ห่วย?
จริง ๆ เดี๊ยนไม่อยากซ้ำเติมผู้มีอำนาจบริหารจัดการประเทศไทยแต่อย่างใด เพราะปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มันสะท้อนให้เห็นการทำงานไม่เป็นทีมเวิร์ก“โมนิก้า” ก็เลยไม่รู้ว่าจะด่าใครดี? ซึ่งเริ่มตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี, ผู้ว่า กทม., รัฐมนตรี, สส. และ สก. ฯลฯ เพราะเมื่อดูทุกอย่างด้วยใจเป็นธรรมจะรู้ได้ด้วยตัวเองว่า ห่วยทั้งหมดนะจะบอกให้
ประเด็นตรงนี้แหละที่ทำให้ “โมนิก้า” รู้สึกหวั่นใจว่า แนวทางการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาร้องว้าวจะทำได้จริงไหม?…เพราะพูดตรง ๆ เลยว่า ไม่ง่ายเหมือนที่ผู้มีอำนาจชอบพ่นน้ำลายเนื่องจากมรสุมเก่ายังล้างไม่หมด มรสุมใหม่ก็ขยันโผล่เข้ามากระแทกหน้าแบบไม่พัก แถมภาพการทำงานของแต่ละภาคส่วน ก็ทำเอาเดี๊ยนถอนหายใจยาวไปถึงดาวอังคาร เพราะเล่นเดินหน้ากันไปคนละทิศคนละทางนะจ๊ะ
ในเมื่อต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างชง แต่ไม่มีใครช่วยกันตบให้ไปในทางเดียวกัน ผลลัพธ์มันเลยออกมาทรง ๆ ทรุด ๆซึ่งเปรียบเหมือนคนป่วยเรื้อรังที่กินยาไม่ครบโดสพอรัฐบาลจะดันซ้าย แบงก์ชาติกดขวา เอกชนวิ่งถอยหลัง ผสานกับเจอแรงกดดันจากต่างประเทศ ส่งผลให้ตลาดหุ้นพลอยหมดอารมณ์วิ่งตามไปด้วย “โมนิก้า” ถึงมองการอ่อนตัวลงมาปิดที่ระดับ 1,594.30 จุด ลบไป8.07 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย7.90 หมื่นล้านบาท มันน่ากลัวไงล่ะคะ
ที่สำคัญคือ นี่เป็นครั้งที่ 3ในรอบ 1 เดือนที่ดัชนีหลุด 1,600 จุด เดี๊ยนเลยเชื่อว่า ดัชนีมีโอกาสไหลลงไปหาโลว์เก่าที่บริเวณ 1,561 จุดหลังนักลงทุนต่างชาติยังขายรัว ๆ ผสานกับตอนนี้หุ้นใหญ่ไร้สตอรี่หนุนเหมือนเมื่อก่อน และถ้ามองในมุมของกำลังซื้อรากหญ้าซบเซา หนี้ครัวเรือนแทบจุกอกตาย และสงครามการค้าที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด รวมทั้งโดนต่างชาติทุ่มตลาดสินค้าซึ่งทำเอา SMEs ไทยแทบกระอักเลือดแบบนี้..มันจะไปต่อกันได้จริงหรือจ๊ะ
เหมือนกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับเจ้าจำปี THAI มันทำให้ความน่าเชื่อถือของสายการบินแห่งนี้ดูแย่ในสายตาคนทั่วไปในทันที เพราะเรื่องกระเป๋าเดินทางค้างสนามบินเป็นเคสตัวอย่างที่สะท้อนถึง “การบริหารความเสี่ยงล้มเหลว” ซึ่งเป็นการตบหน้าภาคการท่องเที่ยวไทยที่พยายามประคบประหงม เพราะถือเป็นเครื่องยนต์หลักในการดัน GDP แต่พอสายการบินแห่งชาติเกิดปัญหา และเครื่องบินดีเลย์กระจาย ก็ทำให้ภาพลักษณ์ฮับท่องเที่ยวพังทลายลงในข้ามคืนนะจะบอกให้!
ในเมื่อสภาพเศรษฐกิจดูไม่ค่อยดีและต่างชาติยังขายหุ้นหนัก จนยอดซื้อสะสมเหลือไม่ถึง 5 หมื่นล้านบาท “โมนิก้า” ก็เข้าใจเหตุผลที่ราคาหุ้น KBANK เกิดอาการทรุดฮวบลงมาปิดที่ระดับ 242 บาท ลบไป10 บาท หรือลงไป3.97% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย6.95 พันล้านบาท เพราะโอกาสที่ราคาหุ้นจะขึ้นแบบแข็งแกร่งมีน้อยมาก เลยต้องมาดูว่า จุดเด้งตรงที่หุ้นลงมายืนยังทำงานได้ดีไหม..อิอิอิ
ในเมื่อเม้าท์ถึงเรื่องเศรษฐกิจและจุดเด้งของหุ้นขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ขอหันไปดูหุ้นเครื่องดื่มชูกำลังอย่าง CBG เพื่อชี้ให้เห็นแรงขายที่ออกมาเป็นจำนวนมากวานนี้ จนหุ้นลงมายืนปิดที่ระดับ52.50 บาท ลบไป 3.25 บาท หรือลงไป5.83% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย729 ล้านบาท กลายเป็นช็อตที่ชวนให้คิดว่า แนวเด้งเก่าตรงบริเวณ 50 บาทเหมาะต่อการช้อนหุ้น เพื่อเล่นสั้น ๆ หาค่าขนมอะป่าว?
โมนิก้าและทีมงาน