โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผบ.ตร.สั่งสอบ ‘บอสตำรวจ’ ดิไอคอนกรุ๊ป ทั้งอาญา-วินัย

The Bangkok Insight

อัพเดต 24 ต.ค. 2567 เวลา 08.14 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2567 เวลา 08.14 น. • The Bangkok Insight

ผบ.ตร.สั่งสอบ "บอสตำรวจ" ดิไอคอนกรุ๊ป ทั้งอาญา-วินัย เรียกเข้าพบกองปราบฯ วันนี้

วันนี้ (24 ต.ค.67) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีปรากฏคลิปนายตำรวจยศ พันตำรวจเอก ขึ้นเวทีของบริษัทดิไอคอนกรุ๊ปจำกัด โดยมีลักษณะพูดชักชวนการร่วมลงทุน โน้มน้าวประชาชนที่มาเข้าฟัง และวิพากษ์วิจารณ์ สวัสดิการของข้าราชการตำรวจที่ไม่ดี ทำให้ต้องเลือกทำธุรกิจดิไอคอนกรุ๊ป

พล.ต.อ. กิตติ์รัฐกล่าวว่า ตนเองได้สั่งการไปตั้งแต่ช่วงเช้า ผ่านพล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า เรื่องดังกล่าวต้องแยกเป็น 2 ประเด็น ประเด็นที่ 1 คือ ตรวจสอบนายตำรวจที่ออกมาทำลักษณะเป็นโค้ชพูดชักชวนเช่นนี้ ให้เรียกมาสอบปากคำภายในวันนี้ ให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) เป็นผู้พิจารณาว่ามีพฤติกรรมรายละเอียดเป็นอย่างไร

ตนเองได้ให้หลักการว่า จะไม่มีการช่วยเหลือในฐานะตำรวจ หากพบพฤติกรรมใดๆที่เข้าข่ายลักษณะความผิด ทั้งการฉ้อโกงประชาชน และ พรบ.คอมพิวเตอร์

ในส่วนที่ 2 ที่ต้องตรวจสอบคือการที่แต่งเครื่องแบบตำรวจไปทำพฤติการณ์เช่นนั้น สามารถทำได้หรือไม่ และใช้เวลาราชการไปทำหรือไม่ ในการตรวจสอบส่วนนี้ ได้สั่งจเรตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบความผิดทางวินัย โดยต้องจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร กลับมารายงานตนเอง ภายในระยะเวลา 2 วัน นับตั้งแต่วันนี้

การที่พันตำรวจเอกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเงินเดือน ค่าตอบแทนของตำรวจถือเป็นความคิดเห็นส่วนตัว แต่สิ่งสำคัญคือการที่คุณเป็นข้าราชการตำรวจ ต้องรู้ว่าสิ่งใดควรแสดงออกหรือไม่อย่างไร

“ความเห็นบางจากผู้ใต้บังคับบัญชา บางครั้งเป็นสิ่งที่ดี ตนจะได้รู้ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรจะปรับปรุงพัฒนาการทำงานตำรวจในรูปแบบอย่างไร ส่วนหนึ่งเราก็ต้องฟังเขา แต่การที่เอาเวลาราชการไปทำลักษณะแบบนี้ ถ้าไม่ใช่การเบียดบังเวลาราชการ เป็นเวลาส่วนตัว ก็ไม่ว่ากัน แต่การสวมใส่เครื่องแบบไปทำเช่นนั้นจะถูกต้องหรือ ต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง”

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวสนับสนุนตำรวจที่ทำมาหากินโดยสุจริต พร้อมสนับสนุน แต่นั่นหมายความว่าต้องทำอย่างถูกต้องตามกฎหมายสุจริตชน ไม่เบียดเบียนเวลาราชการ และต้องไม่หลอกลวงคนอื่น ซึ่งจากนี้จะเป็นการพิสูจน์ข้อเท็จจริง

จากคลิปดังกล่าวยอมรับว่า พันตำรวจเอกรายนี้ มีลักษณะพูดโน้มน้าวชักชวนจริง ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเข้าข่ายหลอกลวงให้ประชาชนร่วมทำสิ่งใดอย่างใดอย่างหนึ่ง และทำให้เสียทรัพย์สิน แน่นอนว่าจะต้องถูกดำเนินคดีทั้งทางวินัยและทางอาญา

นอกจากนี้ ตนเองยืนยันว่า ดีเอสไอ ยังไม่มีความพยายามจะแย่งคดีอะไร กับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การทำงานของทั้ง 2 หน่วยได้มีการประสานงานกันตลอดเวลา สิ่งใดที่เป็นหน้างานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ อยู่ในอำนาจหน้าที่ก็ดำเนินการไป ส่วนตำรวจก็ทำในส่วนกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น อีกทั้งยังไม่มีรายงานว่า มีใครพยายามจะนำคดีออกไปจากการทำงานของตำรวจ ส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษโดยเฉพาะ ตนมั่นใจว่าสิ่งที่ตำรวจกำลังทำอยู่เป็นไปตามพยานหลักฐาน

หากถามว่าวันนี้พอใจกับการทำงานของตำรวจหรือไม่ตนเองมองว่า ตำรวจทำตามหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ส่วนที่ประชาชนสะท้อนในด้านดี ก็ถือว่าเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ทำงาน แต่ตลอดเวลา ตนเองจะกำชับผู้ใต้บังคับบัญชาว่าขอให้ทำอย่างรวดเร็วถูกต้องรอบคอบรัดกุม ไม่ใช่ทำเพื่อเอาใจใคร จนเกิดความเสียหาย

พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ กล่าวถึงกรณีที่ทนายความของผู้ต้องหาจะทำการแจ้งความกลับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำการตรวจค้น 11 จุดเป้าหมายว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุ ในเรื่องนี้ในส่วนของผู้ต้องหาหรือทนายความ สามารถทำได้ตามสิทธิ์ แต่ยืนยันว่าตำรวจปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างถูกต้องและครอบคลุมที่สุดแล้ว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...