โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

GULF เตรียมกลับเข้าเทรด 3 เม.ย.วางแผนลงทุนแสนล้านบาทใน 5 ปี

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 25 มี.ค. 2568 เวลา 18.52 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. 2568 เวลา 11.52 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 25 มี.ค.-กัลฟ์ฯ แจงผู้ถือหุ้น ระบุหลังควบรวม “อินทัช โฮลดิ้งส์” กลับเข้าเทรด 3 เม.ย.นี้ เสริมแกร่งระหว่างกัน พร้อมลุยลงทุน ธุรกิจดิจิทัล-ไฟฟ้า ต่อเนื่อง แผนลงทุน 5ปีนี้ราว 1 แสนล้านบาท

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน)หรือ GULF เปิดเผยในที่ประชุมผู้ถือหุ้น GULF ครั้งสุดท้ายก่อนที่จะควบรวมกิจการกับบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH ว่าบริษัทใหม่จะเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน)หรือ GULF ในวันที่ 1 เม.ย. 2568 และจะเริ่มกลับมาซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯในวันที่ 3 เม.ย.นี้ ซึ่งบริษัทใหม่จะลงทุนเชิงรุกทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งต่างประเทศจะเป็นธุรกิจโรงไฟฟ้า ส่วนธุรกิจดิจิทัล ทั้ง DATA CENTER ,cloud รองรับการเติบโตด้านดิจิทัลและ AI จะเน้นลงทุนในประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีนักลงทุนมาชวนลงทุนเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ งบลงทุน 5 ปีนี้ ของบริษัทใหม่จะอยู่ที่ประมาณ 100,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุนในปีนี้ราว 20,000 ล้านบาท (ไม่รวมโครงการใหม่ที่ยังไม่สามารถระบุได้ ) ซึ่งการลงทุนส่วนใหญ่เน้นธุรกิจพลังงานสะอาดคิดเป็นสัดส่วน 60-70%
สำหรับธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ เฟสที่ 2และ 3 หลังจากโครงการดาต้า เซ็นเตอร์ เฟส 1 กำลังผลิต 25 เมกะวัตต์มีลูกค้าครบแล้ว คาดว่าแล้วเสร็จในเดือนพ.ค.นี้ โดยดาต้าเซ็นเตอร์จะอยู่ที่ระดับ 200 เมกะวัตต์ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า ล่าสุด บริษัทได้รับการส่งเสริมบีโอไอ ดาต้า เซ็นเตอร์ เฟส2อีก 50เมกะวัตต์ในนามบริษัท จีเอสเอ ดาต้า เซนเตอร์ 02 จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างกลุ่ม Gulf, Singapore Telecommunications และ AIS เงินลงทุน 13,480 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี

“ประโยชน์จากการควบรวมกับINTUCHในครั้งนี้จะทำให้บริษัทใหม่มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง บริษัทใหม่จะถือหุ้นโดยตรงใน AIS สัดส่วน 40% ซึ่งสามารถที่จะรับรู้ผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นทั้งส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาทต่อปี เงินปันผลทำให้มีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นอีก 6,000 ล้านบาทต่อปี รวมถึงอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลงเหลือ 0.8 เท่า จากเดิมไม่เกิน 1.8 เท่า อันดับเครดิตเรทติ้งจะปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการลงทุนการกู้เงิน ต้นทุนทางการเงินของบริษัทลดลงจากเดิมที่มีต้นทุนเงินกู้ที่ระดับ 3%”นายสารัชถ์กล่าว

GULF มี 4 กลุ่มธุรกิจหลัก 1.พลังงาน, 2.โครงสร้างพื้นฐาน, 3.ดิจิทัล และ4.ธุรกิจการลงทุนอื่นๆ เช่น การลงทุนใน ADVANC และ THCOM โดยบริษัทใหม่มีสัดส่วนกำไรจากธุรกิจพลังงานราว 60% ที่เหลืออีก40%มาจากธุรกิจอื่น
ส่วนการลงทุนในการซื้อหุ้นธนาคารกสิกรไทยหรือ KBANK นั้น มองว่าหากราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมากๆก็คงขาย ซึ่งเป็นการซื้อเพื่อการลงทุน ที่จะเห็นได้ว่ามีเงินปันผลกลับมาที่ดี โดยมีโอกาสการลงทุนได้หมดทั้งซื้อหรือขายเพราะขึ้นอยู่ที่ราคา
สำหรับแผนงานนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ตามใบอนุญาตนำเข้านั้นอยู่ที่ ประมาณ 4-5 ล้านตันเพื่อป้อนให้กับโรงไฟฟ้าหินกอง และโรงไฟฟ้า IPP และ SPP ในเครือบริษัทฯ โดยราคานำเข้าLNG ค่อนข้างต่ำ ขณะเดียวกันบริษัทฯอยู่ระหว่างเจรจาทำสัญญานำเข้า LNG ระยะยาวราวปีละ 2-3ล้านตันภายในปีนี้ ส่วนการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR ) พลังงานไฮโดรเจน และโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) นั้น บริษัทไม่สนใจที่จะลงทุน เช่นเดียวกับธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ เช่น โครงการท่าเรือ , โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอร์เตอร์เวย์) ที่จะไม่ลงทุนเพิ่มเติม
“โครงการลงทุน LNG TERMINAL การจัดหาแอลแอ็นจี และการจำหน่ายก๊าซทางท่อ ก็นับเป็นการลงทุนที่รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของไทยที่จะเพิ่มขึ้นทั้ง อีวี รถไฟฟ้าระบบราง รวมไปถึงดาต้าเซนเตอร์ ในขณะที่การลงทุนควบรวมกับ INTUCH ก็จะเป็นการสอดประสานเสริมธุรกิจซึ่งกันและกันนับเป็นการสร้างโอกาสที่ดี”นายสารัชถ์กล่าว

ส่วนแนวโน้มผลประกอบการในปี 2568 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 20-25% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากมีกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่เพิ่มขึ้น1,500เมกะวัตต์ จะมาจากโครงการหินกอง (HKP) หน่วยผลิตที่ 2 กำลังการผลิตติดตั้ง 770 เมกะวัตต์ ที่จ่ายไฟเชิงพาณิชย์( COD )ตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา โครงการโซลาร์ฟาร์ม 5 โครงการ และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน 2 โครงการ กำลังผลิต 597 เมกะวัตต์ ที่มีแผนจะ COD ในช่วงเดือน พ.ย.- ธ.ค.2568 ,โครงการโซลาร์รูฟท็อป เพิ่มอีก110 เมกะวัตต์ในปีนี้ ส่งผลให้กำลังการผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นจาก 15,100 เมกะวัตต์ เพิ่มเป็น 16,577 เมกะวัตต์ในปีนี้ รวมทั้งรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการโซลาร์ฟาร์มและโซลาร์ผสมกับแบตเตอรี่ในประเทศอีกจำนวน 5 โครงการที่ COD ไปเมื่อเดือน ธ.ค.2567 และปีนี้ยังเป็นปีแรกที่จะรับรู้กำไรเต็มปีของโครงการโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ปลวกแดง (GPD) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้า IPP ภายใต้กลุ่ม IPD กำลังการผลิตติดตั้งรวม 2,650 เมกะวัตต์.-511.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...