โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สมุนไพรวังพรม” สู้ศึกยาหม่องเท 150 ล้านเปิดโรงงานใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ม.ค. 2567 เวลา 07.33 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2567 เวลา 07.33 น.
วัชรีภรณ์ วังพรม

สมุนไพรวังพรม ทุ่มงบฯ 150 ล้าน เปิดโรงงานใหม่ เพิ่มกำลังผลิต รองรับดีมานด์ตลาดไทย-ต่างชาติ มั่นใจผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยแนวโน้มโตอย่างต่อเนื่อง เดินหน้าพัฒนาโปรดักต์ ช่องทางขาย กิจกรรมการตลาด หนุนยอดทะลุ 500 ล้าน ในอีก 3 ปี

นางสาววัชรีภรณ์ วังพรม ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท สมุนไพรวังพรม จำกัด เปิดเผยว่า จากนี้ไปบริษัทมีนโยบายจะขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงวางเป้าให้ผลิตภัณฑ์ของสมุนไพรวังพรม ที่มีทั้งยาหม่องสมุนไพร น้ำมันนวดสมุนไพร ยาดมสมุนไพร และยาแคปซูลสมุนไพร เป็นยาสามัญประจำบ้าน ล่าสุดบริษัทได้เปิดโรงงานแห่งใหม่ บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ ใช้งบประมาณรวม 150 ล้านบาท ถือเป็นการลงทุนใหญ่ในรอบ 20 ปี แบ่งเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ โซนพื้นที่ผลิตยาที่เป็นมาตรฐาน GMP/PICs โซนสำนักงาน และโซนที่เป็นโกดังเก็บสินค้า

ช่วงระยะแรกคาดว่าโรงงานแห่งนี้จะมีกำลังการผลิตสินค้าสมุนไพรได้เดือนละ 1 ล้านขวด จากเดิมที่เคยผลิตได้ปีละ 6.5 ล้านขวด เพื่อรองรับตลาดในอีก 5 ปี นอกจากทั้ง 3 โซนดังกล่าวยังมีพื้นที่เหลือสำหรับพัฒนาเฟส 2 เป็นโรงงานเครื่องสำอางในอนาคตอีกด้วย

ปัจจุบันยอดขายรวมของสมุนไพรวังพรม หลัก ๆ มาจากกลุ่มยาหม่องสมุนไพร โดยเฉพาะยาหม่องเสลดพังพอนและยาหม่องไพล ทั้ง 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์มีสัดส่วน 93% ของยอดขายสินค้าทั้งหมด โดยปีที่ผ่านมายอดขายกลุ่มสินค้ายาหม่องและน้ำมันนวดเติบโต 12% จากปีก่อน

ทั้งนี้ยอดขายรวมหลัก ๆ มาจากตลาดในประเทศ 70% และต่างประเทศ 30% และจากยอดขายในต่างประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการส่งออกเพิ่มขึ้น โดยได้มีการพัฒนาสินค้าจนได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ทำให้สามารถเปิดตลาดในต่างประเทศได้มากขึ้น ได้แก่ กลุ่มประเทศ CLMV เกาหลีใต้ จีน รัสเซีย ประเทศกลุ่มคาบสมุทรอาหรับ และปีนี้มีเป้าหมายจะขยายตลาดสู่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ทั้งนี้ บริษัทมองว่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อมูลของกรมการแพทย์แผนไทยฯ คาดการณ์ในปี 2566 ที่ผ่านมาว่าตลาดสมุนไพรไทยจะมีมูลค่าตลาดไม่น้อยกว่า 50,000 ล้านบาท

ขณะที่ Euromonitor คาดการณ์ว่า ในปี 2569 ตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรในประเทศไทยจะมีมูลค่าสูงถึง 59,500 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องมาจากคนยุคใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพและสนใจผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากธรรมชาติมากขึ้น รวมไปถึงชาวต่างชาติที่ชื่นชอบสมุนไพรไทยเป็นทุนเดิม คาดว่าคนทั่วโลกจะหันมาใช้ยาสมุนไพรเพิ่มมากขึ้น เนื่องมาจากตลาดอุตสาหกรรมยาทั่วโลกปีนี้มีแนวโน้มจะปรับราคายาขึ้นไปอย่างต่ำ 20% ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมสมุนไพรไทยได้รับอานิสงส์ไปด้วย

ปีนี้บริษัทมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรสูตรใหม่ ๆ เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ ให้มากขึ้น ทั้งกลุ่มคนรักสุขภาพ-ออกกำลังกาย, กลุ่มผู้สูงอายุ, กลุ่มเกษตรกรและผู้ใช้แรงงาน กลุ่ม Gen X, Y และเริ่มขยายเข้ากลุ่ม Gen Z โดยเฉพาะ First Jobber มากขึ้น รวมทั้งการพัฒนาช่องทางการขายและกิจกรรมทางการตลาด รวมถึงการทำการขยายตลาดในต่างประเทศ ซึ่งมั่นใจว่าเป้าหมายรายได้ปีนี้จะแตะระดับ 350 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 15% และยอดขาย 500 ล้าน ภายใน 3 ปี

ปัจจุบันช่องทางการจัดจำหน่ายของสมุนไพรวังพรม มีจำหน่ายที่ 7-11 ร้านขายยาโมเดิร์นเทรด Boots, Pure, Save Drug, Lab Pharmacy, Fascino, Lotus, Makro, Tops Care และรวมไปถึงร้านขายยาทั่วไปทั่วประเทศ รวมไปถึงแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Shopee, Lazada, LineOA และอีคอมเมิร์ซของบริษัททุกช่องทาง ส่วนลูกค้าไทยในต่างประเทศจะซื้อจาก Amazon รวมไปถึง Asian Groceries ในท้องถิ่นต่าง ๆ และร้านนวดไทยในต่างแดน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “สมุนไพรวังพรม” สู้ศึกยาหม่องเท 150 ล้านเปิดโรงงานใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...