เลือกตั้ง'66 : ระบบรายงานผลเลือกตั้ง'66 ของ กกต. VS ระบบประชาชนรายงานกันเอง
การเลือกตั้งในวันที่14 พฤษภาคม2566 เต็มไปด้วยความกังวลของประชาชนว่าการนับคะแนนและการรายงานผลคะแนนจะเป็นไปโดยถูกต้องและโปร่งใสหรือไม่เนื่องจากประชาชนมีบทเรียนจากการรายงานคะแนนที่ผิดพลาดและล่าช้าระหว่างการเลือกตั้งเมื่อปี2562 และยังไม่เห็นว่าในปี2566 คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จะพัฒนาปรับปรุงการทำงานให้มีความพร้อมมากขึ้นตรงกันข้ามกลับพบเห็นจุดอ่อนและข้อผิดพลาดทำให้ประชาชนต้องร่วมใจสร้างระบบการรายงานผลคะแนนกันเองโดยไม่อาจรอกกต. ได้
หนึ่งในปัญหาสำคัญที่ทำให้ผลการเลือกตั้งในปี2562 ไม่น่าเชื่อถือเพราะกกต. ไม่เคยเปิดเผยผลคะแนนรายหน่วยเปิดเผยแต่คะแนนที่รวมเสร็จแล้วเท่านั้นและเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติยังมีความเข้าใจไม่ตรงกันปฏิบัติงานไม่เหมือนกันบางคนถึงขั้นห้ามประชาชนถ่ายภาพถ่ายวิดีโอเพื่อเก็บหลักฐานผลคะแนนทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจระหว่างประชาชนกับกกต.
ระเบียบกกต. ปี66 พร้อมเปิดคะแนนรายหน่วยเล็งรายงานผลก่อน23.00 น.
2 มกราคม2566 แสวงบุญมีเลขาธิการกกต. อธิบายต่อสาธารณะว่าในปีนี้ทางสำนักงานกกต. ไม่มีเทคโนโลยีเป็นการเฉพาะสำหรับการรายงานผลคะแนนเลือกตั้งแบบเรียลไทม์หลังจากนั้นนักวิชาการด้านคอมพิวเตอร์จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังก็เปิดเผยว่ามีความพยายามพัฒนาระบบแอปพลิเคชั่นใหม่สำหรับการรับสมัครผู้สมัครส.ส. และการรายงานผลคะแนนการเลือกตั้งพร้อมนำเสนอต่อกกต. ไปแล้วในปี2565 แต่คณะกรรมการกกต. ไม่มั่นใจว่าการใช้เทคโนโลยีจะช่วยป้องกันการรายงานคะแนนผิดพลาดได้จึงไม่อนุมัติโครงการนี้
กกต. ปล่อยให้เกิดความสงสัยในหมู่ประชาชนอยู่พักใหญ่จนเกิดความเข้าใจว่าจะไม่มีการรายงานผลสดในรอบนี้กระทั่งวันที่15 กุมภาพันธ์2566 จึงออกระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2566 มาบังคับใช้และกำหนดรายละเอียดการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกคนโดยกำหนดขั้นตอนและวิธีการรายงานผลคะแนนเลือกตั้งในวันที่14 พฤษภาคม2566 ดังนี้
1) เมื่อแต่ละหน่วยนับคะแนนเสร็จแล้วให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.) จัดทำรายงานผลการนับคะแนน(ส.ส.5/18) สามชุดติดไว้ที่หน่วยเลือกตั้งหนึ่งชุดใส่ไว้ในถุงใสรวมกับบัตรเลือกตั้งหนึ่งชุดและนำส่งให้คณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้ง(กกต.เขต) หนึ่งชุด(ตามระเบียบข้อ178)
2) ให้กกต.เขตเป็นผู้รับผิดชอบในการรวมผลคะแนนตามที่ได้รับมาจากแต่ละหน่วย(ตามระเบียบข้อ182 (2) และข้อ214)
