โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทีมประกันสังคมก้าวหน้า : พลังเล็กที่เปลี่ยนแปลงระบบใหญ่

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 18 มี.ค. 2568 เวลา 03.01 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. 2568 เวลา 03.01 น.

ฝนไม่ถึงดิน | ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

ทีมประกันสังคมก้าวหน้า

: พลังเล็กที่เปลี่ยนแปลงระบบใหญ่

“พ่อรีบกลับบ้านมาบอกข่าวดีหนู ไม่มีใครในบ้านเราได้รับประโยชน์จากสูตรบำนาญนี้ คุณตา คุณยาย เลิกส่งประกันสังคมมานานแล้ว พ่อก็เงินเดือนทะลุ 15,000 มาตั้งแต่ทำงาน แต่วันนี้พ่อได้สวมกอดคนมากมาย รับผลไม้ ขนมจากคนที่พ่อไม่รู้จัก พวกเขาร้องไห้ โอบกอดกัน เมื่อพ่อบอกว่าพวกเราชนะ เรามีสื่อมวลชนที่ช่วยเรื่องนี้ มีความโกรธและคับแค้นของคนธรรมดา มีนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ที่เจ็บปวดพร้อมกับเรา เพราะมีการเลือกตั้งบอร์ดโดยตรงเสียงของความไม่พอใจจึงดังก้องหอประชุม เราสู้เรื่องนี้คนเดียวไม่ได้ เก่งแค่ไหนก็ทำไม่ได้ พวกเขาคิดว่าเราต้องหวาดกลัวและอ่อนแอเมื่อมีคนต้องดูแล แต่ไม่ใช่สำหรับพ่อ กอดหนูสักครั้ง เพื่อคนข้างหลังพ่อสู้ตาย สูตรบำนาญ CARE อนุมัติหลักการเอกฉันท์”

ผมโพสต์ข้อความนี้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวหลังจากการประชุมบอร์ดประกันสังคมยาวนานกว่าสามชั่วโมงเพื่ออนุมัติ 1 วาระ

เป็นหนึ่งในสภาวะกดดันที่สุดของทีมประกันสังคมก้าวหน้า เราคนธรรมดา 6 คน ที่เข้ามามีส่วนบริหารกองทุนขนาด 2.6 ล้านล้านบาท

การแก้ไขสูตรบำนาญมีความสำคัญมาก แม้จะใช้งบประมาณไม่ได้เยอะ แต่ต้องอาศัยแรงจูงใจและความมุ่งมั่นทางการเมืองสูงเพื่อผลักดันแก้ไขสิ่งที่ใช้มาอย่างยาวนานเกือบสามสิบปี (ในบทความสัปดาห์ที่แล้วผมได้อธิบายสูตรคำนวณบำนาญเฉลี่ยโดยละเอียดไปเรียบร้อยแล้ว)

การผลักดันเปลี่ยนแปลงจึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ด้วยการสนับสนุนจากทุกฝ่าย เราสามารถผลักดันวาระสำคัญและคืนชีวิตให้ผู้คนนับแสนที่จะรับบำนาญและกำลังรับบำนาญผ่านสูตรที่ไม่เป็นธรรมได้ ด้วยคนธรรมดาที่มีแรงมุ่งมั่น ทั้งการบริหาร ตรวจสอบ และสื่อสาร

ในวงการการเมืองไทย เรามักจะให้ความสำคัญกับพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงและประสบการณ์ยาวนาน โดยเชื่อว่าเฉพาะพรรคใหญ่เท่านั้นที่จะสามารถขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและแก้ไขปัญหาระดับชาติได้

แต่ในความเป็นจริง บางครั้งกลับเป็นกลุ่มการเมืองขนาดเล็กหรือหน้าใหม่ที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญได้

“ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” คือตัวอย่างที่ชัดเจนของปรากฏการณ์นี้ ทีมงานเพียง 6 คนที่เข้าไปอยู่ในบอร์ดบริหารกองทุนประกันสังคมได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้จะเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ แต่หากมีความเข้าใจระบบอย่างลึกซึ้ง มีความมุ่งมั่น และมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในระบบขนาดใหญ่ได้

ความสำเร็จล่าสุดในการผลักดันสูตรคำนวณบำนาญชราภาพใหม่ให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 บอร์ดประกันสังคมเองแตกต่างจากอำนาจบริหารทั่วไป

