โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

MAKRO ปิดจ็อบโอน “โลตัสส์” ต.ค.นี้ เดินแผนผนึก SMEs – รายย่อย ดันสินค้าไทยสู่ตลาดโลก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 14 ต.ค. 2564 เวลา 08.50 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO เดินหน้ารับโอนกิจการทั้งหมดของกลุ่มโลตัสส์ในไทยและมาเลเซียจากบริษัท ซี.พี.รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด (CPRH) พร้อมจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement หรือ PP) เพื่อตอบแทนการรับโอนกิจการทั้งหมดจาก CPRH หลังได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นรายย่อยเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งคาดดำเนินการจะเสร็จสิ้นภายใน 1-3 สัปดาห์ นับตั้งแต่วันที่ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา

นอกจากนี้เตรียมยื่นไฟลิ่งเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อยตามเกณฑ์ตลาดหลักทรัพย์ฯ เสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน รองรับการขยายธุรกิจ และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ ที่จะผนึกกำลังเอสเอ็มอี (SMEs) และผู้ผลิตสินค้ารายย่อยของไทย เพื่อนำสินค้าไทยท่องสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งนำมาสู่การยอมรับสินค้าไทยในระดับสากล พร้อมพัฒนาโมเดลธุรกิจแบบ O2O ผสมผสานช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล

หลังจากนี้ MAKRO เตรียมยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (Filing) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขออนุมัติเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไป (Public Offering หรือ PO) โดยบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และบริษัท ซี.พี.เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด (บริษัทย่อยของบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF) จะร่วมเสนอขายหุ้นสามัญของ MAKRO ที่ตนถืออยู่บางส่วน เพื่อกระจายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) เป็นไม่น้อยกว่า 15% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งส่งผลดีต่อหุ้น MAKRO ที่จะมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ที่เพิ่มขึ้น สภาพคล่องการซื้อขายที่ดีขึ้น และมีโอกาสในการเข้าคำนวณในดัชนีสำคัญต่าง ๆ เช่น SET 50 และ MSCI เป็นต้น

ดังนี้ส่งผลให้หุ้น MAKRO เป็นที่สนใจของนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการเงิน ในการเป็นเงินทุนรองรับการขยายธุรกิจ ลดต้นทุนทางการเงิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการของ MAKRO

นางสุชาดา อิทธิจารุกุล รองประธานกรรมการที่ 2 และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – กลุ่มธุรกิจสยามแม็คโคร กล่าวว่า “ภายหลังจากที่ MAKRO รับโอนกิจการทั้งหมดของกลุ่มโลตัสส์ จะส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นจากการรับรู้รายได้กิจการของกลุ่มโลตัสส์เข้ามาในงบการเงินของบริษัทฯ และหากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายจะส่งผลดีต่อการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ เศรษฐกิจและกำลังซื้อฟื้นตัว ซึ่งจะส่งผลให้ MAKRO และกลุ่มโลตัสส์มียอดขายเพิ่มขึ้นและรายได้จากพื้นที่เช่าภายในศูนย์การค้าของโลตัสส์ที่จะเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย”

นอกจากนี้ นางสุชาดา ยังเปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า ทางบริษัทมีแผนที่จะร่วมมือกับเอสเอ็มอี (SMEs) และผู้ผลิตรายย่อยของไทยในการสนับสนุนช่องทางการจายสินค้าของผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลกผ่าน “แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์และยกระดับสินค้าไทยสู่มาตรฐานสากล พาประเทศไทยก้าวเป็นฮับหรือศูนย์กลางของอาหารสดและสินค้าอุปโภคบริโภค (Fresh Food and Grocery) ในภูมิภาค และเป็นครัวของโลก (Kitchen of the World) โดยเชื่อว่า สินค้าไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะขยายสู่ตลาดนานาชาติได้ หากได้รับการสนับสนุนด้านช่องทางการกระจายสินค้า การทำการตลาด และข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ผู้บริโภคต้องการ เพื่อนำไปต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคดิจิทัล โดยมี COVID-19 เป็นปัจจัยเร่งให้เกิดความต้องการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น MAKRO และโลตัสส์ จะร่วมมือกันพัฒนาโมเดลธุรกิจด้วยการผสมผสานช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ (offline and online หรือ O2O) เพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้บริโภค และนำบริษัทฯ ก้าวสู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) ที่ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัล ตลอดจนยกระดับห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ให้แข็งแกร่ง และสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการในระดับสากลได้

นางสุชาดา กล่าวทิ้งท้ายเพิ่มเติมว่า “เราพร้อมเป็นช่องทางการกระจายสินค้าและนำแพลตฟอร์มออนไลน์และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นมาสร้างโอกาสแก่เอสเอ็มอีและผู้ผลิตสินค้ารายย่อยของไทย โดยร่วมมือกันนำสินค้าไทยออกสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อรับโอกาสการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาค และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...