3) ให้กกต.เขตติดประกาศไว้ที่สถานที่รวมคะแนนและส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด(กกต.จังหวัด) หนึ่งชุดส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.กลาง) อีกหนึ่งชุด(ตามระเบียบข้อ214 วรรคสอง)
4) ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเผยแพร่ข้อมูลรายงานผลการนับคะแนน(ส.ส.5/18) รวมทั้งรายงานผลการนับคะแนนการเลือกตั้งล่วงหน้าและเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรบนเว็บไซต์ของสำนักงานกกต.ประจำจังหวัดภายในห้าวันนับตั้งแต่เลือกตั้ง(ตามระเบียบข้อ214 วรรคสาม)
หลังจากออกระเบียบฉบับดังกล่าวก็ยังเกิดความไม่เข้าใจและมีช่องว่างที่ขาดคำอธิบายอีกมากว่าการรายงานผลคะแนนสดของกกต. จะทำอย่างไรและประชาชนจะมีโอกาสรู้ผลคะแนนการเลือกตั้งจากช่องทางใดภายในเวลาใดซึ่งกกต. ก็ไม่ได้พยายามอธิบายสิ่งนี้ให้เข้าใจตรงกันโดยเฉพาะวิธีการและระบบที่กกต.เขตจะส่งข้อมูลผลการเลือกตั้งให้สื่อมวลชนนำไปรายงานสู่สายตาประชาชน
วันที่27 เมษายน2566 กกต. จัดงานแถลงรายละเอียดและชี้แจงต่อสื่อมวลชนในเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ของสำนักงานกกต. อธิบายว่าระบบในการรายงานผลถูกตั้งชื่อว่าECT Report มีผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติผู้แทนสถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐและผู้แทนบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติจำกัดเข้าร่วมสนับสนุนซึ่งจะส่งผลคะแนนให้แก่สื่อมวลชนได้ตั้งแต่18.30 น. เป็นต้นไปผ่านทางเว็บไซต์รายงานผลectreport.com เว็บไซต์สำนักงานกกต. และสื่อมวลชนจะได้รับผลคะแนนผ่านทางGoogle Share Drive โดยคาดว่าจะรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการครบถ้วนภายใน23.00 น.
ความรับผิดชอบหลักอยู่ในมือกกต. เขต
ตามระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2566 กำหนดให้มีผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตขึ้นมี400 คนรับผิดชอบ400 เขตเลือกตั้งโดยแต่งตั้งคนที่มีอายุ35 ปีขึ้นไปจากคนในจังหวัดนั้นๆหรือคนที่เป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐและมีความเป็นกลางทางการเมืองโดยการเปิดรับสมัครหรือการทาบทามและให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนั้นๆส่งรายชื่อไปให้กกต. คัดเลือกจากเขตเขตละสองคนเหลือคนเดียวและยังให้กกต.กลางแต่งตั้งกกต.เขตอีกเขตละสามคนให้มีประธานหนึ่งคนโดยตำแหน่งต่างๆเหล่านี้มีค่าตอบแทนเดือนละ13,000-15,000 บาท