คือเป็นระบบไตรภาคี ไม่ได้มีอำนาจบริหารเต็มแถมยังซ้อนด้วยระบบราชการ

ไม่ได้มีงบประมาณในมือ งบประมาณสิทธิประโยชน์ต่างๆ ก็บริหารภายใต้ข้อจำกัด มีอำนาจในการกำหนดแนวทางการใช้

แต่การแก้ไขสูตรบำนาญคืออำนาจของบอร์ดแน่นอน นี่คือสิ่งที่พวกเราเดินหน้าสื่อสารและใช้ทุกสรรพกำลังในการดำเนินการ

และค้นพบวิธีแก้ปัญหาด้วยการปรับแก้กฎระเบียบและสูตรการคำนวณที่ไม่เป็นธรรม

ความสำเร็จของทีมประกันสังคมก้าวหน้าสะท้อนให้เห็นบทเรียนสำคัญหลายประการสำหรับการเมืองไทย กลไกประชาธิปไตยไม่ได้หยุดอยู่แค่การเลือกตั้งทุกสี่ปี

มันมีช่องทางอีกมากมายที่พลเมืองตื่นรู้และนักการเมืองที่มุ่งมั่นสามารถใช้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง

บางครั้งเพียงการมีตัวแทนเข้าไปในคณะกรรมการหรือสภาที่มีอำนาจตัดสินใจก็เพียงพอที่จะจุดประกายการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้

ดังที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว

ประกันสังคมก้าวหน้าไม่ใช่กลุ่มการเมืองกลุ่มเดียวในโลกนี้ที่พัฒนาจากกลุ่มเล็กๆ ที่มีผู้สนับสนุนจำกัดขยายสู่กลุ่มที่ได้รับความสนใจระดับชาติ ปรากฏการณ์ที่กลุ่มการเมืองขนาดเล็กสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มีให้เห็นในหลายประเทศทั่วโลก โดยมีลักษณะการทำงานที่คล้ายคลึงกับทีมประกันสังคมก้าวหน้าในประเทศไทย

1. พรรคไพเรต (Pirate Party) ในไอซ์แลนด์

เมื่อไอซ์แลนด์เผชิญกับวิกฤตการณ์การเงินครั้งใหญ่ในปี 2008 ที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศล่มสลาย พรรคไพเรตซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้ายที่เน้นความเท่าเทียมทางดิจิทัลและประชาธิปไตยทางตรง ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลักดันการปฏิรูปประเทศโดยที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

พรรคไพเรตสามารถผลักดันกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม และนโยบายที่นำไปสู่การจับกุมนักการเงินและนักการธนาคารที่ก่อให้เกิดวิกฤต

แทนที่จะแก้ปัญหาด้วยการอัดฉีดเงินเข้าระบบหรือช่วยเหลือธนาคารเพียงอย่างเดียว พวกเขาเลือกที่จะแก้ไขโครงสร้างและกฎกติกาที่เป็นรากเหง้าของปัญหา

ผลลัพธ์คือ ไอซ์แลนด์สามารถฟื้นตัวจากวิกฤตได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรมกว่าหลายประเทศ โดยไม่ทิ้งภาระหนี้สาธารณะให้คนรุ่นต่อไป และเกิดการกระจายความมั่งคั่งที่เท่าเทียมมากขึ้น

2. พรรค SYRIZA ในกรีซ

SYRIZA (Coalition of the Radical Left) เริ่มต้นจากการเป็นพรรคฝ่ายซ้ายขนาดเล็กในกรีซที่มีคะแนนเสียงเพียง 4% ในปี 2004

แต่เมื่อกรีซเผชิญวิกฤตหนี้สาธารณะในปี 2010 พรรคนี้ได้นำเสนอทางเลือกใหม่ในการแก้ปัญหาที่แตกต่างจากมาตรการรัดเข็มขัดที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศและสหภาพยุโรปบังคับใช้

ในปี 2015 SYRIZA สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการชนะการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาล แม้ว่าจะเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจากเจ้าหนี้นานาชาติ แต่พวกเขาก็สามารถเจรจาต่อรองเงื่อนไขบางประการที่ช่วยบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง

พวกเขาได้ปฏิรูประบบภาษีที่นำไปสู่การจัดเก็บภาษีจากผู้มีรายได้สูงและบริษัทขนาดใหญ่ได้มากขึ้น

