โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หุ้นจีนพุ่งแรงสุดในรอบ 16 ปี การแรลลี่ครั้งใหญ่นี้จะชั่วคราวหรือยาวนาน ?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ต.ค. 2567 เวลา 03.26 น. • เผยแพร่ 01 ต.ค. 2567 เวลา 00.38 น.
จอแสดงดัชนี Hang Seng Index ในฮ่องกงบวกแรง เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2024 (ภาพโดย Peter PARKS / AFP)

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2024 เป็นวันที่หุ้นจีนพุ่งแรงสุดในรอบ 16 ปี นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2008 โดยหุ้นเอ-แชร์ (A-Share) หรือหุ้นบริษัทจีนที่จดทะเบียนในจีนแผ่นดินใหญ่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์

การพุ่งขึ้นครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นขณะที่นักลงทุนแห่ซื้อหุ้นจีนเพื่อเก็งกำไร หลังจากที่รัฐบาลจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่รอบล่าสุดในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน นอกจากนั้น คณะกรรมการกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (โปลิตบูโร) ยังให้คำมั่นที่จะดำเนินการการใช้จ่ายทางการคลังที่จำเป็น เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์และบรรลุเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจที่ตั้งเป้าไว้ 5%

ดัชนี CSI 300 ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นบลูชิพของจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในจีนแผ่นดินใหญ่ปิดที่ 4,017.85 จุด เพิ่มขึ้น 8.48% เป็นการพุ่งขึ้นวันเดียวที่สูงที่สุดในรอบ 16 ปี นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2008 หลังจากทำผลงานรายสัปดาห์ +15.7% ในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลงานรายสัปดาห์ที่ดีที่สุดตั้งแต่ปี 2008 เช่นกัน

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต (SSEC) พุ่งขึ้น 8.1% และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 1.17 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 13.97 ล้านล้านบาท)

มูลค่าการซื้อขายรวมของตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และตลาดหลักทรัพย์เสิ่นเจิ้นอยู่ที่ 2.59 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 30.92 ล้านล้านบาท)

ด้านดัชนีหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hang Seng China Enterprises Index : HSCEI) เพิ่มขึ้น 2.88%

คำถามมีอยู่ว่า การแรลลี่ของตลาดหุ้นจีนจะยั่งยืน หรือดำเนินไปเป็นเวลานานแค่ไหน

ตามการรายงานของนิกเคอิเอเชีย (Nikkei Asia) ในวันที่ 30 กันยายนระบุว่า นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า ความพยายามดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปตามคำมั่นสัญญานั้น สำคัญอย่างยิ่งในการที่จะรักษาความต่อเนื่องของการแรลลี่เอาไว้

โทมัส ฝาง (Thomas Fang) หัวหน้าฝ่ายตลาดโลกประจำสำนักงานจีนของธนาคารยูบีเอส (UBS) กล่าวในบทวิเคราะห์ในวันที่ 30 กันยายนว่า ผลการดำเนินงานของตลาดสัปดาห์ล่าสุดเป็นจุดเปลี่ยนที่ชัดเจนสำหรับหุ้นเอ-แชร์

สำหรับในระยะต่อไป ฝางวิเคราะห์ว่า โดยปกติแล้ว หลังจากการดีดตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดประมาณ 20% อาจมีช่วงเวลาแห่งการต่อสู้กันระหว่างตลาดกระทิงและตลาดหมี โดยมีการเทขายทำกำไรบางส่วน และมีการปรับน้ำหนักการลงทุนจากหุ้นหมวดหนึ่งไปยังอีกหมวดหนึ่ง ซึ่งจะเป็นการแรลลี่ในระดับกว้างขึ้น

ทั้งนี้ ตามการวิจัยโดยโทมัส แกตลีย์ (Thomas Gatley) ที่ปรึกษาจากบริษัทบริการด้านการเงิน กาเวกัล (Gavekal) ที่เผยแพร่ในวันที่ 30 กันยายน ดัชนี CSI 300 เคยได้เห็นการแรลลี่ครั้งใหญ่เพียง 5 ครั้งนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2005 ในจำนวนนั้นเป็นการแรลลี่ที่ขับเคลื่อนโดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 3 ครั้ง คือ ช่วงปี 2008-2009, ปี 2014-2015 และปี 2020-2021

“การแรลลี่ที่ขับเคลื่อนโดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นมีอัตราการเพิ่มจากจุดต่ำสุดถึงจุดสูงสุดราว 50-100% ดังนั้น หากตลาดหุ้นจีนกำลังเริ่มปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ดังนั้น ก็น่าจะยังมีอัพไซด์อีกมาก แม้จะเพิ่งมีการกระโดดขึ้นล่าสุด” แกตลีย์เขียนวิเคราะห์

ในบทวิเคราะห์จากธนาคารมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) เมื่อวันที่ 29 กันยายน คณะนักวิเคราะห์ซึ่งนำโดย โรบิน สิง (Robin Xing) กล่าวว่า ยังมีพื้นที่สำหรับการแรลลี่เชิงยุทธวิธีอีก 10% ในระยะเวลาอันใกล้นี้

“หากเศรษฐกิจมหภาคสามารถหลุดพ้นจากวงจรหนี้และเงินฝืดได้สำเร็จ ด้วยมาตรการกระตุ้นเชิงนโยบาย และการใช้จ่ายภาคเอกชนที่ฟื้นตัว โดยที่การบริโภคภาคเอกชนกลับมามีแนวโน้มเร่งตัวอีกครั้ง เราก็คาดว่าระดับดัชนีตลาดโดยรวมจะปรับตัวขึ้นอีก และเชื่อว่าหุ้นในเซ็กเตอร์สินค้าที่มีสัดส่วนการบริโภคภายในประเทศมากกว่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุด และจะทำผลงานดีกว่า” นักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนลีย์ วิเคราะห์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หุ้นจีนพุ่งแรงสุดในรอบ 16 ปี การแรลลี่ครั้งใหญ่นี้จะชั่วคราวหรือยาวนาน ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...