ในการจัดการเลือกตั้งวันจริงจะต้องใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมากที่หน่วยเลือกตั้งคนเหล่านี้เรียกว่าคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งหรือกปน. มีประจำหน่วยหน่วยละเก้าคนให้กกต.เขตแต่งตั้งจากรายชื่อที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเสนอโดยคนเหล่านี้มักมาจากอาสาสมัครที่เป็นประชาชนในเขตเลือกตั้งนั้นๆข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเช่นข้าราชการครูข้าราชการพยาบาลลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรายชื่อของกปน. จะติดไว้ที่หน้าหน่วยเลือกตั้งตามระเบียบข้อ25 ในการทำงานในวันเลือกตั้งจะได้รับค่าตอบแทนคนละ450 บาทต่อวันสำหรับประธานกปน. ได้รับค่าตอบแทน700 บาทต่อวัน
ระบบการเลือกตั้งในปี2566 ใช้บัตรเลือกตั้งสองใบและมีหีบเลือกตั้งหน่วยละสองหีบจึงต้องอาศัยกปน. หน่วยละเก้าคนคือมีความรับผิดชอบสี่คนต่อหนึ่งหีบและมีประธานกรรมการประจำหน่วยอีกหนึ่งคนแต่ละหน่วยเลือกตั้งจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีกหนึ่งคนเนื่องจากมีหน่วยเลือกตั้งมากกว่า96,000 หน่วยจาก400 เขตเลือกตั้งในการเลือกตั้งปี2566 จึงต้องอาศัยบุคลากรที่มาทำหน้าที่เป็นกปน. เกือบหนึ่งล้านคนซึ่งเป็นไปได้ยากมากที่จะเกิดการทุจริตในระดับของกปน. ที่มาจากคนจำนวนมากขนาดนี้และทำงานอยู่ท่ามกลางการมองเห็นของประชาชน
อย่างไรก็ดีแสวงบุญมีเลขาธิการกกต. เคยอธิบายว่าตามระบบการรายงานผลแบบECT Report นั้นกปน. จะไม่มีหน้าที่ต้องกรอกคะแนนและรายงานคะแนนเองมีหน้าที่เพียงสรุปผลคะแนนจากแต่ละหน่วยและนำใบรายงานผลคะแนนส.ส. 5/18 ไปส่งให้กับกกต.เขตโดยจะมีเจ้าหน้าที่อีกชุดหนึ่งทำหน้าที่กรอกผลคะแนนเข้าไปในระบบดิจิทัลหรือGoogle Share Drive เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลให้สื่อมวลชนดังนั้นแม้ความรับผิดชอบในการนับคะแนนจะยังอยู่กับกปน. จำนวนเกือบล้านคนที่หน้าหน่วยเลือกตั้งแต่ความรับผิดชอบหลักในการรายงานผลคะแนนสดให้ประชาชนได้รับรู้จะอยู่ในมือของคนไม่กี่คนที่สำนักงานกกต.เขตทำให้โอกาสผิดพลาดน้อยลงแต่อาจจะทำให้การรายงานผลให้สื่อมวลชนช้ากว่ากปน. รายงานโดยตรง
ไม่มีความชัดเจนว่าคนที่รับผิดชอบในการกรอกคะแนนจากใบส.ส. 5/18 เข้าสู่ระบบจะเป็นใครจะเป็นกกต.เขตทำด้วยตัวเองหรือไม่แต่ในระเบียบอัตราค่าตอบแทนมีการตั้งค่าตอบแทนสำหรับเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลเจ้าหน้าที่บันทึกคะแนนและเจ้าหน้าที่รวมคะแนนไว้คนละ350 บาทต่อวันจึงคาดหมายได้ว่ากปน. อาจจัดหาเจ้าหน้าที่หลายตำแหน่งเพื่อทำหน้าที่กรอกคะแนนหรือบันทึกผลคะแนนจากใบส.ส. 5/18 ที่ได้รับมาจากกปน. แต่ละหน่วยเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
ระบบใหม่อาจลดความผิดพลาดได้แต่ผลคะแนนอยู่ในมือของคนจำนวนน้อยลง
