โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ฟ้ามีตา’ บิดาแห่งละครคุณธรรม 18 ปีของการส่งต่อศีลธรรมแบบไทย ๆ จากจอแก้วสู่ ‘อดทนจนกว่าจะแลนด์’

นิตยสารคิด

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 23.45 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 23.45 น.
fah-mee-ta-thai-microdrama-cover

‘จริง ๆ แล้วฉันคือประธานบริษัท’ กลายเป็นประโยคฮิตที่หลายคนฝันใฝ่จะได้พูดในชีวิตจริง เหมือนที่ รปภ. กับพนักงานกินเงินเดือนได้พูดกันใน ‘ละครคุณธรรม’ คอนเทนต์ยอดฮิตที่ 2-3 ปีมานี้เราเห็นคนทำตามกันเป็นว่าเล่น ที่คนชื่นชอบก็มีอยู่มาก ส่วนคนที่ตลกขบขันกับบทก็มีไม่น้อย แต่ทำไมนับวันละครสั้นแบบนี้กลับได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งที่เรื่องแบบนี้มันมีมาตั้งแต่ 18 ปีที่แล้ว…

(freepik)

‘ฟ้ามีตา’ หลายคนอาจจะเกิดไม่ทัน แต่นี่คือละครคุณธรรมที่มาก่อนกาล
“ไม่ว่าคุณจะทำดีหรือทำชั่ว ผลที่เกิดขึ้นล้วนมาจากการกระทำของตัวคุณเองทั้งสิ้น เราเลือกที่จะทำมันให้ดีได้ อย่าปล่อยให้เป็นเรื่องของดวงดาว…ฟ้ามีตา” เสียงเปิดรายการสุดคลาสสิกที่ตอนเย็น ๆ ทุกคนจะต้องได้ยินผ่านลำโพงทีวี เป็นหนึ่งในรายการของช่อง 7HD ที่เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2550 หรือประมาณ 18 ปีที่แล้ว แถมยังเป็นละครสั้นคุณธรรมที่ได้เรตติ้งสูงสุดของช่องมาตลอดแบบไม่เคยวางมง

ฟ้ามีตา คือรายการที่นำเสนอเนื้อหาสะท้อนปัญหาสังคมในรูปแบบละครสั้นที่เน้นเรื่องศีลธรรมมาที่หนึ่ง เรียกได้ว่าละครในแต่ละตอนเราจะได้เห็นตัวอย่างการใช้ชีวิตของตัวละครที่ใครทำอะไรไว้ก็ได้รับผลเช่นนั้น โดยเรื่องราวของบทส่วนใหญ่จะสร้างจากเหตุการณ์ดังที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น ๆ รวมไปถึงเรื่องใกล้ตัวที่จะเห็นได้จากในชีวิตจริงของคนดู เพื่อทำให้คนที่ดูตระหนักได้ถึงการทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว พร้อมสอดแทรกคุณธรรมที่ช่วยกระตุ้นให้คนในสังคมอยากทำความดีตามค่านิยมอันดีงามของสังคมไทย

แล้วเชื่อไหมว่า ทุกวันนี้ ฟ้ามีตา ก็ยังเป็นรายการที่ออกอากาศอยู่ทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่ง 18 ปีที่แล้วเคยฮิตยังไง ตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น เพราะไม่ว่าจะมีรายการใหม่ ๆ มาเท่าไร ฟ้ามีตาก็ยังมีเรตติ้งที่สูงติดอันดับของช่อง แถมละครใน YouTube แค่ตอนเดียวก็ทำยอดวิวได้สูงถึง 11 ล้านวิว…ซึ่งถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ มีใครรู้สึกสักหนึ่งนึกคิดไหมว่า เอาเข้าจริง บริบทสังคมในยุคนั้นกับในปัจจุบันนี้ก็เปลี่ยนไปอยู่มาก บทละครที่บางครั้งก็เกินจริงจนน่าขำ แต่ทำไมคนถึงยังไม่เลิกดู

(ch7.com)

