หุ้นจีนพุ่งแรงสุดในรอบ 16 ปี การแรลลี่ครั้งใหญ่นี้จะชั่วคราวหรือยาวนาน ?
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2024 เป็นวันที่หุ้นจีนพุ่งแรงสุดในรอบ 16 ปี นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2008 โดยหุ้นเอ-แชร์ (A-Share) หรือหุ้นบริษัทจีนที่จดทะเบียนในจีนแผ่นดินใหญ่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์
การพุ่งขึ้นครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นขณะที่นักลงทุนแห่ซื้อหุ้นจีนเพื่อเก็งกำไร หลังจากที่รัฐบาลจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่รอบล่าสุดในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน นอกจากนั้น คณะกรรมการกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (โปลิตบูโร) ยังให้คำมั่นที่จะดำเนินการการใช้จ่ายทางการคลังที่จำเป็น เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์และบรรลุเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจที่ตั้งเป้าไว้ 5%
ดัชนี CSI 300 ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นบลูชิพของจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในจีนแผ่นดินใหญ่ปิดที่ 4,017.85 จุด เพิ่มขึ้น 8.48% เป็นการพุ่งขึ้นวันเดียวที่สูงที่สุดในรอบ 16 ปี นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2008 หลังจากทำผลงานรายสัปดาห์ +15.7% ในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลงานรายสัปดาห์ที่ดีที่สุดตั้งแต่ปี 2008 เช่นกัน
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต (SSEC) พุ่งขึ้น 8.1% และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 1.17 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 13.97 ล้านล้านบาท)
มูลค่าการซื้อขายรวมของตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และตลาดหลักทรัพย์เสิ่นเจิ้นอยู่ที่ 2.59 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 30.92 ล้านล้านบาท)
ด้านดัชนีหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hang Seng China Enterprises Index : HSCEI) เพิ่มขึ้น 2.88%
คำถามมีอยู่ว่า การแรลลี่ของตลาดหุ้นจีนจะยั่งยืน หรือดำเนินไปเป็นเวลานานแค่ไหน
ตามการรายงานของนิกเคอิเอเชีย (Nikkei Asia) ในวันที่ 30 กันยายนระบุว่า นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า ความพยายามดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปตามคำมั่นสัญญานั้น สำคัญอย่างยิ่งในการที่จะรักษาความต่อเนื่องของการแรลลี่เอาไว้
โทมัส ฝาง (Thomas Fang) หัวหน้าฝ่ายตลาดโลกประจำสำนักงานจีนของธนาคารยูบีเอส (UBS) กล่าวในบทวิเคราะห์ในวันที่ 30 กันยายนว่า ผลการดำเนินงานของตลาดสัปดาห์ล่าสุดเป็นจุดเปลี่ยนที่ชัดเจนสำหรับหุ้นเอ-แชร์
สำหรับในระยะต่อไป ฝางวิเคราะห์ว่า โดยปกติแล้ว หลังจากการดีดตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดประมาณ 20% อาจมีช่วงเวลาแห่งการต่อสู้กันระหว่างตลาดกระทิงและตลาดหมี โดยมีการเทขายทำกำไรบางส่วน และมีการปรับน้ำหนักการลงทุนจากหุ้นหมวดหนึ่งไปยังอีกหมวดหนึ่ง ซึ่งจะเป็นการแรลลี่ในระดับกว้างขึ้น
ทั้งนี้ ตามการวิจัยโดยโทมัส แกตลีย์ (Thomas Gatley) ที่ปรึกษาจากบริษัทบริการด้านการเงิน กาเวกัล (Gavekal) ที่เผยแพร่ในวันที่ 30 กันยายน ดัชนี CSI 300 เคยได้เห็นการแรลลี่ครั้งใหญ่เพียง 5 ครั้งนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2005 ในจำนวนนั้นเป็นการแรลลี่ที่ขับเคลื่อนโดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 3 ครั้ง คือ ช่วงปี 2008-2009, ปี 2014-2015 และปี 2020-2021
“การแรลลี่ที่ขับเคลื่อนโดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นมีอัตราการเพิ่มจากจุดต่ำสุดถึงจุดสูงสุดราว 50-100% ดังนั้น หากตลาดหุ้นจีนกำลังเริ่มปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ดังนั้น ก็น่าจะยังมีอัพไซด์อีกมาก แม้จะเพิ่งมีการกระโดดขึ้นล่าสุด” แกตลีย์เขียนวิเคราะห์
ในบทวิเคราะห์จากธนาคารมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) เมื่อวันที่ 29 กันยายน คณะนักวิเคราะห์ซึ่งนำโดย โรบิน สิง (Robin Xing) กล่าวว่า ยังมีพื้นที่สำหรับการแรลลี่เชิงยุทธวิธีอีก 10% ในระยะเวลาอันใกล้นี้
“หากเศรษฐกิจมหภาคสามารถหลุดพ้นจากวงจรหนี้และเงินฝืดได้สำเร็จ ด้วยมาตรการกระตุ้นเชิงนโยบาย และการใช้จ่ายภาคเอกชนที่ฟื้นตัว โดยที่การบริโภคภาคเอกชนกลับมามีแนวโน้มเร่งตัวอีกครั้ง เราก็คาดว่าระดับดัชนีตลาดโดยรวมจะปรับตัวขึ้นอีก และเชื่อว่าหุ้นในเซ็กเตอร์สินค้าที่มีสัดส่วนการบริโภคภายในประเทศมากกว่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุด และจะทำผลงานดีกว่า” นักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนลีย์ วิเคราะห์
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หุ้นจีนพุ่งแรงสุดในรอบ 16 ปี การแรลลี่ครั้งใหญ่นี้จะชั่วคราวหรือยาวนาน ?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net