ระบบการรายงานผลคะแนนของกกต. ในปี2566 ต่างจากระบบที่ใช้ในปี2562 ซึ่งให้เป็นหน้าที่ของกปน. ทุกหน่วยกรอกคะแนนลงในแอปพลิเคชั่นชื่อว่าRapid Report และผลที่ได้คือพบข้อผิดพลาดมากมายซึ่งส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่กปน. จำนวนมากช่วยกันกรอกคะแนนจากหน่วยของตัวเองและไม่คุ้นเคยกับแอปพลิเคชั่นดังนั้นเมื่อออกแบบระบบใหม่โดยมอบหมายให้คนกลุ่มเดียวมีหน้าที่ในการบันทึกคะแนนเข้าสู่ระบบการรายงานผลผ่านGoogle Drive ก็อาจลดข้อผิดพลาดเล็กน้อยในระดับบุคคล(Human Error) ลงได้บ้าง
อย่างไรก็ดีระบบใหม่ทำให้การตรวจสอบความถูกต้องของการรายงานผลเป็นไปได้ยากขึ้นเพราะขั้นตอนการบันทึกคะแนนเข้าสู่ระบบGoogle Drive โดยผู้รับผิดชอบไม่กี่คนจะเกิดขึ้นในพื้นที่สำนักงานของกกต.เขตซึ่งไม่อนุญาตให้มีผู้สังเกตการณ์เข้าไปดูการทำงานและกกต. ก็ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะว่าเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบขั้นตอนการบันทึกคะแนนเป็นใครบ้างมีที่มาอย่างไรมีคุณสมบัติหรือผ่านการคัดเลือกมาอย่างไรและจากข่าวประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่2 พฤษภาคม2566 กกต. แจ้งว่าการรายงานผลในGoogle Drive จะไม่รายงานจำนวนบัตรเสียและบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนก็ยิ่งเปิดช่องให้เกิดความไม่โปร่งใสเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้กกต. ออกแบบระบบให้ตรวจสอบการทำงานของคนกลุ่มนี้ว่าให้เปิดเผยภาพถ่ายของใบส.ส.5/18 บนเว็บไซต์ของสำนักงานกกต.จังหวัดภายใน5 วันหลังเลือกตั้งซึ่งเป็นการผลักภาระให้เป็นหน้าที่ของกกต.จังหวัดทั้ง77 แห่งมีหน้าที่ต้องดำเนินการต่อให้ถูกต้องและเป็นผู้รับผิดชอบหากการรายงานคะแนนเกิดความผิดพลาด(ระเบียบข้อ214 วรรคสาม)
จุดอ่อนของระบบการรายงานคะแนนECT Report นี้คือการเก็บเอกสารใบส.ส.5/18 ไว้เป็นเวลา5 วันก่อนเผยแพร่บนเว็บไซต์ซึ่งเป็นขั้นตอนที่น่ากังวลเพราะไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของกกต. ส่วนกลางอีกต่อไปถ้าหากเจ้าหน้าที่ระดับเขตบันทึกคะแนนไม่ตรงกับความเป็นจริงก็ยังอาจไปแก้ไขข้อมูลในใบส.ส.5/18 ให้เปลี่ยนแปลงตามคะแนนที่กรอกใหม่ได้
งานนี้จึงต้องอาศัยประชาชนจำนวนมากไปช่วยกันถ่ายภาพใบขีดคะแนนที่มีผลคะแนนสดๆจากหน้าหน่วยเลือกตั้งเก็บไว้เพื่อตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่บันทึกคะแนนทำงานได้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงหรือไม่และใบส.ส.5/18 ที่นำขึ้นเว็บไซต์ภายใน5 วันถูกต้องตรงกับผลคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้งทุกแห่งในเขตเลือกตั้งนั้นหรือไม่
เปิดรับอาสา3 ระดับประชาชนต้องจับตาให้เข้มข้น