ละครคุณธรรมที่บางคนว่าน่าขำ แต่หลายคนก็ดันชอบดู (ว่าจะไปสุดที่ตรงไหน?)
หากวิเคราะห์กันดี ๆ แล้ว มีหลายงานวิจัยที่พอจะตอบได้ว่า ทำไมละครคุณธรรมที่แสนจะ Cliché หรือมีแพตเทิร์นซ้ำ ๆ ถึงมีผลกระทำต่อจิตใจคนดูได้ดี อย่างแรกเลยคือละครสั้นเหล่านี้ไม่ได้พูดถึงศีลธรรมที่ทำให้น่าเบื่อ เพราะการผสมแง่คิดกับความขบขันเข้าไปในบท ทำให้คนไม่รู้สึกว่าเรากำลังถูกสั่งสอนเหมือนตอนนั่งเรียนวิชาศาสนาในห้องเรียน บวกกับการหยิบเรื่องใกล้ตัวที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของคนดู เลยทำให้บางครั้งเราก็เผลอเชื่อมโยงสถานการณ์จริง ๆ ไปกับตัวละคร ซึ่งความเชื่อมโยงอะไรบางอย่างที่ว่า มันก็คือกลไกทางจิตวิทยาลึก ๆ ของเรากับบทละคร

ทฤษฎี Superiority in Humor Theory ที่บอกว่าการที่เราสนุกกับการเห็นตัวละครทำผิดศีลธรรมแล้วเจอผลกรรม คือการเกิดความรู้สึกเหนือกว่าทางศีลธรรมในใจของเรา อธิบายให้เข้าใจกันง่ายขึ้นอีกนิดก็คือ คนเราจะรู้สึกสะใจหรือรู้สึกดีอยู่ลึก ๆ เมื่อเห็นว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น อย่างการที่เราได้เห็นแฟนกีฬาบางคนมีความสุขจากการที่ทีมคู่แข่งแพ้ หรือรู้สึกชนะเวลาที่เห็นว่ามือถือค่ายที่เราใช้ มีฟีเจอร์บางอย่างที่ชนะมือถือค่ายตรงข้าม

ฉะนั้นเวลาเราดูละครคุณธรรมที่มีตัวละครทำเรื่องไม่ดี แล้วเราเกิดความรู้สึกไม่เห็นด้วย ไม่ชอบการกระทำแบบนั้น แล้วมีบทสรุปที่ตัวละครที่เราไม่ชอบโดนรุมประณามหยามเหยียดหรือโดนจับขึ้นมา จังหวะนี้แหละที่ความรู้สึกสะใจ ความรู้สึกดี หรือความรู้สึกเหนือกว่าจะเริ่มก่อตัวขึ้น เพราะทุกอย่างเป็นไปตามที่เราคิดหรือตามที่เรารู้สึกว่ามันควรจะเป็นแล้ว

และลึก ๆ บางครั้งเราก็เอาความเครียดในชีวิตจริงมาระบายทิ้งกับละครคุณธรรม เหมือนในทฤษฎี Benign Violation Theory ที่บอกว่าเราจะรู้สึกดีเวลาที่ได้ดูบางอย่างที่ละเมิดบรรทัดฐานทางศีลธรรมในชีวิตจริง ซึ่ง Peter McGraw และ Caleb Warren ที่เป็นคนพัฒนาทฤษฎีนี้ขึ้นมาก็บอกไว้ว่า แต่ ‘ความรู้สึกดี’ นี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเรารู้สึกว่าการละเมิดบรรทัดฐานหรือกฎเกณฑ์นี้ไม่ได้ร้ายแรงหรือเกิดขึ้นจริง ๆ

