI) เดือนกันยายนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ58.4 จาก 56.0 ในเดือนสิงหาคม สูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 โดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อใหม่ที่เพิ่มขึ้น
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังขยายตัวแข็งแกร่ง ท่ามกลางแรงกดดันด้านราคาที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนตุลาคม
ข้อมูลจาก CME FedWatch ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนักประมาณ 71% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้นจากประมาณ 53% ก่อนเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจ
ด้านตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นเหนือระดับ 5% แตะประมาณ5.10% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ส่วนบอนด์ยีลด์อายุ 2 ปี ซึ่งอ่อนไหวต่อทิศทางนโยบายการเงิน เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2567
บอนด์ยีลด์ที่สูงขึ้นกดดันหุ้นเติบโตและหุ้นเทคโนโลยี เนื่องจากทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นและลดความน่าสนใจของหุ้นเมื่อเทียบกับพันธบัตร โดย Nasdaq ยุติสถิติปิดทำนิวไฮติดต่อกัน 2 วัน
หุ้น Alphabet ร่วง 3.8% Amazon ลดลง 2.2% และ Nvidia ลบ 1.5% ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ PHLX Semiconductor (.SOX) ปรับตัวลงตามแรงขายหุ้นเทคโนโลยี
หุ้น McDonald’s ร่วง 4.8% และเป็นแรงกดดันสำคัญต่อดาวโจนส์ หลังบริษัทเปิดเผยแผนลงทุนสูงสุด 8,500 ล้านเหรียญภายในปี 2579 เพื่อช่วยผู้ประกอบการแฟรนไชส์ปรับปรุงร้านอาหารและยกระดับการดำเนินงาน
หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและบริการออนไลน์ถูกขายต่อเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันจากเทคโนโลยี AI โดย Expedia และ Airbnb ร่วงประมาณ 8% ขณะที่Booking Holdings ลดลงราว 5% ส่วน Paychex ดิ่งเกือบ 9% หลังรายได้ของธุรกิจหลักในไตรมาสแรกต่ำกว่าที่ตลาดคาด
หุ้นเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรมในดัชนี S&P 500 ปิดลดลง ยกเว้นกลุ่มพลังงานที่เพิ่มขึ้นประมาณ 1% ตามราคาน้ำมัน ขณะที่กลุ่มบริการสื่อสารและสาธารณูปโภคลดลงมากที่สุดราว 2%
ด้านราคาน้ำมันสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เพิ่มขึ้น 3.83 เหรียญ หรือ 3.86% ปิดที่ 103.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) เพิ่มขึ้น 1.64 เหรียญ หรือ 1.81% ปิดที่ 92.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันฟื้นตัวหลังประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติว่า อิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐฯ หนึ่งวันหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตือนว่าอาจใช้ปฏิบัติการทางทหาร หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านได้
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เดินทางถึงกรุงวอชิงตันแล้วเมื่อวันพุธ เพื่อประชุมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในวันนี้ (24 ก.ย.69) หลังทั้งสองฝ่ายตกลงขยายข้อตกลงพักรบทางการค้าออกไป 2 เดือน จนถึงวันที่10 มกราคม 2570 โดยตลาดจับตาความคืบหน้าด้านการค้า การกำกับดูแล AI แร่หายาก และประเด็นไต้หวัน