จากบทเรียนความวุ่นวายในการรายงานผลคะแนนการเลือกตั้งเมื่อปี2562 มาจนถึงการเปลี่ยนแปลงระบบใหม่และการแสดงถึงความไม่พร้อมของกกต. ในการเลือกตั้งปี2566 ทำให้ประชาชนไม่มีทางเลือกมากนักนอกจากต้องจัดตั้งระบบอาสาสมัครเพื่อจับตาการเลือกตั้งการนับคะแนนและการรายงานผลคะแนนคู่ขนานไปกับการทำงานของกกต. เพื่อปกป้องทุกคะแนนเสียงให้ถูกนับอย่างถูกต้องและตรวจสอบผลคะแนนสุดท้ายจากกกต. อีกครั้งหนึ่ง
สำหรับประชาชนที่สนใจเข้าร่วมเป็นอาสาจับตาการเลือกตั้งสามารถเลือกสมัครเป็นอาสาสมัครเพื่อจับตาการเลือกตั้งในปี2566 ได้สามระดับแต่ละคนสามารถเลือกทำได้ทุกระดับโดยสามารถทำไปพร้อมๆกันได้ดังนี้
1. อาสาสมัครจับตาการเลือกตั้งแบบ"เต็มวัน"
กิจกรรมนี้ริเริ่มโดยองค์กรสังเกตการณ์ภาคประชาชนหรือWe Watch โดยต้องการรับสมัครอาสาสมัครเพื่อสังเกตการณ์การจัดการเลือกตั้งในวันที่14 พฤษภาคม2566 แบบ"เต็มวัน" ตั้งแต่เริ่มเปิดหน่วยระหว่างการลงคะแนนของประชาชนจนกระทั่งปิดหน่วยและนับคะแนน
ระหว่างการเปิดหน่วยก็ต้องสังเกตว่าเจ้าหน้าที่กปน. เปิดหน่วยตรงเวลาหรือไม่ติดเอกสารแจ้งข้อมูลแก่ประชาชนครบหรือไม่จัดสถานที่ให้การลงคะแนนเป็นความลับหรือไม่ฯลฯระหว่างการลงคะแนนของประชาชนก็ต้องสังเกตว่าเจ้าหน้าที่กปน. ตรวจสอบผู้มีสิทธิเลือกตั้งถูกต้องหรือไม่มีบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปแทรกแซงการทำงานของกปน. หรือไม่มีความผิดปกติหรือความรุนแรงเกิดขึ้นหรือไม่และเมื่อปิดการลงคะแนนแล้วก็ต้องสังเกตว่ากระบวนการนับคะแนนถูกต้องหรือไม่หีบเลือกตั้งที่เปิดมานับคะแนนถูกแทรกแซงหรือไม่การนับคะแนนเป็นไปโดยถูกต้องหรือไม่และถ่ายภาพกระดาษขีดคะแนนสุดท้ายไว้เพื่อยืนยันความถูกต้อง
สำหรับผู้ที่สนใจและพร้อมปฏิบัติงานเต็มวันสมัครเป็นอาสาสมัครได้ทางelectionwatchth.org ระบบนี้ต้องสมัครล่วงหน้าด่วนๆเพราะต้องอบรมเตรียมความพร้อมกันก่อนลงสนาม
2. อาสารายงานคะแนนต่อคะแนนแบบ'Quick Count'
กิจกรรมนี้ริเริ่มโดยสมาคมวิชาชีพด้านสื่อมวลชนหลายแห่งใช้ชื่อว่า The Watcher ซึ่งเล็งเห็นปัญหาว่าคะแนนที่กกต. ส่งให้สื่อมวลชนอาจมีความล่าช้าหรือไม่ถูกต้องและกว่าที่กกต. จะเริ่มส่งคะแนนให้ก็เป็นเวลา18.30 น. เป็นต้นไปจึงต้องการคะแนนแบบเรียลไทม์ที่เชื่อถือได้มารายงานผ่านสื่อโทรทัศน์หรือสื่อออนไลน์เพื่อส่งผลไปสู่สายตาประชาชนโดยเร็วที่สุดหลังปิดหีบเลือกตั้ง
กิจกรรมนี้ต้องการรับอาสาสมัครไปเฝ้าดูการนับคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้งตั้งแต่เริ่มนับคะแนนและต้องการให้อาสาสมัครรายงานคะแนนแบบQuick Count หรือรายงานสดคะแนนต่อคะแนนเมื่อกปน. ขานหมายเลขที่ได้รับคะแนนแต่ละหมายเลขก็รายงานเข้าระบบแอปพลิเคชั่นที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะทันทีคะแนนที่รายงานก็จะถูกนำไปเผยแพร่บนสื่อต่างๆให้ประชาชนทางบ้านทราบผลกันแบบสดๆลุ้นไปพร้อมการขานคะแนนแต่ละหน่วยและเมื่อแต่ละหน่วยนับคะแนนเสร็จอาสาสมัครก็มีหน้าที่ถ่ายภาพกระดาษขีดคะแนนสรุปผลสุดท้ายแล้วส่งเข้ามายังระบบส่วนกลาง