ในขณะที่ลดภาระภาษีให้กับผู้มีรายได้น้อย และสามารถแก้ไขปัญหาการหลบเลี่ยงภาษีที่เรื้อรังในกรีซได้ในระดับหนึ่ง

3. พรรค Podemos ในสเปน

ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2011 ที่สเปนเผชิญกับอัตราการว่างงานสูงถึง 25% กลุ่มนักวิชาการฝ่ายซ้ายและนักเคลื่อนไหวได้ก่อตั้งพรรค Podemos (เราทำได้) ขึ้น

ในปี 2014 โดยไม่มีใครคาดคิดว่าพรรคที่เพิ่งก่อตั้งนี้จะสามารถเข้าไปมีอิทธิพลในการเมืองสเปนได้ ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

Podemos สามารถส่งผู้แทนเข้าไปในรัฐสภายุโรปและต่อมาได้ที่นั่งในรัฐสภาสเปน

พวกเขาผลักดันนโยบายที่มุ่งแก้ไขความเหลื่อมล้ำโดยการปฏิรูประบบภาษีและกฎหมายแรงงานที่คุ้มครองสิทธิแรงงานมากขึ้น

4. พรรค Die Linke ในเยอรมนี

Die Linke (พรรคฝ่ายซ้าย) ในเยอรมนีเกิดจากการรวมตัวของพรรคฝ่ายซ้ายในเยอรมนีตะวันออกเดิมกับกลุ่มแยกตัวจากพรรคสังคมประชาธิปไตยที่ไม่พอใจนโยบายสายกลางของพรรค

แม้จะไม่ได้เป็นพรรครัฐบาลในระดับประเทศ แต่ Die Linke มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายทางสังคมที่ก้าวหน้า และเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในหลายรัฐของเยอรมนี ในรัฐที่พวกเขามีอำนาจ

Die Linke ได้ผลักดันนโยบายที่สร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ เช่น การขยายบริการสาธารณะ การพัฒนาระบบการศึกษาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และการจัดการที่อยู่อาศัยที่เป็นธรรม โดยไม่ต้องเพิ่มภาระงบประมาณมากนัก

แต่ใช้วิธีการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพและกระจายความมั่งคั่งอย่างเป็นธรรมมากขึ้น

5. พรรค La France Insoumise (LFI) ในฝรั่งเศส

ก่อตั้งในปี 2016 โดย Jean-Luc M?lenchon อดีตรัฐมนตรีและสมาชิกพรรคสังคมนิยม LFI เป็นขบวนการฝ่ายซ้ายที่มีแนวทางต่อต้านระบบทุนนิยมแบบเสรีนิยมใหม่และเรียกร้องการกระจายอำนาจกลับสู่ประชาชน แม้ว่า LFI จะไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่พวกเขาก็มีอิทธิพลอย่างมากในการผลักดันประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อมเข้าสู่วาระทางการเมืองของฝรั่งเศส โดยเฉพาะในประเด็นการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการกระจายความมั่งคั่ง

ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2022 M?lenchon ได้คะแนนสูงถึง 22% ซึ่งเกือบจะผ่านเข้ารอบสอง และในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา

LFI ได้เป็นแกนนำในการรวมพรรคฝ่ายซ้ายฝรั่งเศสเป็น “แนวร่วมฝ่ายซ้ายใหม่” (New Popular Union) ซึ่งกลายเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดในรัฐสภา

ความสำเร็จของทีมประกันสังคมก้าวหน้าเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ทำไมประชาชนควรพิจารณาให้โอกาสกลุ่มการเมืองหน้าใหม่หรือพรรคขนาดเล็กที่มีแนวคิดชัดเจนและมีผลงานเชิงประจักษ์

การเมืองไทยต้องการแนวคิดใหม่ๆ และวิธีการที่สร้างสรรค์ในการแก้ปัญหา

ไม่ใช่การพึ่งพาแต่นักการเมืองหน้าเดิมๆ ที่ใช้วิธีการแบบเดิมๆ ในการแก้ปัญหา

“ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า กลุ่มการเมืองขนาดเล็กสามารถเป็น “ม้ามืด” ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงสำคัญให้กับประเทศได้ หากมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เข้าใจระบบอย่างลึกซึ้ง

และมีความกล้าหาญที่จะท้าทายโครงสร้างที่มีอยู่

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทีมประกันสังคมก้าวหน้า : พลังเล็กที่เปลี่ยนแปลงระบบใหญ่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...