เงินเฟ้อคืออะไร ? ทำไมเงินเดือนเท่าเดิมแต่ซื้อของได้น้อยลง | เงินทองของจริง
17,332 ดูเงินเฟ้อเป็นคำที่เราอาจจะได้ยินบ่อย ๆ ตามหน้าข่าวหรือในชีวิตประจำวัน แต่หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจความหมายและผลกระทบที่แท้จริง วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับเงินเฟ้อกัน ความหมายของเงินเฟ้อ เงินเฟ้อ คือ ภาวะที่ระดับราคาของสินค้าและบริการโดยทั่วไปในประเทศสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าของเงินลดลง ทำให้ด้วยเงินจำนวนเท่าเดิม เราซื้อสินค้าและบริการได้น้อยลงกว่าเดิม สาเหตุของเงินเฟ้อ สาเหตุหลักของภาวะเงินเฟ้อมีอยู่ 2 ประเภท: 1. Cost-push Inflation - เกิดจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น เช่น - วัตถุดิบมีราคาแพงขึ้น - น้ำมันมีราคาสูงขึ้น - ค่าแรงที่เพิ่มขึ้น - วิกฤตทางธรรมชาติที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต 2. Demand-pull Inflation - เกิดจากความต้องการของผู้บริโภคที่มากขึ้น เช่น - ในช่วงการระบาดของ COVID-19 ความต้องการหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์ล้างมือเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่การผลิตไม่ทันต่อความต้องการ จึงทำให้ราคาสินค้าเหล่านี้สูงขึ้น เงินเฟ้อ: ดีหรือไม่ดี ? เงินเฟ้อมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง: ข้อดีของเงินเฟ้อระดับอ่อน - กระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะผู้บริโภคมีแนวโน้มเร่งการตัดสินใจซื้อสินค้าเร็วขึ้น เนื่องจากคาดการณ์ว่าราคาจะสูงขึ้นในอนาคต - ผู้ผลิตผลิตสินค้ามากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการ นำไปสู่การจ้างงานที่เพิ่มขึ้น - เศรษฐกิจโดยรวมมีการเติบโต ข้อเสียของเงินเฟ้อที่รุนแรงหรือผันผวน - ผู้บริโภคอาจลดการใช้จ่ายเนื่องจากกังวลว่าราคาสินค้าจะแพงขึ้นมากในอนาคต ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว - ราคาสินค้าที่ผันผวนทำให้การวางแผนทางธุรกิจเป็นไปได้ยาก - ลูกจ้างอาจเรียกร้องค่าแรงที่สูงขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การเลิกจ้างหากต้นทุนสูงเกินไป โดยปกติแล้ว ธนาคารกลางจะเป็นผู้ควบคุมอัตราเงินเฟ้อผ่านนโยบายการเงิน เพื่อไม่ให้เงินเฟ้อผันผวนมากเกินไป ผลกระทบของเงินเฟ้อต่อเงินในกระเป๋าเรา 1. ผลกระทบต่อการถือครองเงิน - ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันสูงขึ้น ในขณะที่รายได้อาจเพิ่มขึ้นน้อยกว่า - ตัวอย่างเช่น เมื่อ 20 ปีก่อน ข้าวแกงราคาจานละ 15 บาท แต่ปัจจุบันราคาประมาณ 40-50 บาท - แม้ว่ากรอบเงินเฟ้อของประเทศไทยจะอยู่ที่ประมาณ 1-3 แต่หากอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น เราก็ต้องใช้เงินมากขึ้นเพื่อซื้อของในปริมาณเท่าเดิม 2. ผลกระทบต่อเงินออมและการลงทุน - เงินเฟ้อที่สูงส่งผลให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงลดลง - ตัวอย่างเช่น หากดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารอยู่ที่ 1.25 และอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1 ผลตอบแทนที่แท้จริงจะเหลือเพียง 0.25 - หากเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเป็น 2 ขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากยังคงเท่าเดิม ผลตอบแทนที่แท้จริงจะติดลบ -0.75 - ผู้ที่ถือครองสินทรัพย์ที่เป็นเงินสดหรือเงินฝากประจำจะเสียเปรียบ เนื่องจากมูลค่าของเงินลดลง แนวทางรับมือกับเงินเฟ้อ 1. วางแผนการออมเงินอย่างชาญฉลาด - เลือกฝากประจำที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป - พิจารณาทางเลือกฝากประจำแบบครั้งเดียว (ฝากเงินก้อนเดียวตามระยะเวลาที่กำหนด) หรือฝากประจำรายเดือน (ฝากเงินจำนวนเท่ากันทุกเดือน) 2. ควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ - เน้นเฉพาะรายจ่ายที่จำเป็น ลดต้นทุนในชีวิตประจำวัน - ทำบันทึกรายรับรายจ่ายเพื่อคำนวณและควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น 3. สร้างรายได้เสริมจากทักษะที่มี - พัฒนาตนเองและเพิ่มทักษะอาชีพอย่างต่อเนื่อง - หารายได้เสริมเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน - ความรู้และทักษะที่หลากหลายช่วยเพิ่มโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งหรือหางานที่มีรายได้สูงขึ้น การเข้าใจเรื่องเงินเฟ้อและผลกระทบต่อชีวิตประจำวันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน การวางแผนทางการเงินที่ดีจะช่วยให้เราสามารถรับมือกับภาวะเงินเฟ้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้เงินในกระเป๋าของเรามีมูลค่าเพียงพอสำหรับการใช้จ่ายในปัจจุบันและอนาคต พบกับ โค้ชหนุ่ม และ กาย สวิตต์ ได้ใน เงินทองของจริง ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital ติดตาม CH7HD News และ TERO Digital ได้ที่ : https://linktr.ee/ch7hdnews_tero #เงินทองของจริง #TERODigital #CH7HDNews
Ch7HD News - ข่าวช่อง7
อัพเดต 26 พ.ค. 2568 เวลา 04.57 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 03.57 น. • TEROASIAเล่นอัตโนมัติ