ถ้าเทียบกับในละครก็อย่างเวลาที่ตัวละครกำลังวางแผนทำอะไรสักอย่างที่ไม่ดี อาจจะล้อเลียนต่อว่าใครสักคนในละครที่เราไม่ชอบ เช่น แต่งตัวตลกจัง ไม่มีเทสต์เอาเสียเลย หรือเอาคืนแก้เผ็ดอย่างการสาดน้ำใส่ สกัดขาให้สะดุดล้ม ที่ล้วนเป็นการกระทำเราก็รู้แหละว่าไม่ดี แถมในชีวิตจริงก็น่าจะทำอะไรแบบนั้นกันไม่ได้ แต่การที่ได้ดูตัวละครทำอะไรแบบนั้นแทนเรา มันก็เลยเกิดความรู้สึกดีที่ได้แหกบรรทัดฐานศีลธรรมของสังคม แถมยังไม่ต้องมีความรู้สึกผิด เพราะมันไม่ได้เกิดขึ้นในชีวิตจริงของเราหรือคนในละคร

(freepik)

และก็เป็นบทละครปั่น ๆ กาว ๆ นี่แหละ ที่ทำรายได้กันเป็นหลักล้าน
สิ่งที่ทำให้ละครสั้นยังฮิตอย่างต่อเนื่องก็ต้องบอกว่านอกจากเรื่องศีลธรรม กลไกทางจิตวิทยาที่บอกมาแล้ว ก็ยังมีเรื่องความ ‘สั้น’ เพราะละครคุณธรรมส่วนใหญ่มักจะมีความยาวไม่เกิน 5 นาทีต่อตอน เวลาสั้นไม่พอ เรื่องก็ยังดำเนินเร็วอีก ตัวละครก็มีไม่มาก รอไม่นานก็ถึงจุดพีก ซึ่งอะไรพวกนี้ย่อมตอบโจทย์มนุษย์โลกยุคใหม่ที่กำลังเป็นเจเนอเรชันสมาธิสั้น

ถ้าลองดูประเทศที่ฮิตละครสั้นมาก ๆ อย่างประเทศจีน ที่ถ้ามี 100 คนที่กำลังเล่นอินเทอร์เน็ตอยู่ จะมีประมาณ 52 คนที่กำลังดูละครสั้นคุณธรรมอยู่ในจอมือถือ จากสถิติพบว่าปีที่แล้ว คนในประเทศจีนดูละครสั้นกันไปแล้วกว่า 1.1 พันล้านคน จนทำให้ตลาดละครสั้นของจีนมีมูลค่าสูงถึง 50,400 ล้านหยวน แถมยังมีแววว่าภายในปีพ.ศ. 2570 ตลาดนี้จะมีมูลค่าเกิน 100,000 ล้านหยวนเลยด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าจากละครสั้นปั่น ๆ ในประเทศได้กลายเป็นเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์ของประเทศไปเสียแล้ว

นี่เองที่ทำให้บทละครสั้นคุณธรรมสุดกาวเหล่านี้มีโฆษณามาลงไปขาด เพราะ ‘การที่มีคนดูมากขึ้น = โอกาสของแบรนด์’ ในเมื่อเรา Tie-in สินค้าในหนังหรือในซีรีส์ดัง ๆ ได้ แล้วทำไมละครสั้นสุดฮิตแบบนี้จะมีสินค้ามานำเสนอให้เห็นบ้างไม่ได้ เหมือนกับที่แบรนด์สกินแคร์สัญชาติจีนอย่าง Kans มียอดขายเติบโตจากการเอาสินค้าเข้าไปผสมอยู่ในเนื้อเรื่องและทำให้สินค้าของแบรนด์ถูกมองเห็นไปแล้วกว่า 5,000 ล้านครั้ง กับน่องไก่ KFC ที่กลายเป็นเมนูโปรดของจักรพรรดินีในสมัยโบราณที่ดันข้ามมิติมาโลกปัจจุบันและพบรักกับเมนูไก่ทอดของผู้พัน จนได้โฆษณาโปรโมชันสุดสัปดาห์ไปด้วยเลย

(kans)

