“ดาวโจนส์” ปิดลบ 464 จุด รับแรงกดดันราคาน้ำมันพุ่ง นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงในการซื้อขายวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569 โดยได้รับแรงกดดันจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคงประเมินผลประกอบการล่าสุดของบริษัทจดทะเบียน และติดตามการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดประกาศในวันนี้
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 53,885.10 จุด ลดลง 464.02 จุด หรือร้อยละ 0.85 ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,709.96 จุด ลดลง 13.59 จุด หรือร้อยละ 0.18 และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,348.35 จุด ลดลง 15.09 จุด หรือร้อยละ 0.06
ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.75 ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นร้อยละ 3.83 หลังสำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ของอิหร่านรายงานว่า คณะกรรมาธิการรัฐสภาอิหร่านกำลังพิจารณาร่างกฎหมายเพื่อห้ามเรือของสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และประเทศที่มีท่าทีเป็นปฏิปักษ์ต่ออิหร่าน เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าความตึงเครียดในภูมิภาคอาจกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก
การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันได้เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ โดยเฉพาะหลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลายรายแสดงจุดยืนสนับสนุนการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น นีล แคชแครี ประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิส ระบุว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะนี้มีความจำเป็นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ และลดความเสี่ยงที่จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระดับที่รุนแรงกว่าในอนาคต
ด้านลิซา คุก ผู้ว่าการเฟด กล่าวว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินพร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากเฟดไม่สามารถรอให้เงินเฟ้อลดลงสู่เป้าหมายร้อยละ 2 ก่อนจึงจะดำเนินมาตรการได้
สำหรับการเคลื่อนไหวของหุ้นรายกลุ่ม พบว่า 8 จาก 11 กลุ่มอุตสาหกรรมในดัชนี S&P 500 ปิดในแดนลบ โดยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลดลงมากที่สุดที่ร้อยละ 0.83 ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6 ตามการปรับตัวของราคาน้ำมัน และหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.14
ในส่วนของหุ้นรายตัว หุ้น Western Digital ผู้ให้บริการด้านการจัดเก็บข้อมูล ปรับตัวลดลงร้อยละ 13 และหุ้น Sandisk ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ ลดลงร้อยละ 6.8 หลังทั้งสองบริษัทเปิดเผยผลประกอบการต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
ขณะที่หุ้น AppLovin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการตลาด ปรับตัวลดลงร้อยละ 19.7 หลังรายงานรายได้ต่ำกว่าคาด ส่วนหุ้น Datadog ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยบนระบบคลาวด์ ร่วงลงร้อยละ 19 จากการคาดการณ์ว่าการเติบโตของรายได้ในไตรมาสที่ 3 จะชะลอตัว ซึ่งการปรับตัวลดลงของหุ้นทั้งสองบริษัทเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันดัชนี S&P 500
ด้านหุ้น SpaceX ปิดการซื้อขายปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.1 หลังจากฟื้นตัวจากการอ่อนตัวในช่วงต้นวัน ซึ่งได้รับแรงกดดันจากกระแสคาดการณ์ว่าอาจมีการขายหุ้นจำนวนมากภายหลังสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้น (Lock-up Period)
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 1,000 ราย สู่ระดับ 199,000 รายในสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 203,000 ราย
ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงติดตามการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มของตลาดแรงงานและทิศทางการดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยนักวิเคราะห์คาดว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนกรกฎาคมจะเพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่ง จาก 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน ขณะที่อัตราการว่างงานคาดว่าจะทรงตัวอยู่ที่ร้อยละ 4.2