สำหรับอาสาสมัครที่ช่วยนับคะแนนแบบQuick Count จะได้รับของที่ระลึกจากแอปพลิเคชั่นD-Vote เป็นNFT หรือเรียกง่ายๆว่าDigital Coupon สำหรับใช้จ่ายซื้อสินค้าได้มูลค่า300-500 บาทซึ่งคนที่สมัครเป็นอาสาระบบนี้จะต้องลงทะเบียนล่วงหน้าเข้าระบบเพื่อทำการยืนยันตัวตนและเรียนรู้วิธีการใช้งานแอปพลิเคชั่นสำหรับการรายงานคะแนนแบบQuick Count โดยสามารถสมัครได้ทางเว็บไซต์ที่จัดทำโดยสมาคมวิชาชีพสื่อมวลชน
3. อาสาจับตาคะแนน
กิจกรรมนี้เรียกว่าVote62 ริเริ่มโดยOpendream, Rocket Media Lab และiLaw โดยเริ่มชวนอาสาสมัครจับตาการนับคะแนนมาตั้งแต่ปี2562 และทำต่อเนื่องมาในการเลือกตั้งท้องถิ่นการเลือกตั้งซ่อมจนถึงการเลือกตั้งในปี2566 ซึ่งเชิญชวนให้ทุกคนออกจากบ้านไปดูการนับคะแนนของกปน. ที่หน้าหน่วยเลือกตั้งในเวลา17.00 น. เป็นต้นไปตรวจสอบว่าการขานคะแนนการขีดคะแนนและการรวมผลคะแนนถูกต้องหรือไม่หากพบว่าถูกต้องแล้วก็ถ่ายภาพกระดานขีดคะแนนทุกแผ่นส่งเข้ามายังเว็บไซต์Vote62.com และกรอกคะแนนจากภาพที่เห็นให้เป็นตัวเลขดิจิทัลเพื่อนำไปรวมผลคะแนน
ในระบบของVote62 จะมีระบบการประมวลผลตัวอักษรจากภาพถ่ายหรือOCR ที่จะช่วยอ่านผลคะแนนจากภาพที่อาสาสมัครส่งมาเปรียบเทียบกับตัวเลขที่กรอกเข้ามาในระบบเพื่อป้องกันความผิดพลาดอีกชั้นหนึ่งหากตรวจสอบแล้วว่าถูกต้องก็จะนำผลลัพธ์ดังกล่าวรายงานต่อสาธารณะและเก็บรูปภาพทั้งหมดไว้บนเว็บไซต์เพื่อการตรวจสอบกับผลคะแนนที่กกต. ประกาศออกมาว่าถูกต้องตรงกันหรือไม่
สำหรับผู้ที่พร้อมไปจับตาการนับคะแนนหลังปิดหีบจะสมัครล่วงหน้าก็ได้ทางvote62.com หรือถ้าไม่สมัครก็สามารถไปปฏิบัติงานได้เองเลยสะดวกที่ไหนใกล้ที่ไหนไปที่นั่นได้เลย
ระบบการรายงานผลคะแนนของกกต. แม้จะมีข้ออ่อนอยู่บ้างและมีประวัติที่ผิดพลาดเยอะแต่ก็ยังเป็นระบบที่มั่นใจได้ว่าจะได้คะแนนมาจากทุกหน่วยเลือกตั้งจนครบถ้วนและจะนำมาซึ่งผลคะแนนสุดท้ายอย่างเป็นทางการส่วนระบบของประชาชนจัดตั้งกันเองมีความไม่แน่นอนอยู่บ้างว่าจะมีคนช่วยกันเป็นอาสาสมัครและส่งผลคะแนนมามากน้อยเพียงใดแต่ผลคะแนนที่ได้มาจากมือของประชาชนทุกคนไม่มีใครสามารถมีอำนาจเหนือกว่าที่จะควบคุมผลคะแนนได้และข้อมูลทั้งหมดจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะแบบเรียลไทม์ให้ทุกคนร่วมกันรับรู้และตรวจสอบได้ตลอดเวลาของการรายงานผลคะแนนและเปิดเผยให้ตรวจสอบได้อีกหลายปีหลังจากนั้นด้วย