และละครคุณธรรมก็ไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์แค่ในจีนหรือเอเชียเท่านั้น เพราะแอปพลิเคชันละครสั้นในสหรัฐอเมริกาก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างแอปฯ ReelShort, FlickReels และ DramaBox ที่แค่ในเดือนเดียวก็มียอดดาวน์โหลดไปแล้ว 34 ล้านครั้ง สร้างรายได้มากถึง 78 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้ว่าตอนแรก ๆ เราจะได้ดูคอนเทนต์กันฟรี แต่ถ้าศีลธรรมในใจเริ่มเกิด อยากจะดูบทสรุปของตอนต่อไป คนดูก็ต้องจ่ายเงินซื้อเหรียญในแอปฯ ถึงจะผดุงความยุติธรรมในละครตอนต่อไปได้ ซึ่งค่าเติมความฟินในใจนี้ก็อยู่ที่ประมาณ 10-20 เหรียญต่อสัปดาห์หรือมากถึง 80 เหรียญต่อเดือน (ราว 2,700 บาท) ซึ่งการที่โมเดลละครสั้นคุณธรรมประสบความสำเร็จมากขนาดนี้ เลยทำให้ใครต่อใครก็อยากจะทำ

ไม่มีแล้วคนที่แอนตี้ มีแต่คนเปิด’ตี้ มาทำละครคุณธรรม
ขนาดสำนักงานใหญ่อย่าง NRTA หรือสำนักงานวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติจีน ยังถึงขั้นเปิดตัวแผน "Micro Drama Plus" เพื่อผลักดันวัฒนธรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจกับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ด้วยการทำละครสั้นให้ได้ 300 เรื่องภายในปีนี้ รวมไปถึงบริษัท Crazy Maple Studio ในซิลิคอนแวลลีย์ ก็เร่งผลิตละครคุณธรรมทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาสเปน และภาษาญี่ปุ่น เพื่อตีตลาดต่างประเทศแข่งกับประเทศจีน

(ชิดจันทร์ละคร Chidjun Lakorn / Facebook)

(ชิดจันทร์ละคร Chidjun Lakorn / Facebook)

ส่วนประเทศไทยอย่างเราจะไปพลาดได้ยังไง เพราะตอนนี้ไม่ได้มีแค่รายการฟ้ามีตาที่มาจากบริษัทใหญ่เท่านั้นแล้ว แต่ยังมีครีเอเตอร์ละครสั้นเกิดขึ้นใหม่ไม่ซ้ำหน้า อย่างในช่อง ‘ดอยแม่สลอง’ ที่ดังมากในแพลตฟอร์ม TikTok โดยมีผู้ติดตามมากถึง 6 ล้านคน และสามารถทำละครสั้นที่มียอดวิวได้สูงถึง 47 ล้านวิว ไหนจะช่อง ‘เยลลี่ซีรีย์’ ที่คนดูเยอะหลักสิบล้านวิวไม่แพ้กัน ซึ่งครีเอเตอร์ละครสั้นก็ไม่ได้มีแค่ใน TikTok เพราะในแพลตฟอร์มวิดีโอยาวอย่าง YouTube คนก็ยังฮิตดูละครสั้นที่เห็นได้จากช่อง ‘ห้าโมงเย็น แชนแนล’ ที่มีคนติดตามทะลุ 1.14 ล้านคนและทำยอดวิวได้สูงถึง 5.3 ล้านวิวในหนึ่งตอน

และอีกสิ่งที่ทำให้ยืนยันได้ว่าในไทยมีคนเปิด’ตี้ ทำละครคุณธรรมเยอะขึ้นจริง ๆ ก็เป็นเพราะครีเอเตอร์ดัง ๆ กับเหล่าคนในวงการบันเทิงเองก็เริ่มหันมาทำละครสั้นคุณธรรมกับเขาด้วย ซึ่งคนที่ยืนหนึ่งบุกเบิกจนทำให้ฮิตติดลมบนก็คงหนีไม่พ้นช่องของ ‘คุณพลอย ชิดจันทร์’ ผู้มาก่อนดาราท่านอื่น เพราะทำมาตั้งแต่ปี 2564 แถมยังเป็นเจ้าของวลีฮิต ‘จริง ๆ แล้วฉันคือประธานบริษัท’ ไหนจะช่อง YouTube ขวัญใจคนเจน Z อย่าง ‘โคตรคูล’ ของคุณโอ๊ต ปราโมทย์ ที่ก็มี ละครKOOLน่ะทำ ส่วนช่อง ‘นางแมวป่า’ ก็มี ละครแมวหาธรรม ที่รวมตัวอดีตนักแสดงแกงค์เนื้อคู่ประตูถัดไปมาเล่นละครเรื่องนี้กันคึกคัก ซึ่งแม้แต่อินฟลูเอนเซอร์ร้านยำอย่าง ‘คุณแต๋ง After Yum’ ก็ยังต้องรวมทีมกันสร้าง ละครกะเทยธรรม ต้นตอความฮิตของวลีเด็ด ‘อดทนจนกว่าจะแลนด์’ อีกด้วย

