โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SCB ปันผลโดดเด่นสุด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 15 ก.พ. 2568 เวลา 23.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

คุณค่าบริษัท

บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB โครงสร้างพอร์ตสินเชื่อ ณ สิ้นไตรมาส 4/2567 1.ธุรกิจขนาดใหญ่ 35.08% 2.ธุรกิจ SME 16.78% 3.สินเชื่อบุคคล 40.47% 4.สินเชื่อของบริษัทย่อย 7.68% ภายใต้สินเชื่อบุคคล 40.47% จำแนกต่อได้ดังนี้ 1.สินเชื่อเคหะ 32.32% 2.สินเชื่อเช่าซื้อ 6.27% 3.สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน 0.95% 4.สินเชื่ออื่น ๆ 0.93% ภายใต้สินเชื่อของบริษัทย่อย 7.68% จำแนกต่อได้ดังนี้ 1.บริษัท คาร์ด เอกซ์ 4.16% 2.บริษัท ออโต้ เอกซ์ 2.19% 3.บริษัทย่อยอื่น ๆ 1.33%

SCB รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2567 มีกำไรสุทธิ 11,706.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.48% จากไตรมาส 4/2566 และเติบโต 7% จากไตรมาส 3/2567 ที่มีกำไรสุทธิ 10,940.95 ล้านบาท กำไรสุทธิไตรมาส 4 ดีกว่าที่ บล.หยวนต้าและตลาดคาด 5.5% และ 19.1% ตามลำดับ แม้ว่ามีปัจจัยลบจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิลดลง 0.6% จากไตรมาส 3/2567 หลังสินเชื่อรวมของ SCB ลดลง 1.2% จากไตรมาส 3/2567 จากการเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่ รวมถึงผลกระทบจากส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.0% จาก 4.1% ในไตรมาส 3/2567 รวมทั้งค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อเทียบไตรมาส 3/2567 จากค่าใช้จ่ายลงทุนในระบบเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น แต่มีปัจจัยบวกมาชดเชย ด้วย 1.การตั้งสำรองที่ลดลง 10.7% จากไตรมาส 3/2567 สะท้อนเป็นค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (Credit Cost) ที่ลดลงเหลือ 1.6% จาก 1.8% หลังคุณภาพสินทรัพย์ของ CardX และ AutoX มีพัฒนาการที่ดีขึ้น และลูกหนี้ Stage 2 ทรงตัว และ 2.รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 17.8% จากไตรมาส 3/2567 หนุนจากกำไรจากพอร์ตเงินลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Digital Asset ของ SCB10X ที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งไม่มีบันทึกผลขาดทุนจากการขายหุ้น Purple Venture เหมือนกับในไตรมาส 3/2567

ด้าน NPL ratio เพิ่มขึ้นเป็น 4.1% จาก 3.9% ในไตรมาส 3/2567 ตาม NPL ที่สูงขึ้นจากสินเชื่อธุรกิจ, สินเชื่อธุรกิจ SME และสินเชื่อรายย่อย ขณะที่ NPL ratio ของ CardX และ AutoX ลดลงมาที่ 4.9% และ 1.4% จาก 5.5% และ 1.7% ในไตรมาส 3/2567 ตามลำดับ ผู้บริหาร SCB กำหนดเป้าการเติบโตของสินเชื่อปี 2568 ที่ 1-3% โดยคงเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น และคาดว่าอัตราส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปี 2568 จะอยู่ในช่วง 3.6-3.8% เทียบกับ 3.85% ในปี 2567 โดยคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหนึ่งครั้งในปี 2568 ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของ บล.กสิกรไทย ที่ 3.64% SCB ยังตั้งเป้าค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) ในปี 2568 ที่ 1.50-1.70% เทียบกับ 1.76% ในปี 2567 ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการของ บล.กสิกรไทย ที่ 1.60% ดังนั้นจึงคงประมาณการกำไรปี 2568 ของ SCB ไว้ที่ 4.25 หมื่นล้านบาท (ลดลง 3% จากปี 2567) ผู้บริหารคาดว่าธุรกิจ Gen 2 รวมถึง CardX, AutoX และ MONIX จะทำกำไรดีขึ้น โดย CardX มีแผนเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อของลูกค้าบัตรเครดิตและกลุ่มลูกค้ารายใหญ่เพื่อเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม

ข้อมูลจาก LSEG Consensus สำหรับ SCB ระบุว่า ประมาณการรายได้รวมปี 2568 ที่ 172,776.05 ล้านบาท และประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 45,284.04 ล้านบาท โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 125.84 บาท จาก 18 โบรกเกอร์

บล.กรุงศรี ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี2568-2569 ของ SCB ขึ้น 5-6% มาที่ 4.48 และ 4.63 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ จากค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (OPEX) ต่ำกว่าที่คาด เพราะคุมค่าใช้จ่ายเป็นหลัก ภาพรวมยังมอง SCB มีปันผลเด่น dividend yield สูงสุดในกลุ่มธนาคารประมาณ 8-9% ต่อปี ซึ่งในรอบครึ่งหลังปี 2567 คาดจ่ายที่ 7.81 บาทต่อหุ้น คิดเป็น dividend yield ประมาณ 6%

สำหรับการประเมินมูลค่า (Valuation) หุ้น SCB ราคาปัจจุบัน (ราคาปิดวันที่ 10 ก.พ. 2568 ที่ 126.50 บาท) เทรดที่ P/E 9.85 เท่า สูงกว่า P/E กลุ่มธนาคารที่ 8.06 เท่า ส่วนค่า P/BV ของหุ้น SCB อยู่ที่ 0.89 เท่า สูงกว่า P/BV กลุ่มธนาคารที่ 0.69 เท่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...