โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ดาวโจนส์” ปิดลบ 464 จุด รับแรงกดดันราคาน้ำมันพุ่ง นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 07 ส.ค. เวลา 01.51 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. เวลา 01.51 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงในการซื้อขายวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569 โดยได้รับแรงกดดันจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคงประเมินผลประกอบการล่าสุดของบริษัทจดทะเบียน และติดตามการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดประกาศในวันนี้

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 53,885.10 จุด ลดลง 464.02 จุด หรือร้อยละ 0.85 ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,709.96 จุด ลดลง 13.59 จุด หรือร้อยละ 0.18 และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,348.35 จุด ลดลง 15.09 จุด หรือร้อยละ 0.06

ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.75 ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นร้อยละ 3.83 หลังสำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ของอิหร่านรายงานว่า คณะกรรมาธิการรัฐสภาอิหร่านกำลังพิจารณาร่างกฎหมายเพื่อห้ามเรือของสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และประเทศที่มีท่าทีเป็นปฏิปักษ์ต่ออิหร่าน เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าความตึงเครียดในภูมิภาคอาจกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก

การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันได้เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ โดยเฉพาะหลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลายรายแสดงจุดยืนสนับสนุนการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น นีล แคชแครี ประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิส ระบุว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะนี้มีความจำเป็นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ และลดความเสี่ยงที่จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระดับที่รุนแรงกว่าในอนาคต

ด้านลิซา คุก ผู้ว่าการเฟด กล่าวว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินพร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากเฟดไม่สามารถรอให้เงินเฟ้อลดลงสู่เป้าหมายร้อยละ 2 ก่อนจึงจะดำเนินมาตรการได้

สำหรับการเคลื่อนไหวของหุ้นรายกลุ่ม พบว่า 8 จาก 11 กลุ่มอุตสาหกรรมในดัชนี S&P 500 ปิดในแดนลบ โดยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลดลงมากที่สุดที่ร้อยละ 0.83 ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6 ตามการปรับตัวของราคาน้ำมัน และหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.14

ในส่วนของหุ้นรายตัว หุ้น Western Digital ผู้ให้บริการด้านการจัดเก็บข้อมูล ปรับตัวลดลงร้อยละ 13 และหุ้น Sandisk ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ ลดลงร้อยละ 6.8 หลังทั้งสองบริษัทเปิดเผยผลประกอบการต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ขณะที่หุ้น AppLovin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการตลาด ปรับตัวลดลงร้อยละ 19.7 หลังรายงานรายได้ต่ำกว่าคาด ส่วนหุ้น Datadog ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยบนระบบคลาวด์ ร่วงลงร้อยละ 19 จากการคาดการณ์ว่าการเติบโตของรายได้ในไตรมาสที่ 3 จะชะลอตัว ซึ่งการปรับตัวลดลงของหุ้นทั้งสองบริษัทเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันดัชนี S&P 500

ด้านหุ้น SpaceX ปิดการซื้อขายปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.1 หลังจากฟื้นตัวจากการอ่อนตัวในช่วงต้นวัน ซึ่งได้รับแรงกดดันจากกระแสคาดการณ์ว่าอาจมีการขายหุ้นจำนวนมากภายหลังสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้น (Lock-up Period)

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 1,000 ราย สู่ระดับ 199,000 รายในสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 203,000 ราย

ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงติดตามการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มของตลาดแรงงานและทิศทางการดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยนักวิเคราะห์คาดว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนกรกฎาคมจะเพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่ง จาก 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน ขณะที่อัตราการว่างงานคาดว่าจะทรงตัวอยู่ที่ร้อยละ 4.2

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...