การที่ใคร ๆ ต่างก็กระโจนเข้ามาทำละครสั้นเหล่านี้สะท้อนภาพได้ชัดขึ้นว่า ละครคุณธรรมกำลังเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่จะเติบโตขึ้นอีกมาก รวมไปถึงการที่เราได้เห็นโฆษณาต่าง ๆ และการมีแอปฯ ละครสั้นโดยเฉพาะ แถมยังมีโมเดล Subscription ที่ไม่ต่างกับแอปฯ สตรีมมิงทั่วไป ในอนาคตอันใกล้เราจึงน่าจะได้เห็นละครคุณธรรมในเวอร์ชันที่คุณภาพดีขึ้น ทั้งเนื้อหาและโปรดักชัน ซึ่งแม้อาจจะไม่เทียบเท่ากับหนังหรือซีรีส์สเกลใหญ่ก็จริง แต่ก็น่าจะมีการทุ่มเทเพื่อยกระดับให้ดีมากขึ้นอย่างแน่นอน

จากละครสั้นที่คนทำกันขำ ๆ บัดนี้ได้กลายเป็นอุตสาหกรรมที่คนมาแข่งขันกันไปแล้ว…ยืนยันได้จาก 18 ปีของฟ้ามีตา ที่พิสูจน์ได้แล้วว่า “เรื่องของเวรกรรมยังไงซะก็ไม่เคยตกเทรนด์”

ที่มา : บทความ “ละครสร้างสรรค์สังคมแห่งทศวรรษ ‘ฟ้ามีตา’ สานต่อคุณธรรม 16 ปี บนจอช่อง 7HD” จาก ch7.com
บทความ “What’s So Funny?” โดย Matt Hancher
บทความ “What Is The Benign Violation Theory of Humour?” จาก jonathansandling.com
บทความ “A brief introduction to the benign violation theory of humor” จาก petermcgraw.org
บทความ “Inside the rise of micro dramas – and the opportunities for marketers” โดย Skye Yang
บทความ “Micro-dramas need authentic storytelling” โดย Bi Mengying
บทความ “Told one minute at a time, micro dramas are soap operas designed to fit in your hand” โดย Kristian Monroe

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

เจ็บจนชา? เปิดสาเหตุทำไม “โดนเท” บ่อย ฉบับจิตวิทยาความรัก

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

พังงาจัดใหญ่ งานสมโภชศาลหลักเมือง 217 ปี อลังการนางรำกว่า 2,000 คน ร่วมแห่ “ระบำกราภูงา”

Manager Online

เหตุผลที่นีงาตะเป็นจังหวัดที่มี “ศาลเจ้า” เยอะที่สุดในญี่ปุ่น

conomi

ระบายความในใจ มีอะไรก็จดลง ‘ไดอารี่’ อีกหนึ่งวิธีเยียวยาหัวใจในวันที่ชีวิตวุ่นวาย เปิดโอกาสให้ได้คุยกับตัวเอง ทำความเข้าใจความรู้สึก และค่อยๆ ติดตามการเปลี่ยนแปลงของชีวิตในแต่ละวันแบบไร้การตัดสิน

Mirror Thailand

เพิ่งรู้เลย! วิธีแก้ "ท่อซิงค์ล้างจานตัน" แบบง่ายๆ ไม่ต้องใช้โซดาไฟ ไม่ต้องง้อช่าง

sanook.com

LIVE ถ่ายทอดสด สเปอร์ส พบ เอฟเวอร์ตัน พรีเมียร์ลีก วันนี้ 24พ.ค.69

PostToday
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...